สุขภาวะมูลฐาน ประจุธรรมปัญญาชุมชน ประวัติศาสตร์การวิวัฒน์วิถีถิ่นชุมชน มีอยู่ในลานสาธารณะ ผืนดิน บรรยากาศ สายลม แสงแดด แมกไม้ สิ่งแวดล้อม แหล่งดำเนินชีวิตของชุมชน แหล่งการศึกษาเรียนรู้และบ่มสร้างการเติบโตงอกงามของอนุชน พระพุทธปฏิมา เรียวใบหญ้า ด้วยการปฏิสัมพันธ์ทางความหมายของประชาชนพลเมือง

            หลังสิ้นพายุฝนแล้ว ผมถือโอกาสไปเยี่ยมแม่และญาติพี่น้องที่บ้านหนองบัว นครสวรรค์ โดยไม่ลืมที่จะนำเอาเครื่องมือช่าง เครื่องตัดหญ้า และอุปกรณ์ของใช้ ที่จะถือโอกาสได้ทำสิ่งต่างๆ ไปด้วย เลยได้ตัดหญ้า ทำความสะอาด และตัดแต่งต้นไม้ริมถนนหน้าบ้านให้แม่และน้อง ไปตัดแต่งลานบ้านและลานใต้ร่มไม้บ้านน้าสูงวัย ให้มีอาณาบริเวณสำหรับเดินดูพืชผักต้นไม้ต้นไร่ ได้โอสถสุนทรียพลานามัย สร้างสุขภาวะมูลฐาน สร้างสุขภาวะนิเวศในบ้าน ดูแลคุณภาพแห่งชีวิตพอเพียงแก่ศักยภาพแม้ยามสูงวัยได้อย่างเต็มที่ ได้ความสงบศานติ กับฐานชีวิตตนเองรอบตัวทุกวัน จึงได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่

          แล้วก็ช่างพอดี ที่วัดและชุมชนของบ้าน ก็ได้กำลังเตรียมจัดงานทอดกฐิน และเททองหล่อองค์พระพุทธปฏิมา สำหรับอัญเชิญขึ้นประดิษฐานเป็นองค์พระประธานในอุโบสถที่กำลังสร้างขึ้นเช่นกัน หลวงพ่อ ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และชาวบ้านที่ใส่ใจต่อกินส่วนรวม ได้สื่อสารบอกกล่าว บอกบุญ ให้ผู้คนไปช่วยกันตัดหญ้า สนามหญ้าโรงเรียนวันครู (2504) ซึ่งอยู่ติดกับวัด และสนามโรงเรียนกับลานวัด เป็นอาณาบริเวณต่อเนื่องเป็นส่วนหนึ่งกันและกัน เพื่อเตรียมจัดงานทอดกฐิน ทำบุญใหญ่ และเททองหล่อพระพุทธปฏิมาดังกล่าว เลยได้ไปสมทบกับพระ ผู้ใหญ่ ชาวบ้าน เด็กลูกหลาน ไปทำบุญส่วนรวมด้วยกัน 

           แม่บ้าน อบต พ่อค้า แม่ขาย ทำอาหาร จัดเครื่องดื่ม มาคอยเลี้ยงดูกัน ผู้ชาย คนเฒ่าคนแก่ คนสูงวัยที่ยังมีกำลังแข็งแรง ต่างก็นำเอาเครื่องตัดหญ้าและรถตัดหญ้ามาช่วยกันกว่า 15 เครื่อง เรียงหน้ากะดานและกระจายกันตัดหญ้า ตัดแต่งต้นไม้ ทั้งริมถนน สนามกีฬา สนามหญ้า สวนหย่อม และพื้นที่สุขภาวะนิเวศเขียวทั้งหมดของโรงเรียน หลวงพ่อ และพระสงฆ์ ทั้งคอยตรวจตราสิ่งอำนวยความสะดวก ดูแล เป็นกำลังใจ สื่อสารกระจายเสียง เก็บกวาดใบไม้ลานวัด ค่อนวันก็สะอาดเรียบร้อย ซึ่งนอกจากเป็นงานบุญใหญ่ของชุมชนที่เกิดขึ้นอยู่เนืองๆแล้ว งานกฐิน เททองหล่อพระประธาน และออกร้านขายของ สร้างเศรษฐกิจชาวบ้านและระดมทรัพยากรสร้างพระ สร้างพระอุโบสถ และดูแลโรงเรียนของลูกหลานด้วยกันครั้งนี้ มีคุณค่ามากทั้งต่อวิถีถิ่นชุมชนและวิวัฒนาการความงอกงามทางการศึกษาของสังคมไทย ที่ปรากฏให้เห็นได้จากวัด วัดใหม่นิกรประทุมรักษ์ และโรงเรียนวันครู (2504) ณ ชุมชนหมู่ 5 บ้านตาลิน ตำบลหนองบัว อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรค์

