อาณาจักรสุขภาวะมูลฐานจากภาพเขียนสียุคประวัติศาสตร์ก่อนลายลักษณ์

                 องค์ประกอบสุนทรียปัญญา ระบบปฏิสัมพันธ์พหุปัจจัยความหมาย ภาพจำลองอาณาจักรสังคมสุขภาวะมูลฐานและระบบสุขภาวะนิเวศ [1] จากยุคคูหานคร 15,000-3,000 ปี การวิวัฒน์ประวัติศาสตร์พัฒนาการระเบียงทรรศน์ประพันธศิลป์จากภาพเขียนสีศิลปะถ้ำ ยุคหินและยุคก่อนประวัติศาสตร์ลายลักษณ์ กับสิ่งแสดงระเบียงประพันธศิลป์ จิตรกรรมฝาผนัง บันทึกจดจารถ่ายทอดวรรณคดีรามเกียรติ์วัดพระแก้ว ฐานรากที่แข็งแรงของประพันธศิลป์ [2] ศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์ สุขภาวะเศรษฐกิจสังคมฐานสุนทรียพลานามัย สะท้อนจากจุลภาคปัญญาปฏิบัติสู่ระบบมหภาค และวิทยาการศิลปะสุนทรียปัญญา ฐานบูรณาการศิลปะ สื่อ การสื่อสาร กระบวนการทางการศึกษา การสื่อสารพัฒนาการเรียนรู้มวลชน การสร้างมณฑลปฏิสัมพันธ์ทางความหมาย [3] พลวัตประกอบสร้างชุดมโนทัศน์ร่วมพหุลักษณ์ปัญญา ประกอบสร้างระบบคุณค่า และองค์ประกอบการออกแบบประพันธศิลป์ สิ่งแวดล้อมสรรสร้างประสบการณ์เชิงประจักษณ์อย่างมีคุณค่าและทรงพลังความหมาย หยั่งสะท้อนภูมิชีวิต สิ่งแสดง สื่อและศิลปะสุนทรียปัญญาในทุกแขนงของยุคใหม่ [4]

ฐานข้อมูลจากฐานรากสังคมและภูมิชีวิตในตนเพื่อพหุลักษณ์การคิดของยุค AI

                  การทำงานความรู้เชิงปัญญาปฏิบัติต่อสถานการณ์เชิงสะท้อนความหมายรอบด้าน ยึดโยงกับฐานชีวิต ภูมิสังคม อารมณ์ ความรู้สึก ของมนุษย์ ด้วยข้อมูลศิลปะ ภาพ และการวิเคราะห์และสังเคราะห์พหุลักษณ์ข้อมูล ประมวลภาพเชิงความหมายและนัยสำคัญต่อระบบภูมิปัญญาตามข้อเท็จจริงและมีความเป็นจริงรอบรับอยู่ในัสงคม และบูรณาการเชื่อมโยงกับวาระเปิดกว้างในระบบมหภาคของสังคมโลกอย่างไม่จำกัด เหล่านี้ จะเป็นข้อมูลที่มีความสำคัญและเป็นทักษะที่มีความจำเป็นต่อพัฒนาการในสังคมยุคใหม่ที่ระบบปฏิบัติการ AI หรือความฉลาดและระบบปัญญาปฏิบัติด้วยข้อมูล และระบบอัตโนมัติ ในการพรรณาความความละเอียดอ่อน สร้างน้ำหนักการแจงนับและตัดสินใจ เจาะจง สอดคล้องกับบริบททางสังคมวัฒนธรรมและความแตกตางหลากหลายในความเป็นตัวของตัวเอง รวมทั้ง จะเป็นข้อมูลช่วยคิดสร้างสรรค์งานศิลปะในทุกแขนง ที่เชื่อมโยงกับชุดความหมายจำเพาะตนได้ การนำร่องและร่วมสร้างแนวปฏิบัติต่อการสร้างข้อมูล ระบบวิธีคิด การบันทึกจดจาร สะท้อนเชื่อมโยงกับการมีสิ่งเป็นจริงในสังคมรองรับ ในลักษณะนี้ จึงมีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการสรรสร้างในสังคมยุคใหม่มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จะส่งเสริมการอนุรักษ์และพัฒนาทวีคูณคุณค่าและความหมาย เชื่อมโยงสืบเนื่องในระดับโครงสร้างพื้นฐานทางสังคมวัฒนธรรม รวมทั้งส่งเสริมให้สิ่งที่มีอยู่ในตน ได้เป็นปัจจัยต้นทุนให้กับการริเริ่มสร้างสรรค์ต่างๆ ยกระดับพลวัตการพัฒนาอย่างบูรณาการ ขึ้นจากฐานความเข้มแข็งยั่งยืนในตน ได้อย่างดีที่สุด

