เพชรบูรณ์ เมืองแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร (11) ศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ พิษณุโลก


เพชรบูรณ์ เมืองแห่งพืชพันธุ์ธัญญาหาร (11) ศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ พิษณุโลก

ศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม พ.ศ.2552 โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงพระสุหร่ายพระอัฎฐารสศรีสุคตทศพลญาณบพิตร (จำลอง) และทรงเปิดป้ายอาคารศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2558

ภายในอาคารจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองพิษณุโลก พระราชวังจันทน์และการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

พระราชวังจันทน์เป็นพระราชวังโบราณ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก ทางด้านทิศเหนือของเมืองพิษณุโลก สิ่งสำคัญของสถานที่แห่งนี้คือเป็นสถานที่เสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเป็นที่ประทับของพระองค์เมื่อทรงดำรงตำแหน่งอุปราช โดยในขณะนั้นเมืองพิษณุโลกมีฐานะเป็นเมืองหน้าด่านสำคัญของกรุงศรีอยุธยา ต่อมากรมศิลปากรได้ขึ้นทะเบียนโบราณสถานพร้อมทั้งประกาศขอบเขตที่ดินโบราณสถาน เมื่อ พ ศ. 2537

สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานถึงที่มาของชื่อพระราชวังจันทน์ไว้ในสาส์นสมเด็จ ว่า วังจันทน์น่าจะมาจากคำว่า ตำหนักจันทน์ในสมัยโบราณ เรือนที่อยู่อาศัยทำด้วยไม้ทั้งสิ้น แต่สำหรับเรือนพระเจ้าแผ่นดินและเจ้านายสูงศักดิ์จะสร้างด้วยไม้จันทน์ที่มีกลิ่นหอม คำว่า "วังจันทน์" จึงน่าจะมาจากคำว่า วังตำหนักจันทน์ หรือ วังเรือนจันทน์
จนเป็นคำเรียกพระราชวังแห่งนี้ว่า "พระราชวังจันทน์" หรือ " วังจันทน์"

ถัดไปมีวัดโบราณอีกแห่งหนึ่งคือ วัดวิหารทอง เป็นวัดขนาดใหญ่ สันนิษฐานว่าน่าจะมีมาก่อนสมัยสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ส่วนบนของเจดีย์ประธานได้ทลายลงมาแล้ว เหลือเพียงฐานอันเป็นรูปแบบของฐานเจดีย์ทรงปรางค์ ในช่วงต้นพุทธศตวรรษที่ 21 ซึ่งเป็นหลักฐานสำคัญในการกำหนดอายุของวัด นอกจากนั้นด้านหน้าเจดีย์ประธานยังมีซากฐานอาคารขนาดใหญ่สองหลัง ซึ่งยังคงเหลือเสาก่อด้วยศิลาแลง ทำให้สามารถประมาณความสูงของหลังคาได้ ร่องรอยของระเบียงคตที่ล้อมเจดีย์ประธานและอาคารที่ยื่นออกมา ทางด้านหน้าอาจมีความเกี่ยวข้องกับการจัดวางตำแหน่งอาคารตามลักษณะของผังวัดในสมัยอยุธยา

สถานที่สำคัญในบริเวณใกล้เคียงพระราชวังจันทน์ ได้แก่ ศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์

พระมหาธรรมราชาที่ 1 (ลิไท) พระราชโอรสในพระยาเลอไท พระมหากษัตริย์อวค์ที่ 4 แห่งราชวงศ์พระร่วงของอาณาจักรสุโขทัย ทรงสร้างพระราชวังจันทน์บนเนินดินบนฝั่งตะวันตกของแม่น้ำน่าน มีข้อสันนิษฐานว่าพระราชวังจันทน์นั้นเคยเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ไทยมาตั้งแต่สมัยสุโขทัยจนถึงอยุธยา

เมื่อถึงรัชสมัยของสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ กษัตริย์แห่งกรุงศรีอยุธยา พระองค์ทรงย้ายราชธานีมาอยู่ที่เมืองพิษณุโลกในพ.ศ. 2006 และทรงใช้พระราชวังจันทน์เป็นที่ประทับตลอด นอกจากนี้พระราชวังจันทน์ก็มักจะเป็นที่ประทับของพระมหาอุปราชของกรุงศรีอยุธยาในสมัยต่อมา

เมื่อครั้งสมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพระเยาว์ พระองค์ทรงใช้ชีวิตอยู่ที่พระราชวังจันทน์ เมืองพิษณุโลก มีบางครั้งที่พระองค์ตามเสด็จพระชนกชนนีไปเฝ้าสมเด็จพนะอัยกาและพระอัยกีที่กรุงศรีอยุธยา

