กระบวนการปฏิบัติศึกษาเรียนรู้ ริเริ่มสร้างสรรค์ความเจริญงอกงามยึดโยงกับฐานรากชีวิต เป็นปัจจัยต้นทุนสุขภาวะมูลฐาน เสริมพลังการบรรลุผลแก่พหุมิติการพัฒนาเศรษฐกิจสังคมและรอบด้าน ใช้ทรัพยากรน้อย กินพลังงานต่ำ แต่เพิ่มกำลังปัญญาปฏิบัติ ให้ผลิตภาพสร้างสรรค์ต่อสุขภาวะมูลฐาน คุณภาพแห่งชีวิต และความผาสุกร่วมกัน ที่เข้าถึงด้วยกระบวนการสังคมวัฒนธรรมวิถีประชา สร้างจังหวะพลวัตร่วมกัน ที่ลดวิกฤติปัญหา เพิ่มพูนโอกาสความเจริญงอกงาม ยกระดับสุขภาวะพอเพียงในการวิวัฒน์ตนเองของพหุลักษณ์สังคม ได้ดีขึ้น

                คลื่นพัฒนาการร่วมกันของสังคมโลก ได้ก้าวผ่านยุคสมัยความรุ่งเรืองทางการศึกษา การสื่อสาร ประสิทธิภาพของการผลิตและบริการ มีสุขภาพและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น อายุขัยยืนยาวขึ้น ก่อเกิดคุณภาพใหม่และศักยภาพอย่างใหม่ของสังคมประชากร ที่มีกำลังความฉลาดเรียนรู้และความฉลาดทางการศึกษา (Social Learning Literacy) ด้วยปัญญาปฏิบัติในตนเอง เพื่อเข้าถึงทรัพยากร สวัสดิภาพ และโอกาสจากการบรรลุผลทางการพัฒนาในทุกด้านของสังคม ได้อย่างไร้ข้อจำกัดมากยิ่งๆขึ้น อีกทั้งระบบกลไกกระจายความสามารถสื่อสารและสร้างปฏิสัมพันธ์กับทุกระบบทั้งโลก ได้บูรณาการหลอมรวมเข้าสู่ระบบอัตโนมัติและรวมอยู่ในเทคโนโลยีบูรณาการมือถือ (Powerful Integrated Mobile Devices) ทุกอย่างมีความเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ เปิดรับ และเปิดสู่การปฏิสัมพันธ์ได้กับทุกระดับในขอบเขตทั่วโลก ไร้กรอบจำกัด ทั้งกาลเวลา ยุคสมัย สถานที่ รุ่นวัย การศึกษา แวดวงอาชีพ ภาคส่วนสังคม พหุลักษณ์ความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรม และทุกมิติ   

               มณฑลพลวัตสื่อกลางและแหล่งบูรณาการผสานยึดโยงปฏิสัมพันธ์ระหว่างชั้นความหลากหลาย เช่น  Middle Earth มิติพลวัตระหว่างแดนนรกกับแดนสวรรค์ ซึ่งก็คือช่วงชั้นห้วงชีวิตและกิจกรรมการดำรงชีวิตของพลเมืองโลก Middle Class ชนชั้นกลางระหว่างปิรามิดแห่งอำนาจและฐานสังคมมวลชน Middle-Change Agentชนชั้นเทคโนแครตระหว่างระบบกลไกมหภาค นโยบาย แนวคิด ทฤษฎี กับฐานชีวิตจุลภาคและฐานรากสังคม รวมทั้ง ภาคส่วนสุนทรียปัญญากรรมาชีพ มวลชนพหุลักษณ์สังคมที่มีความเป็นมณฑลส่วนรวมของทุกความแตกต่างหลากหลาย รวมทั้งเป็นระบบการยึดโยงพลวัตพหุลักษณ์สังคมมวลชนอย่างไม่จำกัดต่อกลุ่มชนอยู่ในตนเอง เช่น ศิลปะ สุขภาพ ศาสนธรรม การศึกษามวลชน สื่อและการสื่อสารมวลชน การพัฒนาพหุปัญญาและศิลปวิทยาการเชิงสังคม ซึ่งปลายทางและฐานรากแห่งขั้วการยึดโยง จะหยั่งสะท้อนอยู่กับสัจจการ ธรรมชาติ พลวัตความงอกงาม และการวิวัฒน์การดำเนินไปกับความเป็นจริงพื้นฐานในชีวิตจิตใจมวลมนุษย์ เข้าถึงและสะท้อนสร้างการบรรลุประโยชน์สุขในวิถีแห่งตนได้อย่างเสมอกัน ไม่สามารถจำกัดและกำหนดกะเกณฑ์ได้ตายตัวว่าจะให้เป็นผลดีต่อใครและยกเว้นแก่ใคร เป็นทรัพยากรกลางใช้สร้างประโยชน์สุขตามที่ต้องการได้หมดเมื่อปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ไม่ว่าเป็นใครในโลก เหล่านี้ จะมีความแตกต่างจากพัฒนาการของสังคมในอดีตมาก อีกทั้งมีพลังอย่างสำคัญต่อการนำการเปลี่ยนแปลง เกื้อหนุนการเปลี่ยนผ่าน และเคลื่อนไหวการวิวัฒน์ความงอกงามในตนเองของสังคมในทุกระบบ

