วันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๗ ผมไปปาร์ตี้กินอาหารเที่ยงกับเพื่อนๆ สมัยเรียนชั้นมัธยมที่จังหวัดชุมพร    โดย รท. อาลักษณ์ อนุมาศ เศรษฐีเจ้าของบ่อทรายผู้กอง ที่ตำบลไทรน้อย  อ. ไทรน้อย นนทบุรี เป็นเจ้าภาพตามเคย        

การเลี้ยงแต่ละครั้ง ต้องมีพนักงานบริการมากกว่าจำนวนแขก   ที่วันนี้มีเพียง ๓ คน (แต่ผู้ให้บริการเกือบสิบ)     เพราะคนที่เคยไปร่วมเป็นประจำ หรือไปร่วมบางครั้ง ไปสวรรค์เสียหลายคนในสองสามปีที่ผ่านมา    เพราะพวกเราเป็นชนชั้น “ผ่านพระรามแปด” ไปแล้วทั้งสิ้น    บางคนกว่า ๘๕   

สภาพชีวิตของผู้กองอาลักษณ์ ที่เต็มไปด้วยบริวาร ต่างจากชีวิตของผมแบบฟ้ากับดิน   เพราะผมตัดสินใจใช้ชีวิตแบบไร้บริวารเมื่ออายุ ๖๐ ปี    เพราะไม่อยากดำรงชีวิตของตนเองแบบเจ้าขุนมูลนาย    อยากเป็นชนชั้นธรรมดาเหมือนคนทั่วไป    คือเป็นคนเสมอกัน ... ประชาธิปไตย 

ตอนนั้นมีผู้ใกล้ชิดหลายคนเสนอว่า ผมควรมีผู้ช่วยหรือเลขาประจำตัว โดยมีหน่วยงานอาสาจัดหาให้   ผมปฏิเสธด้วยความเชื่อว่า ระบบไอทีในขณะนั้นจะช่วยอำนวยความสะดวกในการนัดหมายต่างๆ ให้ผมช่วยตัวเองได้โดยไม่ต้องมีเลขา    ซึ่งเวลาผ่านมา ๒๒ ปี พิสูจน์ว่าเป็นความจริง   เวลานี้ผมรับนัดเองตลอดผ่านอีเมล์   โดยมีข้อสังเกตว่า คนในยุคปัจจุบันใช้อีเมล์น้อยลง   หันไปใช้ไลน์มากขึ้น

แต่ก็เริ่มสังเกตว่าบ้านผมมีข้อจำกัดมากขึ้น    ไม่สามารถใช้บ้านเป็นที่รับแขก หรือประชุมปรึกษาหารือกับผู้ที่ต้องการมาหารือที่บ้านได้    เพราะไม่มีความสะดวกหลายอย่าง    เนื่องจากภรรยาป่วยเป็นโรคสมองเสื่อม ที่ค่อยๆ เสื่อมโทรมลงไปเรื่อยๆ จนเวลานี้จำชื่อผมไม่ได้ ตามที่เล่าไว้เป็นระยะๆ ที่ (๑)    เราจึงปรับปรุงบ้านเพื่อเลี้ยงดูเธอให้เธอมีความสุข สะดวกสบายที่สุด ในชีวิตที่สมองไม่ดี แต่ร่างกายยังพอเคลื่อนไหวได้    เป็นบ้านเพื่อเธอในยามสมองเสื่อมโทรม    และผมยังทำงานได้ ทำประโยชน์ต่อสังคมได้ในระดับหนึ่ง   

เป็นบ้านแห่งความรักของสามีภรรยาคู่หนึ่งยามชรา    ที่ภรรยาเสื่อมโทรมเร็วกว่า เพราะใช้ชีวิตแบบไม่ได้ออกกำลังกาย    ส่วนสามีจำเป็นต้องออกกำลังกายแบบแอโรบิก เพื่อชีวิตรอดจากความเครียดในกิจการงานที่ตนชอบ    จึงได้รับอานิสงส์ให้มีสุขภาวะยามชราดีเกินคาด    และยังทำประโยชน์ต่อสังคมได้       

การตัดสินใจใช้ชีวิตแบบไร้บริวารนี้ เป็นการตัดสินใจที่ถูกหรือผิดก็ไม่ทราบ   ส่วนดีคือบ้านเป็นที่พักผ่อนและใช้ชีวิตส่วนตัวง่ายๆ ตามแบบที่เราชอบ    แต่มันก็ทำให้ผมใช้บ้านเป็นที่รับแขกไม่ได้ หรือไม่สะดวก   จึงหาที่รับแขก ลองใช้ร้านกาแฟข้างบ้าน คือ Café Amazon อัมพรไพศาล    ที่เดินจากบ้านผมไปเพียง ๕ นาที     

โชคดีที่ลูกสาวคนที่สอง มาซื้อบ้านติดกันในหมู่บ้านสิวลีที่ผมมาอยู่ตั้งแต่ปี ๒๕๔๐    หลังจากนั้นอีกราวๆ สิบปี ลูกสาวกับป้าก็มาซื้อบ้านติดกัน   ผมจึงได้อาศัยบริการทำความสะอาดบ้านและผูกปิ่นโตกับแม่บ้านของลูกสาว     

เมื่อสมองของแม่เสื่อมถอยลงจนช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องมี care giver มาคอยดูแล   ลูกสาวคนโตที่เป็นหมอฟันและเป็นโสด ก็มาคอยดูแลแม่ (และพ่อ) และหา care giver ที่ดีมาให้แม่ โดยยอมรับว่า พ่อที่แก่อายุเกินแปดสิบยังมีงานออกไปประชุมนอกบ้านและต่างประเทศบ่อยๆ    จึงต้องพัฒนาระบบดูแลแม่ ร่วมกับน้องสาวที่เป็นโสดเหมือนกัน    แต่เขาไม่แตะระบบการทำงานของพ่อเลย    ซึ่งเป็นสิ่งที่ดี    และผมก็ยังทำงานรับใช้สังคมแบบไร้บริวารได้จนบัดนี้   แต่ก็ไม่แน่ใจว่าจะดำเนินไปได้นานอีกแค่ไหน      

ปาร์ตี้อาหารเที่ยงที่บ้านผู้กองอาลักษณ์ครั้งนี้ เพื่อนที่ยังแข็งแรงและไปร่วมประจำป่วยเสียหลายคน    ไปได้เพียงสามคน คือ ธรรมนูญ  สมบูรณ์ และผม   โดยธรรมนูญขับรถไปรับส่งสมบูรณ์ผู้ต้องใช้รถเข็นที่บ้าน    ผมอาสาบรรจงว่าจะไปรับส่งให้   แต่เขาโทรศัพท์มาบอกว่าไม่กล้าไป กลัวล้ม    อาหารที่เตรียมไว้น่าจะสำหรับคนเจ็ดแปดคน    จึงเหลือมาก เจ้าภาพบอกลูกน้องให้ห่อเอาให้แขกเอากลับบ้าน   รวมทั้งมะม่วงเขียวใหญ่ลูกโต   

ผมพบว่าเพื่อนๆ ของผมไม่มีใครใช้อีเมล์ เพราะใช้ไม่เป็น แต่ใช้ไลน์   ส่วนอาลักษณ์หนักกว่าเพื่อน คือใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนไม่เป็น    ใช้โทรศัพท์โนเกียรุ่น ๒๐ ปีก่อน   เขาบอกว่าซื้อจากฮ่องกงราคา ๒,๐๐๐ บาท   ผมแปลกใจที่คนทำธุรกิจพันล้านไม่ใช้โทรศัพท์สมาร์ทโฟนสำหรับค้นข้อมูลและข่าวสารต่างๆ   อาลักษณ์บอกว่าช่วงโควิดเขาเป็นหนี้ร้อยล้าน  ตอนนี้ค่อยๆ ใช้หนี้เหลือ ๓๐ ล้าน    สุขภาพของเขาไม่ดี ต้องระมัดระวังอาหาร ระหว่างที่เรากินอาหารเที่ยงกันสามคน เขานั่งคุย    บอกว่าจะกินตอนบ่ายสองโมง    นอกจากบ่อทรายที่ไทรน้อยเขายังมีสวนที่กาญจนบุรี  ที่อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม (๒๐๐ ไร่)   และรีสอร์ทที่ ทวาย ประเทศพม่า    เขามีความสุขที่ได้เลี้ยงเพื่อนๆ    คราวนี้ผมได้พบลูกสาวของ ฉลอง อนุมาศ เพื่อนที่ล่วงลับไปนานแล้ว   

ชีวิตที่ไร้บริวาร เป็นชีวิตเรียบง่าย    ไร้ทรัพย์สมบัติ    แต่มีความสุข  

วิจารณ์ พานิช          

 ๓๐ มิ.ย. ๖๗

 

  

1 พบกันเพียงสี่สหาย

2 อาหารมากมาย กินกันสามคน