วิทยาการและเทคโนโลยีสื่อสารสนเทศในปัจจุบันมีความก้าวหน้า ทรงพลัง ทวีคูณขีดความสามารถในการผลิตสร้างสรรค์สื่อ งานข้อมูล งานความรู้ การผลิตทางปัญญา กระบวนการสื่อสาร พัฒนาการสื่อสารเรียนรู้มวลชน เกินกว่าจะนำเอาระบบต่างๆ ในอดีตเมื่อไม่นานมานี้เองมาเทียบได้ อีกทั้งการมีประสิทธิภาพสูงของคอมพิวเตอร์ ตลอดจนความสามารถของวิทยาการและเทคโนโลยีสารสนเทศ ในการทำให้พหุลักษณ์ข้อมูล หนังสือ ตัวเลข เอกสาร ระบบสัญลักษณ์ ภาพ เสียง ภาษา กราฟิค ภาพถ่าย ภาพเคลื่อนไหว และทุกอย่าง ให้สามารถแปลงเป็นข้อมูลดิจิตัล และประมวลผลเชิงสังเคราะห์ร่วมกันได้อย่างรวดเร็ว มีความฉลาดและมีขีดความสามารถเกินกว่ามนุษย์จะทำได้ จึงเอื้อต่อการริเริ่มสร้างสรรค์และทำสิ่งต่างๆ ได้มากขึ้น โดยเฉพาะในภาคสุนทรียปัญญา ศิลปะ สื่อ การพัฒนาการสื่อสารเรียนรู้มวลชน ซึ่งจะมีแอพพลิเกชั่น AI ระบบ Virtual Reality ช่วยในการทำงานนับแต่ระดับพื้นฐานไปจนถึงการสร้างงานเป็นเอกลักษณ์มืออาชีพ
อย่างไรก็ตาม ในระดับการใช้งานทั่วไปนั้น AI และเทคโนโลยีสื่อ จะสามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างมีประสิทธิภาพ คนทั่วไปจะมองว่าสามารถทดแทนการใช้ฝีมือและไม่ต้องอาศัยมืออาชีพเฉพาะทาง แต่ผู้ที่ทำงานทางศิลปะ ใช้ AI และใช้เทคโนโลยีสื่อช่วยสร้างงาน ด้วยคำสั่งและการอธิบายอย่างง่ายดาย ให้ได้ผลงานดังที่ต้องการนั้น ก็จะพบข้อจำกัดอย่างลึกซึ้งต่ออารมณ์ทางศิลปะ บุคลิกจำเพาะของสังคมวัฒนธรรม สายตามองโลกสรรพสิ่งจากระเบียงทรรศน์สังคมตนเอง ทั้งในงานศิลปะ สื่อ และการสื่อสารพหุวิทยาการต่างๆ ทำให้การสร้างงานในระดับเป็นศิลปะในระดับสิ่งใช้สอยทางเทคนิค มีขีดจำกัด เห็นได้ว่าเป็นข้อมูลที่ประมวลมาจากแหล่งซึ่งมีความก้าวหน้า เป็นต้นธารของเทคโนโลยี คนทั่วไปจะไม่เห็น แต่ผู้ที่คุ้นเคยกับภาษาภาพ ภาษาศิลปะ จะรู้ว่า AI ไปดึงอารมณ์ศิลปะมาจากอินเดีย ญี่ปุ่น จีน ประเทศผู้นำในภูมิภาคตะวันออกไกล อเมริกา ยุโรป สร้างอารมณ์ศิลป์และบรรยากาศเชิงสะท้อนความหมายและรหัสนัยอันยึดโยงกับภูมิสังคม ของสังคมไทย ไม่ได้ดังที่ต้องการดีนัก อีกทั้งโดยมากก็จะสังเคราะห์และประกอบสร้างผลลัพธ์ต่างๆออกมาได้อย่างไม่ถูกต้อง ซึ่งผู้ที่รู้ก็จะเห็นข้อจำกัดในการใช้งานได้จริงเหล่านี้ได้