               หลายอย่างจะไม่เคยปรากฏอยู่ในวิวัฒนาการทางสังคมวัฒนธรรมของมวลมนุษย์ และหลายอย่างแม้ต่างออกไปทางรูปแบบความทันสมัยก้าวหน้า ตามเงื่อนไขแวดล้อมของวิทยาการ เทคโนโลยี และพลวัตของยุคสมัย ที่ดำเนินไปอย่างไม่หยุดนิ่งตลอดเวลา แต่โดยสาระสำคัญแล้วก็ยังคงสะท้อนองค์ประกอบแห่งความจริงพื้นฐานในธรรมชาติของชีวิต อารมณ์จิตใจ จิตวิญญาณ องค์ประกอบสุนทรียปัญญาการวิวัฒน์ความงอกงามจากภายในชีวิต และปัจจัยความเป็นมนุษย์ ให้เห็นกระแสธารความสืบเนื่อง เคียงคู่อยู่ตลอดมากับวิวัฒนาการทางสังคมวัฒนธรรมของมวลมนุษย์ ด้วยสัญญาณชีพ สัญญาณจิตใจ สัญญาณสิ่งแสดงการประจักษ์ต่อภาวะความงอกงามและการดำรงอยู่ทางความหมายแห่งชีวิต จิตใจ และเป็นพลวัตฐานชีวิต ฐานรากพลวัตพหุลักษณ์สังคม ในอีกแบบแผนหนึ่ง ที่จะมีความหมายอย่างลึกซึ้งต่อคลื่นพัฒนาการ บูรณาการ ‘ศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์’ ในวิถีสังคมประชาด้วยคุณภาพอย่างใหม่ของพลเมืองประชากร หยั่งยึดโยงกับชุดความหมายทางวัฒนธรรมแห่งปัญญาปฏิบัติก้าวหน้า ที่มีกำลังแห่งการพลวัตพหุมิติของสังคม อย่างน่าสนใจ 

              นับตั้งแต่ ศตวรรษที่ 19-20 ซึ่งพัฒนาการของสังคมเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระบวนการก่อเกิดระบบสังคมรัฐชาติ กระบวนการก่อเกิดความเป็นเมืองในแบบแผนใหม่ ระบบตลาด ทรัพยากรทุน การผลิต บริการ การบริโภคมวลชน ได้ขยายตัวอย่างสูงสุด กระจายไปทั่วโลก และส่งผลสืบเนื่องต่อวิวัฒนาการรอบด้านตลอดกาล กระทั่งปัจจุบัน ได้ก่อให้เกิดแบบแผนการดำเนินชีวิตและพลวัตทางระบบเศรษฐกิจสังคมสืบเนื่องกันอย่างหนึ่ง คือ การใช้ชีวิตเป็นเสรีปัญญาชนพลเมือง เร่ร่อนสัญจรไปของชนชั้นกรรมาชีพ การศึกษาดี การงานดี มีรายได้ มีความสำเร็จ มีความสามารถสูง แต่ต้องการใช้ชีวิตเหมือนว่าเป็นคนเร่ร่อน ไร้บ้าน เห็นการมีสุขภาพดีที่มีความหมายทางคุณค่าต่ออาณาจักรชีวิตมนุษย์ มากกว่าเรื่องสุขภาพความเจ็บป่วย และไม่ต้องการคุณภาพชีวิตดีในรูปแบบที่มนุษย์ห่างไกลจากธรรมชาติและความเป็นนายแห่งตน ไม่ต้องการสั่งสมความมั่งคั่งทางเงินทอง ที่ลดทอนการมีประสบการณ์ทางความหมายต่อธรรมชาติและโลกกว้าง เหมือนเป็นความไม่สำเร็จ กล่าวได้ว่า ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่การตกเป็นเหยื่อในสถานการณ์วิกฤติปัญหา แต่กระบวนการเหล่านั้น กลับเต็มไปด้วยกระบวนการทางการคิด ถกเถียงในตน สร้างการตัดสินใจรอบด้าน และสื่อสะท้อนกระบวนการพลวัต ผุดก่อเกิดภาวะแห่งปัจเจกภาพของมนุษย์ ที่ปฏิสัมพันธ์และจัดความสัมพันธ์กับธรรมชาติ สังคมสิ่งแวลด้อม และมิติการมีความหมายอื่นๆ ต่อกัน ของประชาชนพลเมืองกับสังคมทั้งมวล เป็นอย่างยิ่ง 

              บ้านสังคมศิลป์ เคยให้นักศิลปะ สุนทรียปัญญากร ในคุณลักษณ์ดังที่กล่าวถึงนี้ ใช้บ้านสังคมศิลป์เป็นแหล่งพำนักใช้ชีวิตในสังคมไทยให้เป็นการผลิตงานศิลปะ สื่อสุนทรียปัญญาสร้างสรรค์ เป็นชาวยุโรปทั้งสองคนจากคนละประเทศ ที่มาเจอกับผมและภรรยาในการเปิดแสดงงานศิลปะครั้งหนึ่งของหมู่ศิลปินน้องๆรุ่นใหม่ ศิษย์เก่าคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่ร้านกาแฟแนวใหม่ริมน้ำแม่ปิงเชียงใหม่ 

             ทั้งสองคนมีความสนใจอยากพำนักอยู่ในเชียงใหม่ ศึกษาเรียนรู้สิ่งที่สนใจ พร้อมกับได้ทำงานศิลปะและงานสร้างสรรค์ เผยแพร่ หาเงินเป็นทุนทำงานและสัญจรไปทั่วโลกไปด้วย อยากหาบ้านเช่าราคาถูกๆ ผมดูหน่วยก้าน ดูวัยที่อยู่ในวัยลูกศิษย์ของผม ดูความสนใจ ท่าทีความจริงจังแล้ว ก็เลยบอกว่าไม่ต้องหาเช่าบ้านหรอก ให้ไปพำนักอยู่ที่บ้านสังคมศิลป์ แล้วก็ช่วยเหลือตนเอง ดูแลบ้านเอง หาวิธีเดินทางและจัดการกับชีวิตตนเองโดยไม่ต้องคาดหวังว่าจะมีใครมาคอยบริการเพราะบ้านสังคมศิลป์ไม่ใช่แหล่งประกอบการธุรกิจ ให้อยู่ด้วยกันตามสบายเหมือนเป็นนักศึกษาของผม ซักผ้า ซื้อข้าวของมาทำอาหารกินเอง ใช้จักรยานในบ้านและเดินไปไหนมาไหนในหมู่บ้านอย่างเป็นตัวของตัวเอง

              หากไม่สบายใจที่ไม่ได้รับผิดชอบค่าเช่าและค่าใช้จ่าย  ก็ไม่ต้องจ่ายค่าเช่าที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆเป็นเงิน แต่จ่ายเป็นการแบ่งปันกันแทน โดยในวันที่จะอำลากันเดินทางต่อไปยังประเทศอื่นๆในโลกกว้าง ขอให้นำเสนองาน แบ่งปันปัญญาปฏิบัติ ทำอาหารตามวัฒนธรรมตนเองมากินด้วยกัน จัดเลี้ยงและเสวนากัน แทนการจ่ายเงิน โดยผมจะเชิญครูอาจารย์ศิลปะจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่และในเชียงใหม่ ศิลปินอิสระ เด็กๆ ชาวบ้าน มานั่งชม เสวนา แลกเปลี่ยทางสังคมวัฒนธรรมต่างๆด้วยกัน เป็นครูและผู้เรียนในชีวิตกันและกัน สร้างห้วงชีวิตชุมชนการเรียนรู้พหุลักษณ์สังคมวัฒนธรรมที่มีแต่ต่างได้การเติบโต เจริญงอกงามไปด้วยกันอย่างที่สุด 

              ทั้งสองท่านตกลง ผมอนุญาตให้อยู่ทำงานไปเท่าที่อยากจะอยู่ ได้เดินทางไปตามแหล่งต่างๆ ที่สนใจใคร่รู้ในเชียงใหม่แล้วก็ได้สร้างงานอย่างที่ตั้งใจ ท่านหนึ่งสร้างหนังแอนนิเมชั่น ผูกเรื่องราวแสดงภาพของโลกกว้าง ให้อารมณ์ประพันธศิลป์ภาพในแนวงานวรรณกรรมโลกอย่าง ‘เจ้าชายน้อย’ และมีสิ่งที่ผ่านพบในสังคมไทย ล้านนา และชุมชนบ้านสังคมศิลป์ เป็นฉากถ่ายทอดเรื่องราว งานดังกล่าวส่งไปขายและเผยแพร่ในขอบเขตทั่วโลกในกลุ่มสนใจ อีกท่านหนึ่งเขียนภาพสีน้ำมัน ถ่ายทอดเรื่องราวต่างๆ ที่พานพบร่วมกับสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของตน ส่วนหนึ่งได้มอบไว้ที่บ้านสังคมศิลป์ และอีกส่วนหนึ่งส่งไปขายระดมทุนสนับสนุนเครือข่ายดูแลสุนัขจรจัด การนำเสนองาน ทำอาหารมาแบ่งกันกินอย่างเป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม มีการเตรียมการอย่างดี เป็นการสรุปและประเมินผลเชิงสังเคราะห์ Self-Directed Learning สร้างปัญญาปฏิบัติ WAC Arts Wisdom Practice มาแสดงให้ได้ประจักษ์ร่วมกัน และได้ทุกอย่างแก่ตนเองอย่างครบถ้วนกระบวนความ

              ชุมชนนักศิลปะสุนทรียปัญญากร และเสรีปัญญาชนพลเมืองในลักษณะดังกล่าวนี้ คือ ปรากฏการณ์ความเป็นจริงชุดใหม่ในวิวัฒนาการของสังคม ที่มีอยู่จริง ก่อเกิดและวิวัฒนาการตนเองบนฐานชีวิตและยึดโยงกับฐานรากสังคมด้วยศักยภาพสูง พัฒนาอัจฉริยภาพพหุปัญญา ยึดโยงชีวิตเปิดรับปัญญาปฏิบัติเรียนรู้กับผู้คน ดำเนินชีวิตโดยมีโลกกว้างเป็นบ้าน มีหมู่ชนทั้งมวลเป็นญาติพี่น้อง ด้วยรูปแบบที่สิ้นเปลืองทรัพยากรน้อย กินพลังงานต่ำ แต่กลับสร้างสรรค์และมีผลิตภาพสูง ชีวิตเป็นประจุความหมายสรรสร้าง ให้ทรัพยากรทางปัญญาและเป็นกำลังพลวัตทางปัญญาแก่สังคมอย่างสูงด้วยศักยภาพมนุษย์จากหัวใจ สติปัญญา วิทยาการ เทคโลยีเหมาะสม และมือเปล่า ซึ่งในบางมิติ ก็กลับจะมากยิ่งกว่าสร้างขึ้นได้ด้วยระบบและกลไกขนาดใหญ่ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจเอกชนเสียอีก 

