งานบุญกฐิน ณ วัดโบสถ์เก่าเลาขวัญ
นานทีปีละครั้งและนับเป็นบุญใหญ่ส่งท้ายปี ๒๕๖๗ สร้างความรู้สึกที่ดี มีความสุขสันต์และอิ่มเอิบในเนื้อนาบุญโดยทั่วหน้ากัน ณ วัดใกล้บ้าน ที่ผมได้มาร่วมงานบุญแบบนี้ ติดต่อกันหลายปีแล้ว
ปีนี้ ผมมีเวลาตระเตรียมจตุปัจจัยไทยทานมากกว่าปีก่อนๆ เพราะว่างจากภารกิจราชการ เกษียณอย่างเต็มตัว จึงร่วมกันกับครอบครัวและญาติสนิทมิตรสหาย จัดทำพุ่มผ้าป่าจำนวน ๑ กอง
เดินทางถึงวัดโบสถ์เก่าเลาขวัญในเวลา ๑๐ โมง วนหาที่จอดรถอยู่นาน เพราะผู้คนแห่แหนกันมาจนแน่นลานวัด ส่วนใหญ่ก็จะเป็นญาติโยมที่มาทำโรงทานงานกฐิน ดูคึกคักมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา
เมื่อวางกองผ้าป่าบนศาลาการเปรียญเป็นที่เรียบร้อย มองลงไปยังโรงทาน บรรยากาศคึกคัก ผู้คนแน่นขนัดแออัดเบียดเสียดกันเต็มทุกเต๊นท์ บ้างก็มุงดูรายการอาหารคาวหวาน บ้างก็เข้าแถวเหยียดยาว ปิดบังจนมองไม่เห็นโต๊ะอาหาร เป็นมหกรรมโรงทานที่คุ้นตาของงานบุญกฐิน
ถึงแม้จะเป็นวัดเล็กๆ แต่หลายคนก็พูดกันว่า ผู้คนมาจากทุกสารทิศ ไม่แพ้วัดใหญ่ที่จัดงานตรงกันกับวัดโบสถ์เก่าฯ อาจเป็นเพราะว่าเป็นวัดที่อยู่ในตัวอำเภอการเดินทางไปมาจึงสะดวกยิ่งนัก
ด้วยความที่ผมคุ้นชินกับทางวัดเป็นอย่างดี จึงไม่ได้นั่งนิ่งดูดาย หางานทำเพื่อช่วยทางวัด โดยปักหลักอยู่ตรงหน้าศาลาการเปรียญ ช่วยกรรมการวัดโฆษณาเชิญชวนเกี่ยวกับลอตเตอรี่การกุศล
ใบละ ๑๒๐ บาท เพื่อสมทบทุนในบุญกฐินของทางวัด ลอตเตอรี่มองไม่เห็นตัวเลข เพราะใส่อยู่ในซองขาวเป็นที่เรียบร้อย ใครอยากเสี่ยงโชคก็เลือกหยิบซองกันไปตามอัธยาศัย
ผมประกาศเชิญชวนอยู่ไม่กี่ครั้ง ก็มีผู้คนสนใจเดินมาหาผมเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะแขกเหรื่อที่นั่งอยู่บนศาลามาจากที่ไกลๆ หลายคนยกมือดักกวักมือเรียก คนละใบสองใบ ผมก็เลยต้องบริการก้าวเดินไปมอบให้ถึงที่ งานนี้ได้เงินเข้าวัดมิใช่น้อย
จากนั้น...ก็ได้เวลาพระฉันภัตตาหารเพล ผมก็เข้าไปช่วยยกสำรับอาหาร ทั้งก่อนและหลังจากที่พระคุณเจ้าฉัน เมื่อท่านฉันเสร็จเรียบร้อย ผมก็จัดโต๊ะสำหรับวางกับข้าวอันหลากหลาย แยกคาวหวานให้ผู้เฒ่าผู้แก่และคณะจากรุงเทพฯได้รับประทานเป็นมื้อกลางวัน
เสร็จสรรพกลับมานั่งพักเหนื่อย ทำกายและใจให้นิ่งๆ เพื่อเตรียมตัวเข้าสู่พิธีกรรมน้อมนำองค์กฐินที่มีกองผ้าป่าเป็นบริวาร ถวายเป็นเครื่องสักการะบูชาสืบทอดบวรพุทธศาสนาต่อไป
ไม่จำเพาะแต่ศาสนาเท่านั้นที่จะมั่นคงดำรงอยู่ แต่ปูชนียบุคคลอย่างท่านเจ้าอาวาสวัดโบสถ์เก่าแห่งนี้ ก็มีคุณูปการมากมาย เหมือนกับญาติโยมพุทธศาสนิกชนทั้งหลายในชุมชนเลาขวัญนั่นเอง
ผมเคยสนทนาธรรมกับท่านเจ้าอาวาสอยู่เนืองๆ จึงทราบเจตนารมณ์ของท่านเป็นอย่างดี ท่านบอกว่าการเป็นเจ้าอาวาสวัดนี้ ขอทำเรื่องหลักๆ ๒ เรื่อง คือ เรื่องเจ็บกับเรื่องตาย
เรื่องตาย ท่านรู้สึกเห็นใจญาติโยม ที่ต้องเสียเงินหลายหมื่นบาทในการจัดการงานศพ ท่านจึงขอฌาปนกิจศพให้ฟรี ไม่เลือกยากดีมีจนขนาดไหน จะไม่คิดค่าเมรุ ไม่ต้องเสียเงินค่าสัปเหร่อ ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟ ส่วนค่าสวดมาติกาบังสุกุล ท่านก็คืนให้เจ้าภาพไปทั้งหมด
ส่วนเรื่องเจ็บเรื่องป่วย ท่านเห็นว่าผู้คนเจ็บป่วยโรคไตกันมากเหลือเกิน ต้องเดินทางไกลไปถึงตัวจังหวัดเพื่อฟอกไตกันสัปดาห์ละ ๒ ครั้ง เป็นทุกข์ที่หนักหนาสาหัสนัก ท่านจึงร่วมมือกับทางโรงพยาบาลเลาขวัญ ริเริ่มงานสร้างศูนย์ฟอกไตขึ้น ตั้งแต่งานบุญกฐินปีพ.ศ. ๒๕๖๕ เป็นต้นมา ปัจจุบันยังไม่แล้วเสร็จ....
จึงเป็นที่มาของแรงศรัทธาในวันนี้..ที่งานบุญกฐินวัดโบสถ์เก่าเลาขวัญ ได้เงินบริจาคทั้งสิ้น ๑,๕๑๕,๑๕๐ บาท ผมเชื่อว่า..ศูนย์ฟอกไต..ในโรงพยาบาลเลาขวัญ คงสำเร็จลุล่วงได้เสียที
สาธุ..สาธุ..สาธุ
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๖๗






