ได้ยินคุณวิรัตน์ คนบ้านโจด …..รุ่นน้องที่นายบอนสนิทสนมนั่งคุยกับเพื่อนของเขาที่ตลาดโต้รุ่งกาฬสินธุ์ ซึ่งเป็นประเด็นที่ให้กำลังใจ และให้สติแก่เพื่อนคนนั้น
เขาผ่านความลำบากที่ถือว่า เป็นวิกฤติชีวิตอะไรมาบ้าง
1. อกหัก 7 ครั้ง เคยคิดฆ่าตัวตาย 7 ครั้ง แต่ใจไม่เด็ดพอ….
2. ถูกใส่ความว่า เป็นคนล่อลวงเด็กอายุ 13 ไปข่มขืนกระทำชำเรา กว่าตำรวจจะจับคนร้ายตัวจริงได้ ก็แทบแย่
3. ไปเยี่ยมเพื่อนที่ตำบลแห่งหนึ่ง ถูกกล่าวหาว่า เป็นโจรมาขโมยวัวควาย จนครอบครัวของเพื่อนต้องมาช่วยชี้แจงกันยกใหญ่
4. ไปเรียนโรงเรียนพาณิชย์ มีเงินไม่พอ ต้องเดินไปเรียน ซึ้อข้าวเหนียวถุงละ 5 บาท ไม่มีกับ ไม่มีเนื้อ เคี้ยวทานทุกมื้อกลางวัน แล้วดื่มน้ำประปาตาม
และ 5….6..7..8…..9….10……
<h2>แม้จะเจอวิกฤติชีวิต </h2><h2>แต่นั้นไม่ใช่สิ่งที่จะทำให้ต้องทำตัวท้อแท้ หรือก้มหน้ายอมรับชะตากรรม ทำตัวเหมือนเป็นคนด้อยโอกาส</h2>
วิธีผ่านวิกฤติชีวิตของคุณวิรัตน์
1) อดทน
2) ประหยัด
3) ขยัน
4) หมั่นไขว่คว้าสร้างโอกาสให้กับตัวเอง
5) คบเพื่อนดี
6) ใฝ่เรียนรู้จากทุกสื่อที่เข้าถึงได้ เช่น หนังสือจากห้องสมุดประชาชน, วิทยุ , ทีวี, คน และ Internet อย่าง gotoknow
ความลำบากยากเข็ญของชีวิต กับวิธีการผ่านวิกฤติชีวิตนั้น
ความลำบาก คือถนนไปสู่ความสำเร็จ
พี่พนัสใช้คำที่ให้ความหมายดีมากๆครับ สำหรับข้อคิดเห็นในบรรทัดสุดท้าย
ชะตากรรมของคนที่กล่าวถึง ก็คือคนแถวๆบ้านพี่พนัสนั่นแหละครับ
คุณฝนหรือครับ ถ้ามีโอกาสก็จะไปพูดคุยและเอาความคิดเห็นคุณฝนมาถ่ายทอดลงในบันทึกบ้าง น่าจะดีไม่น้อย