ในอนาคต ก็เชื่อว่าจะส่งผลอย่างใหญ่หลวงต่อสังคม โดยเฉพาะการหลุดออกจากฐานรากสังคมและภูมิชีวิตไปอย่างลึกซึ้ง ที่จะไม่สามารถสร้างขึ้นได้จากโลกภายนอก ทรัพยากรและสินทรัพย์ในตน และโอกาสในความแตกต่างหลากหลายจำนวนมาก จะไม่เป็นกำลังความสามารถนำการพัฒนาบนความเป็นตัวของตัวเอง เป็นจำนวนมาก เพราะไม่มีการสร้างฐานข้อมูลที่สะท้อนยึดโยงกับฐานรากระบบคุณค่าและระบบความหมายในความเป็นตัวของตัวเอง ทำให้วัตถุดิบการสังเคราะห์ปัญญาประดิษฐ์ ไม่สามารถสร้างคุณค่าขึ้นจากทรัพยากรที่มีในตนได้ การริเริ่มและทำขึ้นจากผู้ที่เล็งเห็นความสำคัญและมีความสามารถทำได้ เป็นหนทางที่ดีอย่างหนึ่งที่มีโอกาสทำได้ก็ควรทำตามกำลัง
สิ่งที่ AI และเทคโนโลยีสื่อทรงประสิทธิภาพมากต่างๆ จะไม่สามารถเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตสร้างสรรค์ดังกล่าวได้ ก็เนื่องจากนอกจากมีความทันสมัยก้าวหน้าแล้ว สังคมต้องได้มีการสร้างข้อมูล ที่สะท้อนชีวิตจิตใจ แบบแผนการปฏิสัมพันธ์กับปรากฏการณ์ สะท้อนเชื่อมโยงกับฐานชีวิต ภูมิถิ่น ระบบความหมาย ระบบคุณค่า ที่หลากหลาย ให้มากที่สุด วิธีการหนึ่ง คือ Mini-Content Integrated Media and Communication ซึ่งผู้สามารถเข้าถึงสื่อตามท้องถิ่นต่างๆ จะสามารถริเริ่มออกจากตนเอง ในการทำหน้าที่เสมือนเป็นนักวิจัยเชิงปฏิบัติการ สร้างวิถีแห่งปัญญาปฏิบัติในตน ยกระดับศักยภาพความสามารถสื่อสารในอีกขั้นหนึ่ง ซึ่งจะสร้างองค์ประกอบสุขภาวะมูลฐานและคุณภาพแห่งชีวิตด้านการอ่าน คิด เขียน วาดภาพ ถ่ายภาพ ศึกษาค้นคว้า แบ่งปัน สร้างอรรถาธิบาย ดำเนินไปบนหนทางแห่งปัญญาปฏิบัติ ได้แก่ตนเอง พร้อมกับสร้างต้นทุนพหุลักษณ์ข้อมูล พหุปัญญาวิทยาการ อันจำเป็นสำหรับอนาคตการพัฒนาต่างๆ ด้วยวิทยาการและเทคโนโลยีก้าวหน้า ขยายกำลังการวิวัฒน์ตนเองของสังคมอย่างบูรณาการ ด้วยกระบวนการ ‘ศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์’ อย่างเหมาะสม เพียงพอ ทัดเทียมกับความเป็นจริงต่างๆ ได้อยู่เสมอ
ทรัพยากรพหุลักษณ์ข้อมูลดังกล่าว จะช่วยให้ AI และเทคโนโลยีสื่อ ช่วยคิดอ่าน เชิงสะท้อนความหมาย สะท้อนชีวิตจิตใจ สะท้อนความหมายและระบบคุณค่าเชิงบริบทสังคมวัฒนธรรม ทั้งของสังคมไทยและสังคมอื่นๆ ได้อย่างเหมาะสม ยิ่งๆขึ้น.