           โรงเรียนวันครู (2504) เป็นโรงเรียนที่กำเนิดจากโรงเรียนประชาบาล ซึ่งแต่เดิมอยู่ในสังกัดโดยกระทรวงมหาด สร้างขึ้นจากการรวบรวมเงินของชาวบ้าน ซื้อที่ดินให้เป็นที่สร้างโรงเรียนและวัด สมทบกับเงินที่ได้รับการจัดสรรจากเงินบริจาคของครูประชาบาบลทั่วประเทศในวาระวันครู ปี 2504 มาสร้างโรงเรียนประถมศึกษาขึ้น ซึ่งการระดมเงินบริจาคในวาระวันครูของปี 2504 นั้น ได้กระจายสร้างโรงเรียนและมีชื่อเป็นอนุสาวรีย์การศึกษาเพื่อสร้างสังคมไทยจากครูไทยชื่อเดียวกันว่า ‘โรงเรียนวันครู (2504)’ 5 แห่ง ในหลายแห่งของประเทศ และวัดใหม่นิกรประทุมรักษ์ ของชุมชน ก็ได้ก่อสร้างขึ้นโดยการนำของหลวงพ่ออ๋อย พระครูนิกรประทุมรักษ์ เจ้าอาวาสวัดหนองกลับ ศิษย์หลวงพ่อเดิม โรงเรียนจึงมีความเป็นมานับแต่การเริ่มต้นแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 1 (2504-2509) ของประเทศไทย ในท่ามกลางบรรยากาศสงครามภูมิภาค ก่อนสิ้นสุดสงครามเย็นของโลก และก่อนก่อตั้งประเทศขึ้นใหม่ของประเทศเพื่อนบ้านรอบด้าน ทั้งกัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม ต่อมาก็ได้สร้างวัด ได้สร้างอนุชนและสร้างพลเมืองดีของสังคม ให้กับท้องถิ่นและสังคมประเทศชาติ สืบเนื่องยาวนานมากว่าครึ่งศตวรรษแล้ว

           นอกจากนี้ ชาวบ้านก็ได้รวบรวมของมีค่า ทองคำ ทองแดง โลหะมีค่า เพื่อนำมาหลอมรวมเป็นโลหะเททองหล่อองค์พระปฏิมาประจำพระอุโบสถของวัด รวบรวมเอาพระเครื่อง เครื่องรางของขลัง สิ่งของ ‘ประจุความศักดิ์สิทธิ์’ ของบรรพชน ปู่ย่าตายาย พ่อแม่ ครูอุปัชฌาจารย์ เพื่อนำเข้าไปอยู่ในแดนศักดิ์สิทธิ์ แดนความเจริญงอกงาม ของการสวด บูชา ปลุกเสก และทำพิธีอันเป็นมงคลต่างๆ ในห้วงเวลาดังกล่าวนี้ เพื่อนำกลับมาไว้ในบ้านและติดตัวไว้กันต่อไป 

            ผมพาน้าสูงวัยไปค้นหาสิ่งของสำหรับนำเข้าพิธีสร้างกำลังความศักดิ์สิทธิ์และเป็นมงคลชีวิต และสำหรับเป็นโลหะเททองหล่อพระพุทธปฏิมา ในส่วนการรวบรวมร่วมเททองพระพุทธปฏิมานั้น ได้เศษฝาของภาชนะโลหะและตุ้มหูทองคำ เรียกในภาษาไทยลาวของถิ่นชุมชนบ้านผมว่า ‘ด๊อก’  สมบัติที่มีค่ามากไม่กี่อย่างของชาวบ้านนับแต่ยังสาว สภาพของด๊อกสัมผัสได้ถึงความเก่าแก่บราณ ทองคำยังอร่ามสดใส แต่ข้างหนึ่งมีสภาพบุบแบนเพราะทำหล่นพื้นแล้วโดนควายเหยียบ แล้วก็ไม่ได้นำมาใส่เลยมาแต่บัดนั้นกว่า 50-60 ปีมาแล้ว 

            สิ่งมีค่าและทั้งหมดที่มีนี้ของชาวบ้านอย่างนี้นั่นเอง ที่จะปรากฏขึ้นเป็นแหล่งสาธารณะเพื่อการศึกษาอนุชน แหล่งสาธาณะของสังคม พระพุทธรูป สิ่งศักดิ์สิทธิ์ สมบัติส่วนสำหรับหมู่ชนอย่างไม่จำกัดเจาะจง ในวิถีถิ่นชุมชนเป็นจำนวนมากของสังคมไทย เป็นประจุธรรมปัญญาชุมชน และวงจรประวัติศาสตร์ความว่างอันอุดมสมบูรณ์ต่อการพลวัตวิถีถิ่นชุมชน สลายสิ่งที่มีคุณค่าสูงสุด สะอาด บริสุทธิ์ หลอมเป็นส่วนรวมเพื่อสร้างเสริมประโยชน์สุขแก่หมู่ชนอย่างไม่จำกัดต่อไป ตามแต่ความถึงพร้อมในเหตุปัจจัย ยั่งยืน คงมั่น ดั่งขุนเขาความดีงามและภูผาแห่งความสงบสุข ส่วนหมู่ชนรุ่นแล้วรุ่นเล่าก็หมุนเวียนเปลี่ยนผ่าน 

           ความศานติรื่นรมย์ เบิกบานสดใส จากอากาศ บรรยากาศแวดล้อม อาณาบริเวณของวัดและโรงเรียน และความสว่างไสวแห่งพุทธปัญญา เป็นจำนวนมากในสังคม ก็เกิดขึ้นจากการรวมกำลังกันของสิ่งดีจากฐานชีวิต ด้วยวิถีชุมชนในลักษณะนี้ นั่นเอง.