               ปรากฏการณ์ดังกล่าวชุดนี้ จัดว่าเป็นประกายฉายส่อง ให้ระเบียงทรรศน์การดำเนินไปสู่พัฒนาการใหม่ๆ และสื่อสัญญาณแผ่วเบาด้วยปัญญาปฏิบัติ ให้การบรรลุจุดหมายด้วยความเป็นจริงในตนของมนุษย์ บูรณาการพหุปัจจัยให้ผุดก่อเกิดปัญญาปฏิบัติอิงฐานชีวิต ครอบคลุมการตอบสนองตรงความจำเป็นในระดับจุลภาค และมีกำลังส่องสะท้อนพหุปัญญา จรรโลงการพลวัตงอกงามและยิ่งมีประสิทธิภาพแก่ระบบมหภาค ที่ดี

              ผ่านไปเกือบ 10 ปีแล้ว ทั้งสองท่านก็ยังส่งข่าวคราวถึงบ้านสังคมศิลป์อยู่เป็นระยะๆ เห็นการสัญจรไปอยู่ในประเทศต่างๆ และสนทนาถามไถ่ถึงกันทั้งแมว สุนัข ผู้คน ต้นไม้ และทุกอย่างที่เคยเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตระหว่างการพำนักสร้างงานอยู่ในประเทศไทยที่บ้านสังคมศิลป์ โลกกว้างเป็นบ้านและสถานพลวัตความงอกงามแห่งปัญญาไปกับชีวิต จารึกภาพเขียนสีบนภูผาชีวิตสังคมให้คงอยู่ตลอดไปในกระแสธารธรรมชาติ แล้วก็กลืนหายไปอยู่กับธารพลวัตในทุกสิ่ง รู้สึกและประจักษ์ได้ถึงการมีอยู่ตลอดกาลในสัณฐานและรูปการณ์พลวัตหลากหลาย

              อเมริกา และยุโรป มีประชากรคนไร้บ้านและผู้ใช้ชีวิตสวนทางกระแสความทันสมัยก้าวหน้า เพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับมานานแล้ว ในหลายสังคม ผู้นำและคนชั้นยอดในหลายสาขาวิทยาการ พากันรวมตัวและร่วมกันสร้างเมือง สร้างชุมชนเพื่อดำเนินชีวิตอยู่กับธรรมชาติและสิ่งที่ตนเองผลิตแบ่งปันกันและกันได้ โดยผลิตงานสร้างสรรค์ทางปัญญาในชีวิต อาหาร ศิลปกรรมหัตถศิลป์กระจายสู่โลกภายนอก มีส่วนร่วมสร้างวิทยาการก้าวหน้าในหนทางที่ต่างออกไป บ้างสร้างระบบบริการและดูแลตนเองทางสุขภาพด้วยกระบวนการใกล้ชิดกับธรรมชาติและการปฏิบัติต่อกันของมนุษย์ ในห้วงทศวรรษ 2530 ซึ่งในท่ามกลางวิทยาการและเทคโนโลยีทางสุขภาพและรอบด้านของโลกมีความเจริญก้าวหน้ามาก สามารถเปลี่ยนหัวใจ เปลี่ยนอวัยวะ และเอาชนะโรคระบาด อย่างไม่เคยมีมาก่อนของโลกนั้น เคยมีการศึกษารวบรวมและพบว่าสังคมก้าวหน้าทันสมัยดังเช่นอเมริกา กลับมีชุมชนแนวปฏิบัติโน้มนำไปอีกทางหนึ่ง โดยมีความนิยมต่อการดูแลตนเองทางสุขภาพสวนทางกับความทันสมัยก้าวหน้า เช่น นอนฝังดิน นอนคลุมใบไม้ นอนฝังทราย เข้าพิธีไสยศาสตร์ ปฏิเสธความทันสมัยก้าวหน้า ศึกษารวบรวมได้มากกว่า 800 รายการ ทั้งนี้ หาใช่เกิดจากภาวะความยากจนและยากไร้ แต่ก่อเกิดจากการมุ่งอยู่กับตนเองอย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์ เลือกสรรการเปลี่ยนแปลง สร้างสรรค์วิทยาการ เทคโนโลยี และความทันสมัยก้าวหน้า ที่เหมาะสมเพียงพอ สร้างภูมิชีวิต ภูมิถิ่น และมีปัญญาปฏิบัติ จรรโลงความเจริญงอกงามอย่างบูรณาการของมนุษย์และสังคม ทัดเทียมต่อความจำเป็นและความยั่งยืนด้วยกันของมนุษย์กับธรรมชาติ สังคมญี่ปุ่นในทวีปเอเชีย ก็คล้ายกัน แต่ก่อเกิดในอีกแบบแผนหนึ่ง และสังคมต่างๆทั่วโลก ก็กำลังก่อเกิดพลวัตทางสังคมดังกล่าวนี้ เพิ่มมากยิ่งๆขึ้น 