                     องค์ประกอบภาพเขียนสีศิลปะถ้ำ ทดลองประมาณเค้าโครงระบบสังคม พื้นฐานหลักไวยากรณ์จากภาพ การสร้างรูปประจุความหมายก่อนก่อเกิดระบบอักษรศิลป์ [5] และขนบระเบียงประพันธศิลป์ ยุคหินและก่อนประวัติศาสตร์ลายลักษณ์ สู่ระบบประกอบสร้างความหมาย ประพันธศิลป์บูรณาการ ระเบียงสถาปัตยประพันธศิลป์ สื่อภาพ เสียง ภาพยนตร์ สิ่งจัดแสดง ประติมากรรม ทดลองจำลองภาพขึ้นจากข้อมูลและคุณูปการจากการศึกษาหลายด้านที่เกี่ยวข้อง ประวัติศาสตร์ศิลป์ โบราณคดี ประวัติศาสตร์พัฒนาการทางสังคมวัฒนธรรม การศึกษาแนวการวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการมานุษยวิทยาทางการแพทย์และสังคมยุคก่อนประวัติศาสตร์ [6] การศึกษาประวัติศาสตร์ศิลป์เชิงปฏิบัติการสารัตถสังเคราะห์บูรณาการการวิพากษ์เชิงทฤษฎีภายนอกกับการสะท้อนพหุลักษณ์ข้อมูลเชิงประจักษ์ [7] การพิจารณาแบบแผนและองค์ประกอบทางศิลปะ องค์ประกอบการสร้างภาพเขียนสีบนผนังถ้ำและภูผา การปฏิบัติการทางศิลปะ การเปิดผืนหญ้า แกะสลัก เผยแสดงองค์ประกอบสีสันในธรรมชาติของผืนโลก การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ปฏิบัติการ และสัมมนาเชิงปฏิบัติการ วิทยาการสุนทรียปัญญาจากฐานการพัฒนาจิตใจและความละเอียดอ่อนลึกซึ้งของชีวิตด้านใน [8]  

ประพันธศิลป์ ประจุความหมาย ระบบสัญญะและระบบความหมาย

                  การสร้างรูปประจุความหมายก่อนก่อเกิดระบบอักษรศิลป์และก่อนยุคประวัติศาสตร์ลายลักษณ์ เห็นการสร้างรูปประจุความหมาย จิตใจ อารมณ์ ความรู้สึก สุนทรียปัญญา ต่อเอกภพและมณฑลจักรวาลพหุมิติของมวลชีวิต องค์รวมการรับรู้เชิงสำรวจ รวบรวม แหล่งทรัพยากรการอยู่อาศัยร่วมกัน องค์ประกอบแสดงการจัดความสัมพันธ์กับระบบความยิ่งใหญ่ของสุขภาวะนิเวศถิ่นฐานลุ่มน้ำกับมนุษย์และการอยู่อาศัย แนวคิดและการรับรู้ต่อรูปลักษณ์ความหมายความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ความแข็งแรง ปกป้อง คุ้มภัย เขา งา เกราะหุ้มตัว ความสามารถลอยน้ำ ความอุดมสมบูรณ์ สิ่งแสดงสายธารยึดโยงพหุมิติของชีวิตและสังคม ระบบเหนือกว่ามนุษย์ ระบบการอยู่อาศัยพึ่งพากัน ภาชนะประจุชีวิตต่างมิติ [9] เห็นเค้าลางของแบบสร้างตัวอักษร แบบแผนการประกอบสร้างความหมาย แบบแผนการสร้างรูปทรงเรขาคณิต เส้น น้ำหนัก การสร้างจังหวะ ลีลา การเว้น การเน้น ความสัมพันธ์หลายองค์ประกอบ แบบแผนการถดถอยระบบความสัมพันธ์พหุปัจจัย การถดถอยย้อนปลายทางไปสู่ต้นทาง การถดถอยพลวัตต้นทางสู่ปลายทาง ระยะใกล้ กลาง ไกล รอบด้าน และอีกหลายองค์ประกอบ ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์และสาระสำคัญ ที่จะพบว่าปรากฏอยู่ในพัฒนาการต่างๆ ของวิทยาการและเทคโนโลยีขั้นสูงในปัจจุบันของสังคมมนุษยชาติอยู่เสมอเช่นกัน     

ปัญญาปฏิบัติและศิลปสุนทรียปัญญาเป็นคุณสมบัติชีวิตมนุษย์

               องค์ประกอบศิลป์ เส้น น้ำหนัก ลีลา การสร้างแบบประจักษ์ สิ่งแสดงองค์รวมพหุปัญญาเชิงสังเคราะห์ สะท้อนบูรณาการหลอมรวม สิ่ง ปรากฏการณ์ทั้งหมด สู่องค์ประกอบระดับอณูของ เส้น สี น้ำหนัก ลีลา ที่คลี่คลายและแยกย่อยต่อไปไม่ได้อีก หยั่งประมาณความหมาย ชุดมโนทัศน์ และการรับรู้ความจริงแท้ ลึกซึ้งถึงการรู้สึกรับรู้ได้อย่างมีความหมายในตน และส่องสะท้อนยึดโยงกับความเป็นจริงทั้งหมด ที่สามารถเข้าถึงและประกอบสร้างพลวัตความสมบูรณ์ในรายละเอียดอย่างไม่หยุดนิ่ง ได้อย่างไม่จำกัด การสร้างประจุปรากฏการณ์ ระบบความหมายภายในและภายนอก เพียงด้วยเส้น สี และองค์ประกอบพียงเล็กน้อย แต่ให้การประจักษ์ต่อชีวิตจิตใจ และเห็นภาพจากมวลพลวัตเชิงประสบการณ์สั่งสมในภูมิชีวิตประกอบขึ้นเป็นมนุษย์ ชีวิตหนึ่งๆได้  แม้แตกต่างหลากหลายไปกับธรรมชาติความเป็นจริง แต่ก็ก่อเกิดชุดประสบการณ์จำนวนหนึ่งร่วมกัน ที่สามารถรองรับมณฑลการพลวัตพหุลักษณ์สังคมได้อีกเสมอหลายขอบเขตในลักษณะนี้ ปรากฏให้เห็นได้แบบเดียวกันในภาพเขียนสีหลายแห่งทั่วประเทศไทยและทั่วโลก แม้จะก่อเกิดในยุคหินและยุคก่อนประวัติศาสตร์ลายลักษณ์ ซึ่งเกินจะกล่าวได้ว่ามนุษย์ในแหล่งห่างไกลกันมากในยุคนั้นจะสามารถติดต่อสื่อสาร เกิดการแลกเปลี่ยนและแพร่กระจายสิ่งต่างๆ สู่กันได้ 

               พิจารณาในแง่นี้ จึงเป็นไปได้ว่าความสามารถสร้างสรรค์ สิ่งแสดง ปัญญาปฏิบัติและศิลปสุนทรียปัญญา มิใช่เพียงเป็นทักษะการแพร่กระจายและถ่ายทอดประสบการณ์ภายนอกสู่กัน แต่เป็นคุณสมบัติชีวิตและองค์ประกอบธรรมชาติพื้นฐานมนุษย์ อันจำเป็นและมีอยู่ในวิวัฒนาการชีวิตของมนุษย์โฮโมซาเปียน ที่จะยกระดับพัฒนาการและปรากฏขึ้นมาในรูปการณ์หลากหลายด้วยภาวะฉายฉาน มีพลังความงอกงามแห่งปัญญาปฏิบัติได้เช่นเดียวกัน เมื่อบังเกิดภาวะถึงพร้อมในพหุปัจจัยอันเหมาะสม   

Figurative Form สิ่งแสดงความงดงามด้วยคน และทวิลักษณ์ของมนุษย์

               ภาพมือ ในสองลักษณะ ได้แก่ ลักษณะภาพเหมือนกับการจุ่มสีแล้วใช้มือทาบลงไปให้สีติดหิน กับการวางมือลงแล้วพ่นสีลงไปเป็นขอบนอก อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากการสร้างแบบและรูปทัศนประจักษ์ทางศิลปะแล้ว ลักษณะความสม่ำเสมอของการติดสีฝังตัวลงหิน ขนาด และสัดส่วน เป็นไปได้ว่าอาจจะไม่ใช่การทาบตามสภาพจริงของมือ แต่เป็นการสร้างแบบประจุความหมายที่ใช้วิธีวาดและเขียนขึ้น

               ในหลายวัฒนธรรมของสังคมมนุษยชาติในโลกนั้น ปรากฏให้เห็นอยู่ไม่น้อยในการใช้ภาพมือเป็นอุปลักษณ์นิทัศน์ แสดงภาวะและความหมายแห่งการมีอยู่ของมนุษย์ทั้งมวลเสมือนเป็นมือของผู้สร้าง ผู้สามารถสะท้อนยึดโยงกับสิ่งยิ่งใหญ่และสร้างสิ่งแสดงให้เป็นที่ปรากฏแก่มวลชีวิตและในโลกได้ ซึ่งหลักคิดดังกล่าวนี้ ก็ยังคงปรากฏให้เห็นได้อยู่ในหลายอารยธรรมของมนุษย์กระทั่งปัจจุบัน เช่น รัชนีกร ผู้สร้างความสว่างใสเย็น หมายถึงดวงจันทร์  ทินกร ผู้สร้างให้เกิดกาลเวลากลางวันกลางคืน หมายถึง ดวงตะวัน จิตรกร ผู้สร้างสิ่งศิลปะแสดงให้ประจักษ์ต่อกันในภาวะจริงแท้แห่งชีวิต จิตใจ อารมณ์ ความรู้สึก ในมนุษย์และสิ่งทั้งมวลได้ สุนทรียปัญญากร ผู้สร้างสุนทรียพลานามัย กำลังความเข้าใจ กำลังความกระจ่างแจ้ง กำลังก้าวพ้นอุปสรรคปัญหาและดำเนินผ่านห้วงชีวิตไปด้วยมรรควิถีแห่งปัญญา กำลังปัญญาปฏิบัติต่อพหุปัจจัยทุกขสัจจะ ก้าวพ้นเวทยาการมิติอารมณ์ความรู้สึก เหล่านี้เป็นต้น 

               ภาพมือในอีกแง่คิดหนึ่งเพื่อการสร้างแบบแสดงชุดความหมายขนาดใหญ่เชิงนามธรรม จึงมีความหมายเป็นแนวคิด Figurative Form และทวิลักษณ์ของมนุษย์ ในฐานะผู้สร้างให้ปรากฏ สร้างให้บังเกิด จรรโลงรักษาความศานติสุข สร้างสรรค์สิ่งแสดงให้ประจักษ์แจ้ง 

 

เค้าลางระบบสังคมของยุคก่อนประวัติศาสตร์ลายลักษณ์
อาณาจักรสังคมสุขภาวะมูลฐานและระบบสุขภาวะนิเวศจากยุคคูหานคร 15,000-3,000 ปี

  • การศึกษาวิจัยและการวิเคราะห์หลายแนวทางอย่างต่อเนื่องจากหลายสาขาวิทยาการ ได้ค้นพบ จำลองปรากฏการณ์ และให้ข้อสันนิษฐานว่า สีในการเขียนผนังถ้ำ เพิงผา และหิน เป็นสีที่สามารถทำขึ้นได้จากยางไม้ เลือดสัตว์ กระดูก แร่ สนิมเหล็ก ดิน หิน ภาพเขียนสีในแหล่งที่ติดแน่นและมีอายุความคงทนยืนนาน 1,5000-3,000 ปี จะมีลักษณะสอดคล้องกัน คือ สีแดง ดำ ในบางแหล่งจะพบว่าสามารถผลิตใช้ สีเหลือง สีขาว เช่น ภาพเขียนสีถ้ำลาสโก ประเทศฝรั่งเศส แต่ทั้งหมดมีลักษณะแบบเดียวกันคือ กำซาบและละลายเข้ากับเนื้อหิน
  • ลักษณะการเขียน นอกจากเป็นภาพขนาดใหญ่แล้ว ก็กินอาณาบริเวณกว้าง อยู่ในระดับสูง หลายแห่งมีจำนวนนับ 1,000 ภาพ ต้องมีกำลังคนจำนวนมากมาร่วมกันสร้าง แม้สังคมชุมชนหมู่บ้านก็ยากจะสร้างขึ้นได้ สิ่งที่อยู่เบื้องหลังของภาพเขียนสีจึงน่าจะเป็นสังคมขนาดใหญ่ที่ประกอบกันขึ้นทั้งบนภูผา ถ้ำ บนพื้นราบ และเครือข่ายสังคมแห่งการพึ่งพาอาศัยกันบนความเป็นชุมชนอิสระต่อกันในอีกหลายแหล่ง
  • สีที่ผลิตใช้เขียนผนังถ้ำ เพิงผา และหิน จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบในการผลิตให้เพียงพอเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นขั้นตอนต่างๆของการต้ม การหลอม การเผา การบดตำ ก็ล้วนต้องอาศัยกำลังคนและระบบจัดการขนาดใหญ่ในการผลิต ทั้งในแหล่งเดียวกัน บนภูเขา ในถ้ำ บนพื้นราบ และในแหล่งที่ห่างไกลกัน
  • หากผลิตสีแดงขึ้นจากแร่เหล็กจำนวนมาก จะมีความสัมพันธ์กับระยะทาง ขอบข่าย และแหล่งแร่ ความสามารถเผา หลอม สกัดฝุ่นสีแดงจากแร่เหล็กในอุณหภูมิสูง  
  • ภาพปลาในภาพเขียนสี ณ ผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานีนั้น ผู้รู้จากหลายแหล่งสันนิษฐานสอดคล้องกันว่า เป็นภาพปลาบึกซึ่งมีอยู่ในลำน้ำโขง สามารถมองเห็นได้จากผาแต้ม แต่ระยะทางจะไกลออกไปกว่า 200 กิโลเมตร ภาพเขียนสีจึงเป็นหอข้อมูลและแผนที่การสำรวจ รวบรวมแหล่งทรัพยากรและความอุดมสมบูรณ์ สถานศึกษาถ่ายทอด
  • ถ้ำลาสโก ประเทศฝรั่งเศสนั้น พบว่าแหล่งที่มีแร่เหล็กและสามารถเป็นแหล่งวัตถุดิบผลิตสีแดงจากฝุ่นสนิมเหล็กได้นั้น อยู่ห่างไกลออกมาจากถ้ำลาสโกอย่างน้อย 250 กิโลเมตร
  • สีและสารัตถะสิ่งแสดงของภาพเขียนสี ในแหล่งหนึ่งๆ จึงบ่งบอกอาณาจักรความสัมพันธ์เชิงพื้นที่กับรัศมีโดยรอบ 200-300 กิโลเมตร ทั้งข้อมูลเชิงสะท้อนการสำรวจแหล่งความอุดมสมบูรณ์ เช่น ปลาจากลำน้ำโขง แหล่งน้ำ แหล่งแร่ ภูเขา ครอบคลุมอาณาบริเวณไม่ต่ำกว่า 25,000 ตารางกิโลเมตร กว้างใหญ่กว่าพื้นที่ 20,493  ตารางกิโลเมตรของจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งกว้างใหญ่ที่สุดของประเทศ เสียอีก
  • สารัตถะเนื้อหาและสิ่งแสดงของภาพเขียนสี ยุคก่อนประวัติศาสตร์ลายลักษณ์และก่อนยุคเหล็ก ไม่มีสิ่งแสดงอาวุธ การสงคราม การรบต่อสู้ทำลาย การคุกคามและช่วงชิงถิ่นฐานถิ่นอาศัยและดินแดนในสังคมมนุษย์เลย ระบบสังคมจึงเป็นอาณาจักรแห่งสังคมสุขภาวะมูลฐานและระบบสุขภาวะนิเวศ
  • การสั่งสมมวลประสบการณ์และวิวัฒนาการการจากการเผา หลอม ผลิตสีจากแร่ หิน ฝุ่นเหล็ก อาจจะมีส่วนสัมพันธ์กับการสามารถผลิตอาวุธและเครื่องใช้จากเหล็ก การผสมแร่และโลหะกับดินเผา ก่อเกิดคุณภาพใหม่ของเซรามิก การมีเครื่องมือจักสาน มีเครื่องมือกรีด ขีด สามารถก้าวกระโดดเข้าสู่ยุคเหล็กและวิวัฒน์สู่ยุคประวัติศาสตร์ลายลักษณ์
  • การพิจารณาความเชื่อมโยงกันเชิงพื้นที่ผ่านการวิเคราะห์องค์ประกอบสิ่งที่ปรากฏ ทำให้พอจะเห็นภาพได้ประการหนึ่งว่า ศิลปะถ้ำและภูผา ในยุคที่ยังไม่มีวิธีสร้างอาคารบ้านเรือนและสถานที่การใช้สอยตามที่ต้องการแบบถาวร จึงอาจจะเป็นรูปแบบและแหล่งจัดศูนย์กลางของสุขภาวะสังคมเพื่อการอยู่อาศัย พึ่งพากันของมนุษย์ ในรูปแบบเมืองและชุมชนที่มีความเป็นอิสระต่อกัน ครอบคลุมการอยู่อาศัยบนผืนดินราบด้วย โดยถ้ำและเพิงผาที่มีการจัดระบบสื่อ แหล่งเอื้อต่อการสร้างจังหวะจากการพบปะชุมนุม ให้เกิดหัวข้อและวาระปฏิสัมพันธ์เชิงความหมาย ทำหน้าที่เป็นสิ่งแสดงภูมิปัญญาชีวิตดังปรากฏในภาพเขียนสี เป็นเสมือนอาคารสถานที่และมณฑลจัดการสุขภาวะสังคม หอสมุดเก็บรวบรวมสั่งสมภูมิปัญญา หอศิลป์และระเบียงประพันธศิลป์ สร้างระเบียงทรรรศน์เสริมกำลังการก่อเกิดระบบประมวลผลข้อมูลในภูมิชีวิต ลานประชุม ก่อนยุคสร้างบ้านเรือนที่มีความมั่นคงถาวรได้ในแหล่งเกษตรกรรมและถิ่นอาศัยบนพื้นราบ

ศาสตราจารย์พิเศษประกิต (จิตร) บัวบุศย์ ศิลปินแห่งชาติ ครูศิลปะและอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนเพาะช่าง ผู้ออกแบบสร้างอาคารสถาปัตยศิลป์ ผสมผสานแบบอย่างของไทยกับตะวันตก เป็นแบบอย่างหนึ่งของสถาปัตยศิลป์สมัยใหม่ยุครัตนโกสินทร์ ผู้นำศิลปะสมัยใหม่แนวอิมเพรสชันนิสต์มาสู่การศึกษาศิลปะสมัยใหม่ของสังคมไทย ณ โรงเรียนเพาะช่าง นักประวัติศาสตร์ศิลป์ ซึ่งในทัศนผู้เขียนจัดว่าท่านเป็นผู้หนึ่งในสังคมไทยที่มีส่วนพัฒนาวิธีวิทยาศิลปวิจักษ์และการวิพากษ์เชิงสะท้อนคิดจากองค์ประกอบศิลป์ด้วยโลกทรรศน์ภายในผู้สร้าง ทำให้เกิดระบบพหุปัญญาและความรอบด้านในภูมิปัญญาทางศิลปะ ได้ครบถ้วนมากยิ่งๆขึ้น

ศาสตราจารย์เกียรติคุณนายแพทย์สุด แสงวิเชียร ผู้พัฒนาวิธีบูรณาการศึกษาศิลปวัตถุและวัตถุโบราณคดี กับการศึกษาทางห้องปฏิบัติการ ก่อตั้งพิพิธภัณฑ์ก่อนประวัติศาสตร์ ณ คณะแพทยศาสตร์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล และก่อตั้งสาขาภาพการแพทย์เพื่อพัฒนาสื่อการศึกษากายวิภาคศาสตร์และสื่อแพทยศาสตร์ศึกษาขึ้นในประเทศไทย ต่อมาพัฒนาการเป็นวิทยาการสาขาเวชนิทัศน์และเทคโนโลยีแพทยศาสตร์ศึกษา สืบเนื่องเป็นลำดับ จัดว่าเป็นนวัตกรรมการศึกษาบูรณาการและผสมผสานข้ามศาสตร์วิทยาการ การแพทย์ วิทยาศาสตร์ ศิลปะ วิทยาการสื่อและการสื่อสาร วิทยาการศึกษาเรียนรู้ นิเทศศาสตร์ สะท้อนสู่การสร้างนวัตกรรมหลักสูตร นวัตกรรมสื่อและสิ่งแสดงทางการศึกษา นวัตกรรมการวิจัยและพัฒนา ตลอดจนสร้างบุคลากรขั้นสูงและระบบดำเนินงานวิทยาการสุขภาพ การแพทย์ การสาธารณสุข เป็นแบบอย่างการริเริ่มและนำการพัฒนาอย่างสืบเนื่องมากว่า 50 ปีของสังคมไทย 

                 ผู้เขียนเล็งเห็นความสำคัญและเห็นคุณค่ามากของต้นทุนประสบการณ์การพัฒนาของสังคมดังเช่นสังคมไทย ที่สืบเนื่องยึดโยงเกี่ยวข้องกับพัฒนาการดังกล่าว อีกทั้งได้มีส่วนใกล้ชิดผ่านเนื้องานในด้านที่เกี่ยวข้อง นำเอาวิทยาการในแนวทางดังกล่าวไปใช้ดำเนินงานทางวิชาการในสารัตถะเนื้อหาการพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐาน สุขภาพ สุขภาวะสังคม สิ่งแวดล้อม และอื่นๆ วิจัยและสอน และปฏิบัติการเชิงวิทยาการพหุปัญญา ทั้งในระบบมหภาคและจุลภาคครอบคลุมในทุกระดับ จึงถือเป็นฐานพัฒนาการสำคัญ สู่การสังเคราะห์วิทยาการเชิงปฏิบัติการของประเทศ บูรณาการกับวิทยาการสนับสนุนการพัฒนาการสาธารณสุขมูลฐานและพหุสาขาจากฐานชีวิตของสังคม พัฒนาแนวปฏิบัติการรวบรวมสิ่งแสดงชุดแนวคิดและแสดงองค์ประกอบปฏิบัติการพหุปัญญากระบวนทัศน์ใหม่ทางสุขภาพและสุขภาวะคุณภาพแห่งชีวิตของสังคม มิติสุนทรียพลานามัย สุขภาวะมูลฐาน สุขภาวะนิเวศ เวชนิทัศน์ศิลปกรรม เวชชศิลปกรรม การสื่อสารและนิเทศศาสตร์บูรณาการ สื่อและสิ่งแสดงเชิงปฏิบัติการ 

                 ตลอดจนพัฒนาวิธีวิจัยเชิงปฏิบัติการที่เหมาะสมพอเพียง สอดคล้องกับธรรมชาติของงานการพัฒนาในมิตินี้ ในทุกภาคส่วนของสังคม และเชื่อว่าจะเป็นเครื่องมือสร้างสรรค์วงจรปฏิบัติการพหุวิทยาการ พหุปัญญา และบูรณาการพหุลักษณ์สังคม ที่เสริมพลังการพลวัตสุขภาวะสังคมอีกชุดแนวคิดหนึ่งของวงกว้างที่ดี.

………………..

เชิงอรรถ :

[1] ภาพจำลองอาณาจักรสังคมสุขภาวะมูลฐานและระบบสุขภาวะนิเวศ ทดลองเขียนแสดงเป็นภาพจำลองความสัมพันธ์เชิงพื้นที่ แหล่งความหมาย แหล่งนัยสำคัญ และแหล่งความเกี่ยวข้อง โดยการวิเคราะห์และประมวลภาพ ผสมผสานจากข้อมูลแหล่งภาพเขียนสีในประเทศไทยและต่างประเทศ ร่วมกับการพิจารณาเชิงสะท้อนคิด วิเคราะห์สารัตถะเนื้อหาจากองค์ประกอบทางศิลปะ สร้างหัวข้อทบทวนความรู้ รายละเอียด จากเอกสารข้อมูล รายงาน การวิจัย แนวคิด และประสบการ์เทียบเคียง จำลองสู่อาณาบริเวณของผาแต้มและอาณาบริเวณโดยรอบในรัศมี 200-300 กิโลเมตร ซึ่งมีความน่าสนใจว่าครอบคลุมไปถึงทุ่งไหหินอีกฟากหนึ่งของลำน้ำโขง ของสาธารณรัฐประชาธิปไตประชาชนลาวด้วย   

[2] ประพันธ์ศิลป์ ในที่นี้ ใช้เพื่อครอบคลุมถึงศิลปะการจัดสิ่งแสดงและสร้างประสบการ์เชิงประจักษ์ให้สามารถบรรลุจุดหมายภาคสุนทรียปัญญาร่วมกัน การลำดับภาพ การวิเคราะห์เนื้อหาและสร้างกรอบเนื้อหาในสื่อภาพและสื่อศิลปะเวชศิลปกรรม และเวชนิทัศน์ศิลปกรรม การประพันธ์เนื้อหาบทบรรยายสื่อภาพ เสียง ภาพเคลื่อนไหว รวมไปจนถึงการประพันธ์เนื้อหาและศิลปะการดำเนินเรื่อง ในภาพยนตร์ สารคดี ข่าว สารคดีเชิงข่าว เพลง ดนตรี สื่อการแสดง การจัดแสดง นิทรรศการ พิพิธภัณฑ์ สื่อการ์ตูน การวิเคราะห์และออกแบบโครงสร้างปรากฏการณ์ โครงสร้างสารัตถะเนื้อหา การจำแนกระบบปฏิสัมพันธ์และออกแบบสิ่งเกื้อหนุนการจัดความสัมพันธ์ทางสังคมพหุปัญญาจากความเป็นจริงหลากหลายแบบแผน ของมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับระบบภูมิปัญญา ผู้นำปัญญาปฏิบัติและผู้นำหลักในการพลวัตปรากฏการณ์ (Social and Phenomena Actor Majority) การออกแบบและจัดองค์ประกอบเชิงบริบทจำเพาะสถานการณ์ที่หลากหลาย การออกแบบองค์ประกอบเสริมพลังก่อเกิดจังหวะ ท่วงทำนอง ทัศนียภาพ วิถีแห่งปัญญาในหลายขอบเขต การเรียบเรียง ถ่ายทอด จัดแสดง นำเสนอ ประกอบการ จัดระบบผลิต เผยแพร่ และบริหารจัดการ

[3] มณฑลปฏิสัมพันธ์ทางความหมาย ในที่นี้ใช้เพื่อครอบคลุมถึงแหล่งชุมนุมชน แหล่งพบปะ แหล่งกิจกรรมชีวิต แหล่งดำเนินชีวิต ที่ก่อเกิดการติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยนความหมาย ความคิด การสังเกต การสะท้อนการเห็นโลกรอบข้าง ของสังคมและพลเมืองหลังยุคการศึกษาและการสื่อสารก้าวหน้า

[4]  สื่อและศิลปะสุนทรียปัญญา และภาคสุนทรียปัญญ ในที่นี้ มุ่งครอบคลุมการวิวัฒน์และเปลี่ยนผ่านในทุกขอบเขตอย่างลึกซึ้งที่สัมพันธ์กับวิทยาการและเทคโนโลยีดิจิตัล ความพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูง ระบบปัญญาประดิษฐ์และสื่อปฏิบัติการอัตโนมัติ ระบบโครงสร้างพื้นฐานการสื่อสารเชื่อมโยงทั่วถึง บนดิน เหนือท้องฟ้า อวกาศ ซึ่งส่งผลสืบเนื่องให้ทุกระบบสื่อสารเชื่อมโยง บูรณาการ หลอมรวม และก่อเกิดพหุมิติของอรรถประโยชน์ ที่ไม่สามารถกล่าวถึงและนิยามปฏิบัติการในขอบเขตที่รู้จักกันดังในอดีตได้ เช่น สื่อมือถือ ไม่ใช่เพียงเป็นโทรศัพท์ แต่เป็นทั้งสถานีผลิต สถานีเผยแพร่ ศูนย์การถ่ายทอด หอสมุด กล้อง ระบบเสียง วิทยุ และปัจจัยพื้นฐานในชีวิตประจำวันแทบทุกอย่าง การระบุจำแนกด้วยชนิดและประเภทกลไกสื่อดังในอดีตจึงมีข้อจำกัดในการใช้สื่อถึงความเป็นจริงในปัจจุบัน วิทยาการ แนวปฏิบัติ แนวคิด และกระบวนการพหุปัญญาทั้งหมดก็จะเป็นต้องหยั่งฐานลึก พ้นกรอบจำกัด สู่ฐานรากร่วมกันและก่อเกิดมณฑลพหุลักษณ์ปัญญาในอีกระดับหนึ่ง ที่สื่อ ศิลปะ การศึกษา ทุกแขนงวิทยาการ จะหยั่งสะท้อนถึงกัน และเป็นชุดแนวคิดศักยภาพใหม่ของสุนทรียปัญญากร ของภาคสุนทรียปัญญาดังที่กล่าวมา ในทุกแขนง

[5] รูปลักษณ์ประจุความหมาย ในที่นี้ มุ่งครอบคลุมถึงระบบสัญญะ อวจนภาษาและวจนภาษา รวมทั้งครอบคลุมกระบวนการข้อมูลจากฐานชีวิต ภูมิชีวิต และชีวิตด้านในของมนุษ์ ซึ่งมีนัยสำคัญต่อความหมายของชีวิต ปัจเจกภาวะ ความเป้นชุมชน และวงจรกระบวนการทางสังคม ในการเป็นภาชนะและประจุข้อมูลด้วย ซึ่งในแง่นี้ จะเห็นความสะท้อนยึดโยงถึงกันของสื่อ หนังสือ สิ่งจัดแสดง ระบบคอมพิวเตอร์ ที่เป็นพาหะและเครื่องบรรจุข้อมูล กับสิ่งที่เป็นประจุระบบวิธีคิดและองค์รวมชุดมโนทัศน์ขนาดใหญ่ เช่น เจดีย์ ชุดแนวคิดต่อสุขภาพร่างกายและจิตใจในการยึดโยงชีวิตเข้ากับระบบสังคม และอีกเป็นจำนวนมาก ที่จะส่งเสริมการสะท้อนยึดโยงและส่องทางถึงกัน ก่อเกิดความสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์อย่างใหม่ เกื้อหนุนและเสริมสร้างกันบนความแตกต่างหลากหลายได้ อย่างไม่จำกัดมากยิ่งๆขึ้น

[6] ในที่นี้ ผู้เขียนได้มุ่งเน้นแนวทางที่จะสะท้อนนยึดโยงถึงกับพัฒนาสำคัญทางภูมิปัญญาและภูมิชีวิตสังคม ของสังคมไทยและสังคมวงกว้างของอนุภูมิภาคและของสังคมโลกจากฐานระเบียงทรรศน์สังคมไทย ที่สะท้อนการบรรลุถึงภูมิวิทยาการและพหุปัญญาเฉพาะตน พร้อมกับเป็นองค์รวม สะท้อนพลวัตพหุปัจจัยจรรโลงสุขภาวะสังคมที่สังคมอื่นขาดหาย รวมทั้งจะเสริมนัยสำคัญความเป็นเลิศ สิ่งหายาก สิ่งที่เป็นที่ยอมรับ ของนานาชาติและสังคมโลก ที่มีอยู่ ให้เห็นคุณค่าและความหมาย ในด้านการบรรลุเป้าหมายสำคัญทุกระดับของสังคมด้วยกระบวนการทางปัญญา ปัจจัยการสร้างคน การศึกษา การพัฒนาการเรียนรู้มวลชน และมณฑลปัญญาปฏิบัติพหุลักษณ์สังคม ได้อย่างดี ที่สำคัญ คือ (1) ศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์ การแพทย์กับศิลปะ กับสิ่งแสดงการศึกษากายวิภาคศาสตร์และสื่อพิพิธภัณฑ์ก่อนประวัติศาสตร์ (2) มิติสุนทรียพลานามัย สุขภาวะมูลฐาน สุขภาวะนิเวศ สังเคราะห์และวงจรเชิงปฏิบัติการประมวลบทเรียนภูมิวิทยาการการพัฒนาประเทศของไทยและอนุภูมิภาคอาเซียนด้วยกลวิธีการสาธารณสุขมูลฐาน พัฒนาการระบบสุขภาพชุมชนและระบบสุขภาพปฐมภูมิ ในระยะ 40-50 ปีที่ผ่านมา โดยเน้นปัจจัยตัวแปรส่งเสริม สนับสนุนทางวิทยาการ และพัฒนายกระดับตามครามพร้อมในตนเองของระบบปฏิบัติการในและนอกภาคส่วนสุขภาพ ให้เห็นประจักษ์ได้ต่อองค์ประกอบทางสุขภาพในอีกความหมายหนึ่ง และจะเป็นส่วนหนึ่งของการพลวัตหนุนเสริมสุขภาวะเศรษฐกิจสังคม ฐานสุนทรียพลานามัย สะท้อนยึดโยงกับต้นทุนการพัฒนาอย่างบูรณาการของประเทศ และก่อเกิดการมีส่วนสำคัญของภาคสุนทรียปัญญา สอดคล้องกับความเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงของสังคม  (3) การมุ่งแสดงให้เห็นภูมิวิทยาการ ปัญญาปฏิบัติ ชุมชนปัญญาปฏิบัติ ชุมชนสุนทรียปัญญากร จากพัฒนาการและสถานการณ์จริงของสังคม ที่สามารถยกระดับและสร้างเสริมสู่การวิวัฒน์ในสาขาวิทยาการ สาขาประกอบการ ผลิตและบริการ ไปจนถึงอุตสาหกรรมภาคสุนทรียปัญญาบูรณาการอย่างใหม่ ทั้งในและนอกภาคความเป็นทางการ เช่น มิติสุนทรียพลานามัย เวชศิลปกรรม เวชนิทัศน์ศิลปกรรม (4) การส่องสะท้อนและเชื่อมโยงกับปัญญาปฏิบัติการพัฒนาจิตใจและคุณภาพแห่งชีวิตจากฐานสังคมวัฒนธรรมไทยกับโลกกว้าง

[7] ในที่นี้มุ่งหมายถึงการพัฒนารูปแบบและวิธีวิทยาการวิจัยเชิงปฏิบัติการ ศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์ เพื่อบูรณาการวิธีการทางศิลปะ สื่อ วิทยาการเนื้อหาการพัฒนาทุกสาขา กับวิธีวิทยาเชิงกระบวนการ การวิจัย ประเมิน พัฒนาการศึกษาเรียนรู้ เสริมศักยภาพปัจจัยคน สร้างศักยภาพชุมชน ให้ศิลปะและสื่อสนทนาประกอบสร้างพหุปัญญา วงจรปฏิบัติการปัญญาหมู่ฐานชุมชนปัญญาปฏิบัติ เป็นปรากฏการจำลองภาพการพลวัตพหุปัจจัยของสังคมจากหน่วยจุลภาคสะท้อนยึดโยงกับพลวัตระบบมหภาคสากล ที่เป็นวงจรมุขปาฐะยุคใหม่ของพลเมือง และยึดโยงกับฐานรากยาวไกลของสังคมมวลมนุษย์ เห็นความหมายสะท้อนครอบคลุมวิวัฒนาการหยั่งสะท้อนฐานชีวิตก่อนยุคประวัติศาสตร์ลายลักษณ์ 

[8] ศิลปะและสิ่งสรรประจักษ์ปัญญาปฏิบัติ  ในปี 2567 นี้ ผู้เขียน และเครือข่ายสุนทรียปัญญากร ได้ร่วมสัมมนาเชิงปฏิบัติการกับเครือข่าย บรามาห์ กุมารี มหาวิทยาลัยทางจิตของโลก ณ ศูนย์ประชุมและจัดแสดงสินค้านานาชาติ  700 ปี เชียงใหม่ และร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้รูปแบบเชิงปฏิบัติการพัฒนาตนและพัฒนาจิตใจ ด้วยแนวคิดการจัดดอกไม้มันดาลา กับ รองศาสตราจารย์ ดร.จิตตินัทนท์ เตชคุปต์  ดร.นิทัศน์ ภัทรโยธิน และเครือข่ายปัญญาปฏิบัติพัฒนาจิต สร้างงานศิลปะและชุดองค์ประกอบการจัดแสดง รวมทั้ง ปฏิบัติการเชิงทดลองในชีวิตจริงทุกขอบเขตที่เอื้อให้ทำได้ ให้สามารถเข้าถึงการสังเกตทางตรงและเห็นภาวะก่อเกิดภาวะความหมายจากภูมิชีวิต ที่สะท้อนยึดโยงกับระบบสังคมและโลกกว้าง เพื่อเห็นธรรมชาติเชิงพลวัตความจริงแท้พหุมิติ สะท้อนยึดโยงอย่างมีความหมายกับศิลปะสุนทรียปัญญา และปัจจัยองค์ประกอบเชิงปฏิบัติการมิติสุนทรียพลานามัย 

[9] ภาชนะประจุชีวิตต่างมิติ ในที่นี้มุ่งหมายถึงภาพการก่อเกิดแนวคิดต่อสิ่งสำคัญสูงสุดของความเป็นชีวิต และสิ่งบรรจุความเป็นชีวิต เช่น ไหหิน หม้อดิน โลงศพ เจดีย์ หลุ่มดินและถ้ำการฝังศพ ภาพวาด ระบบความหมาย ระบบสัญลักษณ์ ตัวอักษร การก่อเกิดรูปแบบสรรสร้าง เพื่อเก็บรักษาฟัน กระดูก โลหิด ร่างกาย  ในงานประพันธ์เลื่องชื่อ รุไบยาต วรรณกรรมโลก ของ โอมาร์ คัยยาม ชาวมุสลิม กวี นักปราชญ์ นักดาราศาสนตร์ นักคณิตศาสตร์ และแพทย์ ชาวเปอร์เซีย ก็แสดงสัญญะทางความหมายเชิงปรัชญาต่อชีวิตและปัจเจกภาวะว่า เปรียบเสมือนภาชนะว่างเปล่าสำหรับรอการรินใส่เมรัยและความสุขสำราญใจในชีวิต ของผู้ที่รู้จักชีวิตและเป็นนายตนเองได้ ในหลักพุทธธรรรม ก็กล่าวถึงองค์ประกอบขันธ์ 5 และอินทรียขันธ์ ในการเป็นพาหนะและที่อาศัยชั่วคราวของชีวิต เพื่อเป็นกำลังดำเนินไปในกระแสธารพลวัตแห่งชีวิตในมรรควิถีแห่งปัญญาปฏิบัติต่อทุกขสจจะ พ้นผูกติดกับเวทนาการทุกข์สุขด้วยอารมณ์และจิตใจมนุษย์