ผมมีถิ่นกำเนิด ที่หนองบัว นครสวรรค์ 1 ใน 25 เมืองนิเวศลุ่มน้ำของประเทศ ที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของสังคมไทยและผืนดินสองฝั่งมหาสมุทรภูมิภาคร้อนชื้น มณฑลปรากฏการณ์ภูมิถิ่นจำเพาะพหุลักษณ์สังคมบนโลก ที่จะปรากฏและก่อเกิดขึ้นอย่างจำเพาะด้วยพหุปัจจัยเชิงระบบความสัมพันธ์ ของระบบสังคมมนุษย์กับระบบธรรมชาติ ตามแนววงกลมรอบโลก ภายในอาณาบริเวณละติจูด 20 องศาเหนือและใต้ ขนานไปตลอดแนวนอนของเส้นศูนย์สูตร ซึ่งเป็นแนวที่จะสามารถพบพระอาทิตย์โคจรตรงกลางศีรษะและเงาทอดลงบนโลกจะแคบที่สุด หรือไม่สามารถเกิดเงาแยกออกจากมิติความสว่าง
จุดและความว่าง แสงและเงา บนความเป็นจริง 3 มิติ จะกลายเป็นระนาบและตำแหน่งเดียวกัน ผสานกันเป็นพหุภาวะของทุกสิ่งบนความแบนราบ ที่ซึ่งเอกภาวะ ทวิภาวะ พหุภาวะ สามารถปรากฏเป็นมิติเดียว โดยพหุมิติก็ไม่ได้หายไปไหน อีกทั้งอาณาบริเวณอันแสนอัศจรรย์นี้บนโลก ก็เอื้อต่อการวิวัฒน์ก่อเกิดสิ่งสรรด้วยเหตุปัจจัยความถึงพร้อม ให้เป็นที่ประจักษ์ได้บนโลกในเดือนกรกฏาคมกลางปี และเป็นใจกลางแห่งความงอกงาม การพลวัตไม่หยุดนิ่งตายตัว การก่อเกิดพหุลักษณ์สังคม อารยธรรม สรรพวิทยาการ ภูมิปัญญา และมวลองค์ความรู้มากมายของโลก ตลอดมาและตลอดไป
เป็นแนวมณฑลที่มีปัจจัยพื้นฐาน ภูมิถิ่นสุขภาวะมูลฐาน ภูมิสุขภาวะนิเวศ แห่งการวิวัฒน์และแสดงการปรากฏแหล่งภาพเขียนสี หนึ่งในหมุดหมายโลกในการบ่งชี้อารยธรรมภูมิวิทยาการสร้างสรรค์ในขั้นสูงบนโลกของสายพันธุ์มนุษย์โฮโมซาเปียน ฐานการผนึกยึดโยงทางความหมายและระบบคุณค่าต่างๆได้ ของเชิงชั้นหลายหลากในการวิวัฒน์ของสังคมร่วมสมัยที่การพลวัตในมิติต่างๆ ยึดโยงและอิงอยู่กับการมุ่งให้ความสำคัญต่อมนุษย์และความผาสุกของสังคมหมู่ชน ให้เป็นทั้งเป้าหมายและปัจจัยหลักของการออกแบบความสัมพันธ์กันของด้านอื่นๆ
ได้นั่งรถไฟ่ผ่านบึงบอระเพ็ดมาแต่เด็ก ได้กินโลกกว้างผืนดิน ถิ่นน้ำ ผืนฟ้า ผู้คน เข้าไปอยู่ในตนตลอดมา จากเมล็ดบัว เมล็ดข้าว เติบโตไปกับผู้คนและสังคมภูมิถิ่น อยู่คณะแตรวง นำจังหวะสร้างการเคลื่อนไหวชีวิตชุมชนปัญญาปฏิบัติ งานมงคล อวมงคล มหรสพ ความรื่นเริงเฉลิมฉลอง ในวิถีชาวบ้าน และนำขบวนผู้คนเข้ากระบวนการศึกษาบวชเรียนเป็นพลเมืองผู้นำชุมชนของสังคม ณ วัดหลวงพ่อเดิมหลายร้อยคน แห่เจ้าพ่อเจ้าแม่ สร้างเสียง กำกับจังหวะคลื่นพลวัตชีวิต สีสัน สื่อแสดง สร้างสิ่งประจักษ์ เครื่องยึดโยงพหุลักษณ์สังคมวัฒนธรรมในวิถีพื้นถิ่นของเมืองชนบทและชุมชนไทยจีน อยู่ทุกปี