              ได้มีผู้ให้ความสนใจ ติดตามศึกษาวิจัย ศึกษาเรียนรู้ วิพากษ์ทบทวน ให้ข้อค้นพบสิ่งแสดงวิวัฒนาการทางสังคมสิ่งแวดล้อมที่น่าสนใจหลายประการ หนึ่งในนั้นคือ ปรากฏการณ์ดังกล่าวที่แผ่ขยายมากขึ้นทั่วโลกนั้น ไม่ใช่ปรากฏการณ์เชิงปฏิกริยา ตอบสนองต่อผลกระทบแบบตั้งรับ และไม่ใช่เป็นการแสดงภาวะขาดแคลน ภาวะไร้โอกาส ภาวะความยากจนล้มเหลวทางเศรษฐกิจสังคม ที่ต้องการส่งเสียงเรียกร้องการหยิบยื่นความช่วยเหลือให้แบบที่เคยปรากฏในอดีต แต่ตรงกันข้าม กลับเป็นกระบวนการจัดความสัมพันธ์กับปรากฏการณ์ปัญหารอบด้านทั้งในความต้องการของชีวิตและในทุกมิติของสังคม รวมไปจนถึงในโลกกว้าง ในความหมายใหม่ด้วยการสะท้อนลงสู่การเป็นผู้กระทำในขอบเขตที่สามารถเป็นจุดหมายสูงสุดในตนเองและเป็นผู้มีความสามารถริเริ่ม เรียนรู้สร้างปัญญาปฏิบัติ ยกระดับพัฒนาการต่างๆต่อไปออกจากฐานชีวิตและการยึดโยงกับสิ่งแวดล้อมการอยู่อาศัย แสดงการเป็นนายตนเอง ร่วมเป็นเจ้าของร่วมสร้างสังคมที่มีความหมายในแบบตนเองด้วยกระบวนการทางการปฏิบัติ ริเริ่มกระทำด้วยตนเอง มีกำลังการริเริ่ม ปัญญารอบด้าน นำการเปลี่ยนแปลงสูงในอีกมิติหนึ่งของสังคม 

             กระบวนการดังกล่าวนี้ก่อเกิดในกระบวนการชุมชนปัญญาปฏิบัติ และในมณฑลปฏิสัมพันธ์ทางความหมายของพหุลักษณ์สังคมของพลเมืองประชากรซึ่งมีคุณภาพทางปัญญาปฏิบัติอย่างใหม่ บางแบบแผนนำไปสู่การก่อเกิดองค์กรเครือข่ายจัดการของภาคประชาสังคมและชุมชนการยึดโยงทางความหมายร่วมกัน บางแบบแผนดำเนินพลวัตไปกับกระบวนการมีส่วนร่วมทางสังคมโดยอิสระ ตลอดห้วงชีวิตเป็นมณฑลความสมบูรณ์เพียงพอในตนด้วยกระบวนการงอกงามทางปัญญาปฏิบัติในฐานชีวิตอันไม่หยุดนิ่ง ปฏิสัมพันธ์ทางความหมายกับระบบต่างๆในหลายทิศทาง ซึ่งมีอยู่ไม่น้อยที่ก่อให้เกิดสิ่งดีสิ่งใหม่ที่ระบบและกลไกทั่วไปของสังคมจะสร้างขึ้นได้ยากหรือเกิดขึ้นไม่ได้เลย ยิ่งไปกว่านั้น เสรีปัญญาชนพลเมืองในชุมชนและมณฑลกลางพหุลักษณ์สังคม หลังยุคหลังยุคเศรษฐกิจสังคมและการศึกษาก้าวหน้า ดังกล่าวนี้ จะพบว่ามีอยู่เป็นจำนวนไม่น้อยในทุกสาขาอาชีพ ที่จะมีกำลังปัญญาปฏิบัติ มีความรู้ และทรงอิทธิพลในแวดวงกรรมาชีพของตน ไปจนถึงมณฑลสาธารณะต่างๆของสังคม ไม่น้อยไปกว่าระบบและกลไกที่เคยรวมศูนย์การมีประสิทธิภาพและมีพลังอำนาจมากที่สุดของสังคมในอดีต อีกทั้งอาจจะมากกว่าเสียอีก  

              สงครามที่กำลังเกิดขึ้นของโลก และการมุ่งลงทุนสร้างอาวุธด้วยวิทยาการก้าวหน้า ได้พาสังคมมนุษย์ไปถึงการสร้างเครื่องมือสื่อสารให้เป็นระเบิด สร้างโดรนและระบบการขนส่งที่ก้าวหน้าที่สุดอย่างไร้คนขับ มีความแม่นยำ ราคาแพง ให้เป็นระเบิดและอาวุธควบคุมปฏิบัติการระยะไกลด้วยระบบสื่อสารบูรณาการกันทั้งบนโลก บนอากาศ และจากอวกาศนอกโลก ไม่ใช่การระดมสร้างทรัพยากรอันมีคุณค่ามหาศาลเพื่อความศานติและความผาสุกร่วมกัน ลดความยากไร้ขาดแคลน ลดภาวะวิกฤติก่อความเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ สร้างพหุปัจจัยสุขภาวะมูลฐานในทุกภูมิภาคของสังคมโลกได้มากขึ้น แต่กลับมุ่งเพื่อทำลายล้างและสร้างความสูญเสียต่อมนุษย์ได้อย่างรุนแรงและเป็นวงกว้าง ยิ่งกว่าอุบัติภัยต่างๆ ที่ทำลายมนุษย์ ทั้งอุบัติภัย โรคระบาด และภัยธรรมชาติ เสียอีก เป็นวิถีแห่งการรวบรวมสิ่งดีจากทั้งโลกทุกอารยธรรม และจากทุกคลื่นวิวัฒนาการ ในนามของความทันสมัยก้าวหน้า ไปสร้างความเสียหาย ทำลายทิ้ง ทำลายล้างมนุษย์ สั่นคลอนและทำลายความมั่นคงของทั้งโลก ซึ่งไม่ว่าจะมองจากกรอบใด ก็เป็นสิ่งไร้เหตุผลที่ทุกสังคมไม่มีกำลังหันเหออกไปจากหนทางนี้ได้แต่โดยลำพังกันได้ง่ายนัก 

