Title/Theme : ศาสตราจารย์พิเศษประกิต (จิตร) บัวบุศย์
ราชบัณฑิต สาขาวิจิตรศิลป์ เมื่อ พ.ศ. ๒๕๒๔
ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ๒๕๔๕
สถาปัตยศิลปไทยประยุกต์ พัฒนาวิธีวิทยาศิลปะ
Artist / Author : วิรัตน์ คำศรีจันทร์ Wirat Kamsrichan
Size and Dimension : 46 x 61 เซนติเมตร
Date / Time : 3 ธันวาคม 2566
Collector ผู้สะสมดูแล : บ้านสังคมศิลป์ สันป่าตอง เชียงใหม่ เผยแพร่วงกว้างหลายช่องทางแล้ว และจัดแสดงให้ชมตามวาระ
Technic / Methodology : สีน้ำ บนกระดาษ BAOHONG 300 gram. Artist and Professional Used Water Colour Paper ใช้วิธีการภาพเหมือนจริง พัฒานาแนวศิลปะอุเทศศิลป์เพื่อใช้สร้างคนและสร้างเครื่องมือทำงานพหุมิติสะท้อนขึ้นจากฐานรากให้เหมาะสมบนโลกความเป็นจริงของสังคม จินตนาการด้วยข้อมูลการศึกษาและพัฒนาวิธีสร้างงานศิลปะบูรณาการ แสดงให้ปรากฏ สร้างแหล่งประสบการณ์เชิงประจักษ์ด้วยงานศิลปะเพื่อก่อเกิดวงจรการวิวัฒน์ยกระดับของสังคมด้วยกระบวนการทางความรู้และการเรียนรู้เพิ่มพูนกำลังปัญญาพหุวิทยาการ การพัฒนาสื่อและศิลปะสื่อนิเทศศิลป์ วิจัยเอกสาร พัฒนา Creative Component-Content Design พัฒนาข้อมูลจินตนาการสร้างสรรค์เป็นภาพ แหล่งก่อเกิดวงจรพหุลักษณ์ข้อมูล ปฏิสัมพันธ์ทวีคูณกำลังความงอกงามใหม่จากกระบวนการภายในและระบบภายนอก และสิ่งแสดงเชิงประจักษ์องค์ประกอบภูมิแผ่นดินในมิตินามธรรมที่มองไม่เห็นแต่อยู่ในจิตวิญญาณแผ่นดินและกิจกรรมชีวิตของหมู่ชนในสังคม (Manifestation of Art-Science Culture for Cummulative Evolution Potentials) วิธีวิจัยเนื้อหา ทำข้อมูลจำนวนมากและหลายเหตุการณ์ ให้เห็นบทสรุป เห็นโลกทัศน์และชีวทัศน์ในฐานความรู้พหุวิทยาการ เห็นสิ่งที่มีนัยสำคัญต่อกระบวนการภูมิปัญญาของสังคม แก้ปัญหาการเหลื่อมล้ำโอกาสทางข้อมูลและวิธีวิทยาการรับรู้ ยกระดับความฉลาดรู้ทางศิลปะ พหุลักษณ์ปัญญาต่อโลกและชีวิต ซึ่งทำให้สิ่งสำคัญ ความรู้ และระบบวิทยาการจำนวนมากของสังคมไทยและโลกกว้าง เกินจะเข้าใจร่วมกัน เกินจะเข้าถึงความหมายความสำคัญ เกินจะเห็นคุณค่าต่อการสรรสร้าง ไม่มีกำลังการทบทวนผุดประเด็นคิดจินตภาพและจินตนาการนัยสำคัญใหม่ที่ดีจากข้อมูลและปรากฏการณ์เชิงประจักษ์ซึ่งยังอยู่ในระดับฉาบฉวยผิวเผิน และเกินจะสามารถเห็นภาพร่วมกันได้โดยง่ายของผู้ที่ไม่ได้อยู่ใกล้ชิดกับปรากฏการณ์ร่วมยุคสมัย ทำให้ระบบการสืบทอดและระบบการสั่งสมภูมิวิทยาการต่างงๆของสังคมอ่อนแอ ล่มสลาย ขาดหาย สูญเปล่า สั่นคลอนฐานรากการพัฒนาวิทยาการและรอบด้าน ขาดความเข้มแข็งยั่งยืนในการพัฒนา การเกิดบทสนทนาชุดใหม่ๆ และเกิดวงจรร่วมสร้างการเรียนรู้มวลชนจากฐานพหุปัญญาในมิติใหม่ๆ จะสามารถก่อเกิดขึ้นได้ ดีมากยิ่งๆขึ้น
Narrative Brief and Conceptualization : ศาสตราจารย์พิเศษประกิต (จิตร) บัวบุศย์ ราชบัณฑิต สาขาวิจิตรศิลป์ เมื่อ ๒๕๒๔ ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ๒๕๔๕