ปี 2535 หลังการเคลื่อนไหวชนชั้นกลางไทยเปลี่ยนผ่านวิกฤติสังคมสิ่งแวดล้อม และหลังวิกฤติเศรษฐกิจโลกจากไทย 2540 สิ่งที่ดีมากก่อนหน้านั้นของสังคมไทยได้สลายไปในชั่วคืน แทบทุกอย่างจึงไม่สามารถทำได้ด้วยเงื่อนไขเดิมอีกแล้ว การคิดและทำอย่างสังคมที่กำลังมั่งคั่ง ก้าวหน้า และระบบต่างๆกำลังมีประสิทธิภาพอย่างที่สุด ก็กลายเป็นอยู่ภายใต้โจทย์ใหม่ งบประมาณของภาคสาธารณะและแผนการพัฒนาทุกระดับทั้งหมดได้หายไปแล้ว จากประเทศที่มีวาระยกระดับการพัฒนาในอนาคตแบบประเทศผู้นำการเติบโตทางเศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหม่ มีรายได้เฉลี่ยต่อหัวของพลเมืองประชากรสูงที่สุดประเทศหนึ่งในภูมิภาค กลายเป็นต้องวางทุกอย่างลงแล้วคิดและทำแบบประเทศผู้เป็นหนี้สาธารณะสูง
ผู้ที่อยู่ในระบบดูแลบริการสาธารณะทุกคนเชื่อว่าจะจดจำสิ่งน่าสะเทือนใจที่เกิดขึ้นตรงหน้ารายรอบเป็นจำนวนมาก กิจการและระบบต่างๆพังทลาย หน่วยงานและภาคประกอบการพากันล้มละลาย ผู้คนตกงาน แผนงานต่างๆไม่มีเงิน ไม่มีทรัพยากร ทั้งต้องลดกำลังคนและไม่สามารถหากำลังคนที่เพียงพอเพราะไม่มีเงินดำเนินการและให้ผลตอบแทน มีเพียงสิ่งที่มีอยู่ในสังคมเท่านั้น คือ คน ชุมชน ทุนมนุษย์ ทุนทางสังคมและทรัพยากรสิ่งแวดล้อม จิตสำนึกพลเมือง ภูมิแผ่นดิน ปัญญาปฏิบัติ จิตใจสาธารณะ และการทวีคูณกำลังปัญญาปฏิบัติ ด้วยวงจรการเรียนรู้ แก้ปัญหา วิวัฒน์ตนเองอย่างไม่ติดกับปัญหา สร้างวงจรสั่งสมภูมิปัญญาและกระบวนการจัดการฐานศักยภาพอย่างใหม่ของสังคมในแนวประชาคม ให้ยั่งยืนและเชื่อมั่นได้ดีกว่าวงจรผลิตซ้ำวิถีทางล่มสลายไปอย่างง่ายดายแบบเดิม โดยมิติสุขภาพและภาคส่วนการพัฒนาต่างๆ สามารถพัฒนาการเรียนรู้บูรณาการการเป็นปัจจัยทุนนำการวิวัฒน์มิติอื่นๆ ซึ่งนอกจากจะต้องมุ่งสร้างให้เป็นหลักประกันและปัจจัยคุณค่าต้นทุนให้ยิ่งกว่าปัจจัยความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจเงินตราที่เสียไปแล้ว ก็จะต้องมีส่วนเป็นปัจจัยการพึ่งตนได้ของสังคม ในการบรรเทาผลกระทบ กอบกู้ภาวะวิกฤติ และเสริมพลังการฟื้นตัวใหม่ของภาคเศรษฐกิจสังคม อีกด้วย
โอกาสที่จะไม่จนหนทางไปกับวิกฤติปัญหาของภาควิชาการ การพัฒนาสุขภาพ การพัฒนาสวัสดิภาพและคุณภาพแห่งชีวิตด้วยปัจจัยการบรรลุผลการพัฒนาอื่นๆ ที่กระบวนการสร้างคนและภูมิปัญญาของสังคมจะพึงทำได้ ไม่ติดกรอบอยู่กับสิ่งต่างๆที่สูญสลายไปแล้ว จึงมุ่งหาวิถีอนาคตกระบวนการทางการศึกษา การพัฒนาการเรียนรู้มวลชน สร้างชุมชนนำการพัฒนาของสังคม ในแนวเข้าถึงรากฐานและศักยภาพภูมิถิ่นในตน ที่จะล่มสลายได้ยากกว่าความทันสมัยมั่งคั่งแต่ภายนอก สร้างความเชื่อมั่นตนเองได้ดีของสังคม