หมู่บ้านในจังหวัดขอนแก่นและชัยภูมิ ที่ได้ออกเยี่ยมบ้านผู้ป่วยและผู้สูงอายุ ในการดูแลสุขภาพระยะยาว (Long Term Care: LTC)
พบว่า ประมาณร้อยละ 50 ผู้ป่วยผู้สูงอายุ ไม่มีมือถือ และพบว่า ผู้ดูแลผู้ป่วยผู้สูงอายุ (Family caregiver: FCG) ร้อยละ 30 ซึ่งถือว่า ผู้ป่วยและ FCG ยังมีมือถือน้อยอยู่
โดยเฉพาะ FCG ที่มีมือถือน้อย ไม่ต้องแปลกใจ เพราะ FCG ที่ดูแลผู้ป่วย ส่วนใหญ่ จะเป็นผู้สูงอายุ เป็นผู้ป่วยด้วย และยากจนด้วย
สถานการณ์ตอนนี้ ครอบครัวในหมู่บ้าน จะเป็นครอบครัวข้ามรุ่น พ่อแม่อยู่บ้านกับหลาน ๆ ส่วนลูกไปทำงานย้ายถิ่นที่ต่างจังหวัดและต่างประเทศ
แต่ในอนาคต คิดเล่น ๆ ว่า ต่อไป มือถือต้องเข้ามามีบทบาทสำหรับผู้ป่วยและ FCG แน่นอน
(ที่มาภาพจาก: https://www.pexels.com/th-th/license/)
เมื่อได้อ่านบทความเรื่อง “ความสัมพันธ์ทางดิจิทัล: อนาคตที่เรียกร้อง” ของ Shivangi Patel ซึ่งเป็นนักวิจัยด้านมานุษยวิทยาประเทศอินเดีย มีหลายประเด็นที่น่าสนใจ
- มือถือเป็นการดูแลข้ามชาติ ซึ่งผู้สูงอายุคนหนึ่งในเดลี โดยลูกชายของเขาที่ย้ายไปแคนาดากับลูกสะใภ้ กำลังดูแลเขาทางโทรศัพท์ทุกวัน "รักษา สืบสาน และซ่อมแซมโลกเครือญาติ เพื่อที่เราจะได้ใช้ชีวิตอยู่ในนั้นได้ดีที่สุด"
- อายุขัยที่เพิ่มขึ้นและอัตราการเจริญพันธุ์ที่ลดลงส่งผลให้สัดส่วนประชากรสูงอายุเพิ่มขึ้น เทคโนโลยีดิจิทัลได้กลายมาเป็นกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพใน "การมีอยู่ร่วมกัน" ซึ่งบทบาทของเทคโนโลยีในการกำหนดอนาคตของผู้สูงอายุ การดูแลและความสัมพันธ์ทางเครือญาติมีความเกี่ยวข้องมากยิ่งขึ้นเมื่อเราพิจารณาถึงกระแสการดูแลที่เกิดขึ้น
- “การโทรบ่อยครั้งเพื่อแสดงความห่วงใย” พันธะที่อำนวยความสะดวกทั้งทางวัตถุและไม่ใช่วัตถุเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นการดูแลจากระยะไกล
- เทคโนโลยีมีความจำเป็นอย่างยิ่งในการลดระยะทางทางภูมิศาสตร์และเชื่อมโยงสมาชิกในครอบครัวให้อยู่ร่วมกันแบบข้ามพรมแดน เป็นวิธีการให้และรับการดูแลข้ามชาติในอนาคต
- ผู้สูงอายุหญิงอายุ 65 ปี พบว่า การติดต่อกับหลานของเธอ ผ่านวิดีโอคอลทาง WhatsApp เกือบทุกวันเป็นเรื่องง่ายมาก เธอยินดีมากทำให้เธอรู้สึกเหมือนใช้ชีวิตอยู่ร่วมกัน สามารถแบ่งปันประสบการณ์ ให้คำแนะนำผ่านวิดีโอคอล แอปส่งข้อความ หรือแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ซึ่งทำให้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับลูกหลานที่อพยพมาที่เป็นผู้ใหญ่แม้จะอยู่ห่างไกลกัน
- เทคโนโลยีเสมือนโลกความจริง ในบริบทของครอบครัวดิจิทัล มีการฉลองทางออนไลน์ในโอกาสพิเศษ เช่น วันเกิด วันครบรอบ และเทศกาลต่างๆ โดยสมาชิกในครอบครัวสามารถติดต่อสื่อสารกันผ่านวิดีโอคอล การพบปะเสมือนจริงเหล่านี้ช่วยให้ “ทำสิ่งที่เป็นครอบครัว” ได้
- แต่ชายหนุ่มโสดอายุ 33 ปี ทำงานเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีในต่างประเทศและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อแม่ที่อาศัยอยู่ในอินเดีย ชี้ให้เห็นถึงความคลุมเครือของความสัมพันธ์แบบดิจิทัล ส่วนดี คือวิธีการใหม่ๆ ในการดูแล เช่น การจองนัดหมายทางการแพทย์ และบริการที่บ้าน การติดตามอย่างสม่ำเสมอ การโอนเงิน ฯลฯ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความสัมพันธ์ทางดิจิทัลยังขาดความรู้สึกใกล้ชิดทางกายภาพและความรู้สึกที่ได้รับความรักและการดูแลด้วย "การสัมผัส" "กลิ่น" หรือ "ความอบอุ่น" อีกด้วย
บทสรุปของสัมพันธ์ทางดิจิทัล: เทคโนโลยีแห่งการดูแลผู้สูงอายุ ในหมู่บ้านประเทศไทย
- ดิจิทัลและเทคโนโลยี น่าจะมีบทบาทในดูแลผู้สูงอายุในอนาคต ซึ่งน่าจะมีการวิจัยการสร้างต้นแบบขึ้น และเปรียบเทียบการใช้และไม่ใช้ดิจิทัลในกลุ่มผู้สูงอายุ ว่า คุณภาพชีวิตและสุขภาพจิต มีความแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร?
- ดิจิทัลและเทคโนโลยีสามารถเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัว แสดงถึงความห่วงใย และการเยี่ยมยามถามข่าวในแต่ละวัน ได้อย่างไร?
- หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ด้านสุขภาพ สามารถนำเทคโนโลยีดิจิทัลช่วยในการเยี่ยมบ้าน การดูแลสุขภาพระยะยาว (Long Term Care: LTC) การเข้ารับบริการด้านสุขภาพ และการให้คำปรึกษาและคลายความเครียด
- สิ่งที่น่าห่วงในการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลของผู้สูงอายุ ควรเพิ่มทักษะ เช่น การถูกหลอกลวงเรื่องการเงิน การเข้าถึงข้อมูลที่เป็นจริง
=========
ที่มา: บทความเรื่อง “ความสัมพันธ์ทางดิจิทัล: อนาคตที่เรียกร้อง” ของ Shivangi Patel
https://anthro-age.pitt.edu/ojs/anthro-age/issue/view/46
Anthropology & Aging Vol 45 No 2 (2024) ISSN 2374-2267 (online) DOI 10.5195/aa.2024.550 http://anthro-age.pitt.edu