พระราชวังจันทน์ได้ขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.2536 ปัจจุบันพระราชวังจันทน์เหลือเพียงฐานอิฐเท่านั้น

สถานที่สำคัญในบริเวณใกล้เคียงพระราชวังจันทน์ นอกจากศูนย์ประวัติศาสตร์พระราชวังจันทน์ ได้แก่ วัดเก่า 3 วัด คือ วัดวิหารทอง วัดศรีสุคต วัดโพธิ์ทอง ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และศาลหลักเมืองพิษณุโลก

วัดวิหารทอง ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของพระราชวังจันทน์ เป็นเจดีย์ประธาน มีรูปแบบเป็นพระปรางค์สมัยอยุธยาตอนต้น สภาพในปัจจุบันเหลือเพียงส่วนฐานเขียงและฐานบัวลูกฟัก สันนิษฐานว่าเคยเป็นที่ประดิษฐานพระอัฎฐารส ซึ่งปัจจุบันประดิษฐานในอุโบสถวัดสระเกศ โดยได้จำลองพระพุทธรูปองค์ดังกล่าวขนาดเท่าองค์จริงมาประดิษฐานไว้ในวิหารเดิม สันนิษฐานว่าวัดวิหารทองน่าจะสร้างขึ้นระหว่างพุทธศตวรรษที่ 20 - 21

วัดศรีสุคต ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้นอกกำแพงพระราชวังจันทน์ เป็นเจดีย์ประธานทรงระฆัง มีเจดีย์รายประจำมุมทั้งสี่มุม สันนิษฐานว่าวัดศรีสุคตน่าจะเป็นวัดที่มีอยู่ก่อนการสร้างพระราชวังจันทน์ สร้างขึ้นระหว่างพุทธศตวรรษที่ 20-21

วัดโพธิ์ทอง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้นอกกำแพงพระราชวังจันทน์ ประกอบด้วยเจดีย์ประธานที่เหลือเพียงส่วนฐานเขียง มีเจดีย์รายประจำมุมทั้งสี่มุม

ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตั้งอยู่ในบริเวณโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ที่ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเคยเป็นพื้นที่ของพระราชวังจันทน์มาก่อน โดยบริเวณของศาลนั้นจะเป็นศาลาทรงไทยโบราณตรีมุข มีพระรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชขนาดเท่าองค์จริงประทับนั่งอยู่ ส่วนพระหัตถ์นั้นทรงพระสุวรรณภิงคารหลั่งน้ำในพระอิริยาบถประกาศอิสรภาพที่เมืองแครง ซึ่งสร้างขึ้นโดยกรมศิลปากรแล้วเสร็จเมื่อปี พ.ศ. 2404 และมีการจัดงานสักการะพระบรมรูปในวันที่ 25 มกราคมของทุกปี

ศาลหลักเมืองพิษณุโลก
ประดิษฐานอยู่ริมแม่น้ำน่านฝั่งตะวันตก ออกแบบโดยกรมศิลปากร เป็นแบบยอดปรางค์ มีฐานกว้าง 16.60 เมตร สูง 10.65 เมตร เป็นเสาที่ทำจากไม้มงคลหลายชนิด ประกอบด้วยสามส่วน คือ ส่วนลำต้นทำจากไม้ราชพฤกษ์ ส่วนที่สองเป็นท่อนลูกแก้วทำจากไม้ชิงชัน ส่วนที่สามเป็นส่วนยอดทำจากไม้สักทองตายพราย โดยได้นำไม้ไปเข้าพิธีพุทธาภิเษกที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ศาลหลักเมืองพิษณุโลกสร้างเมื่อวันที่ 8 เมษายน พ.ศ 2540 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ มาทรงเปิดศาลหลักเมืองพิษณุโลก


ขอขอบคุณ

  • ผศ.ประทีป เล้ารัตนอารีย์ แห่ง มศว.ประสานมิตร วิทยากรพิเศษประจำทริปเพชรบูรณ์-ศรีเทพ-ภูทับเบิก
     
  • มิตรไมตรีจากเพื่อนร่วมเดินทางทุกท่าน
     
หมายเลขบันทึก: 718452เขียนเมื่อ 9 มิถุนายน 2024 23:17 น. ()แก้ไขเมื่อ 10 มิถุนายน 2024 07:02 น. ()สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

อนุญาตให้แสดงความเห็นได้เฉพาะสมาชิก
พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท