กามวิลาปชาดก
พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑
๗. กามวิลาปชาดก (จากพระไตรปิฎก ลำดับเรื่องที่ ๒๙๗)
ว่าด้วยผู้เพ้อถึงกาม
(บุรุษผู้ที่ถูกเสียบอยู่บนปลายหลาวเห็นกาบินมาทางอากาศ เรียกกามาเพื่อจะส่งข่าวถึงภรรยาสุดที่รัก จึงกล่าวว่า)
[๑๓๙] นกผู้มีปีกเป็นยานพาหนะบินได้สูง ขอท่านช่วยบอกภรรยาของข้าพเจ้า ผู้มีขาอ่อนประดุจลำต้นกล้วยให้ทราบด้วย เมื่อนางไม่รู้จักรอคอยข้าพเจ้าเป็นเวลานาน
[๑๔๐] นางเองเป็นคนโหดร้าย ยังไม่รู้ว่าหลาวนี้เขาปักไว้ เพื่อเสียบประจานข้าพเจ้า ก็จะโกรธ ความโกรธของนางย่อมทำให้ข้าพเจ้าเดือดร้อน แต่หลาวในที่นี้ไม่ทำให้ข้าพเจ้าเดือดร้อนเลย
[๑๔๑] หอก เกราะ และแหวนวงเล็กๆ ที่ทำด้วยทองเนื้อห้า อนึ่ง ผ้าแคว้นกาสีอันมีเนื้อละเอียด ข้าพเจ้าได้เก็บไว้ที่หัวนอน ขอนางผู้มีความต้องการด้วยทรัพย์ จงยินดีด้วยทรัพย์ที่มีประมาณเท่านี้เถิด
กามวิลาปชาดกที่ ๗ จบ
----------------------------
คำอธิบายเพิ่มเติมนำมาจากบางส่วนของอรรถกถา
กามวิลาปชาดก
ว่าด้วย ผู้พิลาปถึงกาม
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภการประเล้าประโลมภรรยาเก่า (ของภิกษุรูปหนึ่ง) จึงตรัสเรื่องนี้ ดังนี้.
เรื่องปัจจุบันได้กล่าวไว้แล้วใน บุปผรัตตชาดก
เรื่องอดีตจักมีแจ้งใน อินทริยชาดก
แต่ในที่นี้ ราชบุรุษทั้งหลายทำให้บุรุษนั้นเร่าร้อน เสียบประจานไว้บนหลาวทั้งเป็นๆ บุรุษนั้นนั่งอยู่บนหลาวนั้น เห็นกาบินมาทางอากาศ ไม่อนาทรถึงเวทนาทั้งที่แรงกล้าเห็นปานนั้น
เมื่อจะเรียกกานั้นมาเพื่อจะส่งข่าวสารถึงภรรยาผู้เป็นที่รัก จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า :-
ดูก่อนนกผู้มีปีกเป็นยาน บินทะยานไปในเวหา บินไปในอากาศอันสูง ท่านช่วยบอกภรรยาของข้าพเจ้าผู้มีลำขา เสมอด้วยต้นกล้วยให้ทราบด้วยว่า ข้าพเจ้าถูกเสียบอยู่บนหลาว ภรรยาที่รักของข้าพเจ้านั้น เมื่อไม่ทราบข่าวคราวอันนี้ จักทำการรอคอยข้าพเจ้าตลอดกาลนาน.
ภรรยาของข้าพเจ้านั้นยังไม่รู้ว่าหลาวและหอกนี้เขาวางไว้เพื่อเสียบประจาน นางเป็นคนดุร้าย ก็จะโกรธข้าพเจ้า ความโกรธแห่งภรรยาของข้าพเจ้านั้น จะทำข้าพเจ้าให้เดือดร้อนไปด้วย แต่หลาวนี้มิได้ทำให้ข้าพเจ้าเดือดร้อนในที่นี้เลย.
หอกและเกราะนี้ข้าพเจ้าเก็บไว้ที่หัวนอน อนึ่ง แหวนก้อยที่ทำด้วยทองคำเนื้อสุก และผ้าแคว้นกาสีเนื้ออ่อน ข้าพเจ้าเก็บไว้ที่หัวนอน ขอภรรยาที่รักของข้าพเจ้าผู้มีความต้องการทรัพย์ จงยินดีด้วยทรัพย์นี้เถิด.
บุรุษนั้นคร่ำครวญอยู่อย่างนี้นั่นแล ก็ตายไปบังเกิดในนรก.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประกาศสัจจะทั้งหลาย แล้วทรงประชุมชาดก. ในเวลาจบสัจจะ ภิกษุผู้กระสันจะสึก ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล.
ภรรยาในครั้งนั้น ได้มาเป็น ภรรยาในครั้งนี้
เทวบุตรผู้เห็นเหตุการณ์นั้น คือ เราตถาคต ฉะนี้แล.
จบ อรรถกถากามวิลาปชาดกที่ ๗
-----------------------------------------------------