สามารถก้าวข้ามภาวะหยุดชะงักของสังคมและทั้งโลก ที่มีความยั่งยืน คนและฐานรากสังคมเข้มแข็ง มั่นคง บูรณาการ สังคมมีกำลังปัญญาปฏิบัติ ตราบเท่าที่ให้ความสำคัญต่อการสร้างปัจจัยคนพลเมือง มวลชน และพัฒนาศักยภาพปัญญาปฏิบัติในตนได้ ก็ไม่อับจนต่อภาวะวิกฤติและความไม่แน่นอนต่างๆได้ง่าย ได้ทุนมหาวิทยาลัยมหิดลและสภาวิจัยแห่งชาติ วิจัยชุมชนสุขภาวะเศรษฐกิจการผลิตนาบัว ประเทศไทย
ได้ค้นพบ เห็นสิ่งงดงามแสนอัศจรรย์ใจ การก่อเกิดนาบัว จากแหล่งธรรมชาติสู่การทำนา ประกอบสัมมาชีพเกษตรกรรมขึ้นอีกแขนงหนึ่ง ย่านพุทธมณฑล และโดยเมืองเกษตรกรรม นนทบุรี ปทุมธานี ปริมณฑลรอบกรุงเทพมหานคร อันเกิดจากระเบียงทรรศน์ สร้างพหุปัญญาเที่ยวท่องโลกกว้าง และสื่อสารบอกกล่าวกันด้วยวัฒนธรรมปัญญามุขปาฐะ โดยศิลปินลำตัดหวังเต๊ะ ได้ไปเห็นชุมชนแขกมุสลิมถิ่นชุมชนเมืองมีนบุรี ในยุคชนบทกันดารห่างไกล ประกอบสัมมาชีพ ปลูกบัว ทำพวงมาลัย ขายให้กับชาวไทยพุทธ จึงไปเล่าเป็นประสบการณ์และความประทับใจสู่กันแก่ญาติพี่น้องและชาวบ้านในถิ่นก่อนที่จะมาเป็นพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐมในปัจจุบันได้ฟัง ทำให้ชาวนาจำนวนหนึ่งได้ทดลองทำนาบัว ได้ผลดียิ่ง ก่อเกิดเกษตรกรรมนาบัวขยายตัวไปอย่างกว้างขวาง นาบัวที่ชาวบ้านทำขึ้นเป็นอาชีพเป็นแห่งแรกของสังคมไทย แผ่ขยายเป็นสัมมาชีพและเศรษฐกิจเกี่ยวกับบัวอีกมากมาย จึงก่อเกิดขึ้นที่ศาลายา อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม ผมศึกษากระบวนการเผชิญภาวะวิกฤติและการเริ่มต้นจากสิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนให้ตอบสนองต่อความจำเป็นรอบด้านได้ในเวลาเดียวกันบนฐานชีวิตจากกรณีการวิวัฒน์ตนเองของชุมชนเกษตรกรรมในเขตปริมณฑลกรุงเทพมหานคร ย้อนหลังกลับไปกว่าครึ่งศตวรรษจนถึงปรากฏการณ์ร่วมสมัยปัจจุบัน
ได้ตามศึกษาเห็นความสัมพันธ์กันของเศรษฐกิจสังคม 14 ระบบย่อยของสังคม เห็นการถักทอ สายธารชีวิตอิงอาศัยกันและกันของมวลชีวิต จากผืนดิน โคลนตม สู่หิ้งพระ สรวงสวรรค์ เห็นศิลปะฐานชีวิตภูมิถิ่นสุขภาวะสังคม เห็นโอกาสการวิวัฒน์ตนเองอีกหลายมิติของสังคมจากฐานรากพหุลักษณ์สังคมของโลกตะวันออกและภาคสังคมวิถีประชาชนของสังคมโลก เห็นการกระจายตัวหลากขั้วผสานยึดโยงกันพหุลักษณ์ความหมาย พหุลักษณ์ปัญญาของศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์ของสังคมโลกยุคใหม่หลังความก้าวหน้าทางการศึกษาและหลังการวิวัฒน์ระบบสังคมภาคเมืองกับชนบท ที่ประจักษ์ ส่องสะท้อน ส่องทาง และปฏิบัติให้สืบเนื่องถึงกันได้พหุมิติ มหภาค จุลภาค ทุกความเป็นจริงของมนุษย์ ได้ใช้สร้างบุคลากรผู้นำขั้นสูง สร้างนักวิจัย ผู้นำวิชาการ ชุมชนปัญญาปฏิบัติทุกภาคส่วน รวมไปจนถึงการทำงานของภาคประชาชน ในการทำงานเชิงบูรณาการ ยึดโยงกับฐานชีวิตประชาชนของสังคม
มีสระบัว ในบ้านสังคมศิลป์ บ้านห้วยส้ม สันป่าตอง เชียงใหม่ ได้กินข้าวห่อใบบัว ปิดท้ายด้วยกาแฟดำร้อนๆ วาดรูปบัว ปริวรรตระบบภูมิปัญญามนุษย์ เห็นความร่วมกันข้ามพรมแดนพหุลักษณ์สังคมวัฒนธรรมมาแต่ในอารยธรรมยุคโบราณของสังคมโลก เห็นระบบอุปลักษณ์ศิลป์ ศิลปะสุนทรียปัญญา ความสัมพันธ์ของสังคม ยึดโยงกับอารมณ์ของบัว มีเพลงบัวขาวให้ได้ฮัม เป่าบรรเลง เพลงที่หยิบพลังชีวิต ความงดงาม และพลังความงอกงาม มาจากอากาศ
ได้อยู่กับสุนทรียพลานามัยพิหารชีวิตจากสายลมและโอสถสุขภาวะมูลฐาน เป็นกำลังการดำเนินการงานแห่งชีวิตไปบนมรรควิถีปัญญาปฏิบัติ ปฏิบัติการศิลปะเชิงสังคม สุขภาพเชิงการศึกษาเรียนรู้ สะท้อนยึดโยงสังคม ฐานชีวิต ภูมิถิ่น ระบบธรรมชาติสัจจการพื้นฐาน สร้างสุขภาวะพหุปัจจัยพอเพียง พอประมาณ เต็มกำลังแห่งชีวิตตน
จบครบกระบวนความในห่อข้าว ทุกคำข้าว ทุกเม็ดสี เส้นสาย แสงเงา ตัวโน๊ต ตัวอักษรอักษรศิลป์ ศิลปกรรมหัตศิลป์ ภายในและภายนอกวิทยาการลายลักษณ์
ศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์
Theme / Title : สุขภาววิวัฒน์สังคมจากฐานชีวิต :
แอ็บฮวก หลามข้าว ผืนดินเชิงดอยสุเทพ ล้านนาไทย เชียงใหม่
Artist / WAC Arts Author : วิรัตน์ คำศรีจันทร์
Technical Methods / Methodological Driven : การพัฒนาวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการพหุปัญญา บูรณาการเชื่อมโยงกับศิลปะ สื่อ การศึกษา สุขภาพ การพัฒนาสังคมสิ่งแวดล้อม วิธีวิเคราะห์พหุลักษณ์ข้อมูล อุปลักษณ์ศิลป์ สารัตถสังคเคราะห์ศิลป์ อุเทศศิลป์ เวชนิทัศน์ศิลปกรรม องค์ประกอบพื้นฐานวิทยาการบูรณการศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์ เพื่อองค์ประกอบและมิติสุนทรียปัญญา ฐานเชิงทฤษฎีและปัญญาปฏิบัติบูรณาการ ของทุกสาขาวิทยาการและทุกสาขาการพัฒนา และให้พื้นฐานใหม่แก่องค์ประกอบสุขภาพ ในมิติสุนทรียพลานามัย รองรับพัฒนาการกระบวนการทางการศึกษา กระบวนการปัญญาพหุวิทยาการ การยกระดับวิวัฒนาการพหุภาคส่วนสังคม ข้ามกรอบจำกัดกระบวนทรรศน์เชิงเดี่ยว พัฒนาการสู่ระบบการกระจายตัว ยึดโยงการพลวัตความงอกงามร่วมกันด้วยหลากหลายขั้วความหมาย
Tools / Media / Size / Dimension : กระดาษ BAOHONG Artist-Professional Use 46.0 x 61.0 cm 300g/m : สีน้ำ กระดาษ BAO HONG
Collector / Visits : บ้านสังคมศิลป์ บ้านห้วยส้ม สันป่าตอง เชียงใหม่