             ทั้งนี้ ก็เนื่องจากภายใต้โครงสร้างกำกับให้มนุษย์อ่อนแรง ดึงทุกสิ่งดีเข้าตน และส่งกำลังทำลายไปยังผู้อื่น อย่างนี้ หนทางดำเนินไปด้วยกันของทุกคนดังกล่าวก็เป็นความจริงอย่างหนึ่งตามยุคสมัยของโลก ไม่มีหลักประกันว่าหากไม่ร่วมดำเนินไปในหนทางดังกล่าวนั้นด้วยแล้ว จะก่อเกิดผลดีหรือก่อเกิดความล่มสลายแสนสาหัสต่อตนเองอย่างไร การสร้างจังหวะห้วงสำนึกจิตใจต่อสิ่งประจักษ์ต่างๆร่วมกัน ให้วงจรพลวัตกระบวนการก่อเกิดพหุปัญญาและมีกำลังเพิ่มพูนการริเริ่มสร้างสรรค์ต่างๆ มีแหล่งอิงอาศัย มีแผ่นดิน มหาวิหารทางจิตวิญญาณ มหาสถานทางปัญญา และเป็นองค์ประกอบหนึ่งของสังคมด้านยึดโยงกับฐานชีวิต จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดหาย ที่สังคมทั่วไปได้ขาดทักษะการสร้างประจุชีวิตให้มีกำลังและขาดการสร้างที่อยู่ให้กับความงอกงามชีวิตจิตใจ การมุ่งสู่สิ่งอื่นอย่างขาดองค์ประกอบการเป็นมณฑลแห่งการสถิตสัญจรของอารมณ์ความรู้สึก ขวัญชีวิต อันเป็นสาระสำคัญพื้นฐานของชีวิต ซึ่งมากกว่าด้านวัตถุกลไกแต่เพียงลำพัง แม้จะมุ่งทะยานไปสุ่ความมั่งคั่งทันสมัยก้าวหน้า ห่างไกลจากความล้าหลังไปมากได้เพียงใดก็ตาม ก็ไม่สามารถกว้างไกลไปเกินอาณาจักรและจักรวาลแห่งความเป็นจริงนี้ได้

             ขีปนาวุธ 1 ลูก ราคาหลายร้อยล้านบาทไปจนถึงหลายหมื่นแสนล้าน ซึ่งต้องลดโอกาสการนำไปสร้างการศึกษา สร้างสุขภาพและคุณภาพแห่งชีวิตดี และจำกัดการร่วมทุกข์สุขกัน เป็นกำลังทรัพยากรช่วยเหลือการพัฒนาชีวิตให้กันของพลโลก เท่ากับลดการสร้างโรงเรียน ลดโรงพยาบาล ลดระบบสวัสดิการสาธารณะ นับหมื่นนับแสนแห่ง ลดการแบ่งปันดูแลกันของมนุษย์นับหลายล้านคน ไปสร้างการทำลายล้างชีวิตและสร้างมวลชนอพยพย้ายถิ่นของโลกในแต่ละครั้งเพิ่มขึ้นอีกนับหมื่นนับแสน สั่นคลอนความสงบศานติของมวลมนุษย์และทุกระบบของสังคมทั่วโลก จึงนอกจากราคาแพงและรวมกำลังสร้างความเสียหายมากยิ่งแล้ว ในวิทยาการก้าวหน้าและปลายทางการตัดสินใจนั้น ล้วนเป็นต้นทุนจากเศรษฐกิจสังคมและพัฒนาทุกด้าน ที่แลกมากับการทำลายภูเขา ทำลายทรัพยากร แรงงาน ศักยภาพกรรมาชีพของพลเมืองมีการศึกษา ทำลายความมั่นคงต่อสวัสดิภาพและคุณภาพแห่งชีวิตมวลมหาชนของทั้งโลก

              สภาพดังกล่าวนี้ การเคลื่อนไหว สร้างกระบวนการสื่อสารเรียนรู้มวลชนในท่ามกลางปัญหาที่กำลังเกิดขึ้น จะไม่เพียงพอ อีกทั้งโดยธรรมชาติของปัญหาแล้ว เมื่อเผชิญกับสถานการณ์และวิกฤติการณ์ปัญหาอยู่ตรงหน้า ไม่ว่าจะเป็นใคร ก็จะมีความจำเป็นได้ตอบโต้สิ่งกระทบอย่างดีที่สุด ที่ปรากฏออกมาเช่นนั้น อย่างไม่แตกต่างกัน ดังนั้น กระบวนการเห็นความสะท้อนเชื่อมโยง เกี่ยวเนื่อง และนำไปสู่ปลายทางที่จะไม่ต่างกัน ให้สามารถสร้างภาวะเงื่อนไข บรรลุถึงสิ่งที่ดีไปด้วยอยู่เสมอตลอดกระบวนการพลวัตทางด้านต่างๆของสังคม และอาจจะมีส่วนหันเหการสร้างเงื่อนไขก่อสงคราม หรือสร้างโอกาสแข่งขันทางเศรษฐกิจสังคม ที่รวมเอาทรัพยากร และโอกาสอีกมากมายของมนุษย์ ไปลงกับสิ่งที่เหือดหายไปจากฐานชีวิตจิตใจ ซึ่งหากพัฒนาระบบภายนอกอย่างเดียว แม้นต้องใช้ทรัพยากรทั้งหมดในโลกก็จะไม่เพียงพอ แต่หากสร้างโอสถชีวิต เสริมพลังความงอกงามขึ้นไปด้วยจากข้างในและสัมพันธ์ยึดโยงกับฐานชีวิต การบรรลุจุดหมายสุขภาวะมูลฐานและคุณภาพแห่งชีวิตก็จะมีโอกาสพอเพียงในตน และปลายทางความหมายแห่งชีวิต จะมีส่วนนำการเปลี่ยนแปลงต่างๆ สอดคล้องกับความจำเป็นร่วมกันที่ดีกว่าเดิมยิ่งๆขึ้น

              ได้ติดตามชมสารคดีเชิงข่าว ของคุณกรุณา บัวคำศรี และสื่อยูทูปเบอร์อีกหลายท่าน ได้เห็นปรากฏการณ์ที่น่าสนใจมากอย่างหนึ่งของสังคมญี่ปุ่น คือ การดำเนินชีวิตท่ามกลางสังคมอันใหญ่โตและก้าวหน้าทันสมัย มีความสมบูรณ์ครบถ้วนในตนเองด้วยเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก ระบบสวัสดิภาพ ประสิทธิภาพของระบบตลาด การผลิต การแลกเปลี่ยนบริการ ลดการขึ้นต่อความสัมพันธ์ต่อกันของมนุษย์ พึ่งระบบอัตโนมัติ พึ่ง AI หุ่นยนต์ แต่ใช้ระบบปัญญาประดิษฐ์เสมือนจริง เหมือนมีชีวิตจิตใจ ให้การตอบสนองต่ออารมณ์ความรู้สึก กระทั่งสามารถแทนคน แทนมนุษย์ เช่น การผลิตตุ๊กตายาง มีความฉลาดด้วยปัญญาประดิษฐ์ การผลิตสิ่งของเครื่องใช้ และหุ่นยนต์สุนัขเลี้ยง ก่อเกิดระบบประกอบการ และชุมชนแลกเปลี่ยนบริการ ร้านซ่อม ร้านสะสม ร้านแยกชิ้นส่วน ก่อเกิดรูปแบบชีวิตและกิจกรรมเศรษฐกิจสังคม ไปจนถึงก่อเกิดการประดิษฐ์พิธีกรรมทางศาสนาและระบบบริการของวัดให้กับประชาชน ในการจัดพิธีศพแก่หุ่นยนต์สุนัข และสิ่งประดิษฐ์ที่ไม่มีชีวิต ทว่า มีบทบาทเป็นแหล่งยึดเหนี่ยวจิตใจ ทำหน้าที่เป็นประจุชีวิต ให้มนุษย์นำเอาชีวิตจิตใจและจิตวิญญาณเข้าไปสถิตไว้ในสิ่งเหล่านั้น เสมือนเป็นมหาวิหารในอีกรูปลักษณ์หนึ่ง แตกต่างกันในแต่ละยุคสมัยเพียงวัตถุดิบและสัณฐานสิ่งปลูกสร้างภายนอก แต่สิ่งที่ต้องการบรรจุลงไป ยังคงเป็นสิ่งพื้นฐานอันสื่อแสดงถึงความจำเป็นต่อการได้ดูแลการมีชีวิตจิตใจเหมือนกันของมนุษย์ เช่นเดิม  

              จึงพอจะหยั่งประมาณได้ว่า หากขาดองค์ประกอบการจรรโลงความงอกงามด้านความละเอียดอ่อนของชีวิตด้านใน และองค์ประกอบการมีชีวิตจิตใจเป็นธรรมชาติพื้นฐานเสมอกันในมนุษย์ทุกพหุลักษณ์สังคม รวมทั้ง เล็งเห็นเพียงบางมิติเพื่อแข่งขันอย่างรวบรัดแล้ว ก็จะเห็นแต่ด้านความทันสมัยก้าวหน้าและโอกาสการสร้างความมั่งคั่งจากการแข่งขันเพิ่มระดับให้มากกว่าเดิม ด้วยแบบอย่างเดียวกัน เห็นสุนัขปัญญาประดิษฐ์ ตุ๊กตายาง AI ระบบสื่ออัตโนมัติในกิจกรรมชีวิต เป็นการสร้างธุรกิจด้วยวิทยาการและเทคโนโลยีก้าวหน้า เห็นอาวุธทำสงครามเป็นเอกสิทธิ์และเรื่องของสังคมที่รบกัน ไม่เกี่ยวกับสังคมอื่นของโลก 

               ทว่า หากมองด้วยระเบียงทรรศน์ด้านสุนทรียปัญญา องค์ประกอบสุนทรียพลานามัย สุขภาวะมูลฐาน และประเมินความสัมพันธ์กันขององค์ประกอบประพันธศิลป์ ในปรากฏการณ์ทางสังคมดังกล่าวแล้ว ก็กลับจะพบสิ่งอันเป็นความก้าวหน้าที่ล้าหลัง และความวิกฤติร้ายแรงในวิทยาการความก้าวหน้าของมวลมนุษย์ โดยจะเห็นว่า สุนัขปัญญาประดิษฐ์และอีกหลายสิ่งที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจสังคมของโลกก้าวหน้าในปัจจุบันนี้ หาใช่ของเล่นให้ความสุขทางจิตใจที่ก้าวหน้าและเป็นโอกาสแข่งขันสร้างเศรษฐกิจได้ เท่านั้น แต่ที่มาของสิ่งเหล่านั้น มาจากทรัพยากร แรงงาน ความมั่นคงทางเศรษฐกิจสังคม และอื่นๆที่เชื่อมโยงกันทั้งโลก เพื่อมาแลกกับการขาดแหล่งสถิตของขวัญชีวิต และมณฑลความงอกงามทางสุนทรียปัญญาของชีวิต ขาดความสามารถสร้างเรียนรู้จากธรรมชาติชีวิต และด้วยศักยภาพการเรียนรู้ให้บรรุลจุดหมายอย่างสูงสุดได้ด้วยกำลังแห่งปัญญาปฏิบัติ ลมหายใจ และสองมือเปล่า ประหนึ่งการนำเอาทุกอย่างในโลก ไปเผาทำลายทิ้งเพียงความสบายใจ และสร้างสงครามทำลายล้าง เพื่อได้ส่องประกายความแรงสูงสุดต่อความหมายของชีวิต เท่านั้น โดยที่ตนเองก็ไม่ได้มีชีวิตเป็นสถานอยู่อาศัยของใจ อยู่เช่นกัน

                เป็นแนวโน้มการแข่งขันที่น่าประหวั่นพรั่นพรึง คุกคามความสุขสงบศานติของทั้งโลก ทำลายโอกาส ทำลายปัจจัยและทรัพยากรสร้างสุขภาวะมูลฐานและคุณภาพแห่งชีวิตของคนส่วนใหญ่ มากกว่าการได้ความทันสมัยก้าวหน้า เอื้อมมือที่มองไม่เห็นไปรวบรวมทรัพยากรและโอกาสจากทั้งโลกไปสู่ปลายทางที่ไม่ได้ตอบสนองวิวัฒนาการอันใดที่งอกงามดีขึ้นเลยของมนุษย์ อีกทั้งกลับเป็นเครื่องขยายกำลังวงจรย้อนกลับทำลายและสร้างความเสียแก่สังคมโลกอย่างเกินประมาณ ชนิดที่วาระการณรงค์ภาวะการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก เป็นเรื่องเล็กน้อยเบาบางมาก ไปเลย   

               กระบวนการดังกล่าวนี้ ไม่ใช่กระแสชายขอบ ไม่ใช่สิ่งนอกกระแส หลุดขอบปทัสถานสังคม แต่จะเห็นการส่องประกาย การมีกำลังวิวัฒน์ตนเองของสังคม ที่ยังคงสะท้อนยึดโยงกับความเป็นจริงพื้นฐาน ที่นอกจากไม่เคยหายไปจากสายธารวิวัฒนาการในทุกอารยธรรมของมนุษย์แล้ว ก็มีความสามารถสื่อแสดงให้เป็นที่ปรากฏ สร้างปฏิสัมพันธ์ทางความหมายต่อทุกระบบได้ด้วยตนเอง และจะให้การสะท้อนคิด เพื่อทำความเข้าใจ เรียนรู้ ศึกษาทบทวน เห็นความเป็นจริงต่อปลายทางหลอมรวมการมุ่งดำเนินไปของสังคม และเห็นมณฑลแห่งการวิวัฒน์ทางความหมายของชีวิต ภายใต้พัฒนาการต่างๆของสังคม คลื่นมวลมหาชน กำลังมุ่งหาแสวงหาที่อยู่ของจิตใจ แดนร่วมสร้างพลวัตความงอกงามในชีวิต สิ่งแสดงองค์ประกอบด้านสุนทรียปัญญาและมิติสุนทรียพลานามัยแห่งชีวิต ซึ่งจะเห็นว่าไม่ใช่มาจากความงมงาย ไม่ใช่อยู่ระนาบเดียวกับไสยศาสตร์ดังที่เคยเข้าใจกันทั่วไป ไม่ใช่วิถีปฏิบัติของประชาชนที่ขาดการศึกษา ไม่ใช่ความยากไร้โอกาสการพัฒนาของสังคม ไม่ใช่การขาดความรู้ และอื่นๆ อีกหลายประการตามชุดแนวคิดแบบเดิม เท่านั้น แต่เป็นองค์ประกอบความเป็นจริงพื้นฐานอย่างหนึ่งในธรรมชาติและคุณลักษณะชีวิตของมนุษย์  

               เป็นองค์ประกอบสุนทรียปัญญา ฐานรากการผสาน บูรณาการ ยึดโยง ในระดับขั้วกระจายการยึดโยง ‘ความร่วมกัน’ ของภาคการวิวัฒน์สังคมที่มีความเป็นมณฑลส่วนรวมพหุลักษณ์สังคม อยู่ในตนเอง เช่น ศิลปะ สุขภาพ ศาสนธรรม การศึกษามวลชน สื่อและการสื่อสารมวลชน การพัฒนาพหุปัญญาและศิลปวิทยาการเชิงสังคม และจะเป็นมหาวิหาร สัณฐานการประจักษ์ต่อคุณค่าและความหมายชีวิตที่ขาดหายจากความทันสมัยก้าวหน้าของสังคมโลก มหามณฑลแห่งความงอกงามร่วมกันของหมู่ชน แดนสถิตและประจุชีวิตจิตใจ เป็นองค์ประกอบหนึ่งในความงอกงามของมวลชีวิต หยั่งลึกสู่ฐานรากชีวิต ภูมิชีวิต และทุกมิติของสังคม มากยิ่งกว่าในอดีต.