- อาจารย์และครูศิลปะโรงเรียนเพาะช่าง และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาลัยเพาะช่าง
- ผู้ออกแบบและก่อสร้างอาคารหลังใหม่ของโรงเรียนเพาะช่างหลังเสียหายจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งถือเป็นแบบฉบับการออกแบบอาคารสถาปัตยศิลป์ไทยประยุกต์สมัยใหม่ของไทย
- ผู้วิจัยด้วยวิธีวิทยาการศึกษาทางศิลปะ การลงพื้นที่ศึกษาภาคสนาม ผสมผสานกับวิธีวิทยาประวัติศาสตร์ศิลป์ โบราณคดีศิลปวัตถุ และพัฒนาข้อเสนอเชิงทฤษฎีในทรรศนะใหม่ทางวิชาการเกี่ยวกับถิ่นฐาน การเคลื่อนย้าย ของพลเมืองประชากรและกลุ่มชนหลักสังคมไทย และในอนุภูมิภาคแหลมทอง สุวรรณภูมิ อุษาคเนย์
- ผู้ศึกษาศิลปะพุทธศิลป์ ศิลปะคันธาระ ร่วมกับการศึกษาแบบศิลปะอารยธรรมบ้านเชียง วิเคราะห์ระบบวิธีคิดในพุทธศาสนา แบบแผนทางศิลปะของสยามและกลุ่มวัฒนธรรมสุวรรณภูมิ และแสดงให้เห็นถึงคลื่นทางพุทธศาสนาและอิทธิพลทางศิลปะจากอินเดีย ที่มีอิทธพลต่อศิลปวัฒนธรรมสุวรรณภูมิเป็น ๔ ระลอก ของสยาม กลุ่มชน ชุมชน เมือง บนผืนดินไทย สุวรรณภูมิ สมัยทวารวดี ศรีวิชัย ลพบุรี เชียงแสน สุโขทัย อยุธยา และรัตนโกสินทร์
- ผู้ร่วมเป็นทีมให้กับ ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี ในการออกแบบและปั้นพานรัฐธรรมนูญ อนุสาวรียประชาธิปไตย
- ผู้ออกแบบ ปั้น หล่อโลหะ ประติมากรรมนางเงือก หาดสมิหลา จังหวัดสงขลา
- ผู้ศึกษาศิลปะอิมเพรสชั่นนิสต์และเวิร์คช็อปกับลูกศิษย์ชาวญี่ปุ่นของมาเนต์ผู้ก่อตั้งแนวศิลปะ นำมาถ่ายทอดสู่ประเทศไทยและพัฒนาเข้าสู่การศึกษาศิลปะสมัยใหม่ ณ โรงเรียนเพาะช่าง
ประเด็นใคร่ครวญสนทนา การผุดหัวข้อสื่อการสนทนา
เสวนา ศึกษาค้นคว้า สรรพลวัตพหุปัญญา
Theme / Prompt to Trans-Dialogue / Integrated and Trans-Participatory
Creating Critical Content and Wisdom Practice / Sharing Issues :
- การพัฒนาศิลปวิชาการ ศิลปะสุนทรียปัญญา ผสมผสานและบูรณาการความลงตัว พอดี จากฐานการวิเคราะห์เชิงทฤษฎีสุนทรียศาสตร์ ซึ่งอาศัยฐานทฤษฎีการวิเคราะห์ภายนอก ด้วยพหุลักษณ์ข้อมูลเชิงปรนัยภววัตถุวิสัย (Objectivity) กับการวิพากษ์เชิงสะท้อนองค์ประกอบสุนทรียปัญญาด้วยฐานพหุลักษข้อมูลประสบการณ์เชิงประจักษ์ของศิลปินและผู้สร้างสรรค์งานศิลปะ ซึ่งเป็นฐานทฤษฎีการวิเคราะห์และวิพากษ์ทบทวนภายใน แต่ผสมผสานและบูรณาการทั้งพหุลักษณ์ข้อมูลเชิงปรนัยภววัตถุวิสัย (Objectivity) ฐานโลกทัศน์ภายนอกสู่ภายใน และพหุลักษณ์ข้อมูลเชิงจิตอัตนัยวิสัย (Subjectivity) ฐานโลกทัศน์ภายในสู่ภายนอก ให้เห็นองค์ประกอบใหม่ของการถอดบทเรียนเสริมพลังการสร้างคน สร้างระบบ ทวีคูณพลังของศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์
- การส่งเสริมระบบการพัฒนาภาควิชาการทางศิลปะสุนทรียปัญญา ให้ยิ่งเพิ่มพูนความเหมาะสมกับฐานรากพัฒนาการของสังคมไทย ใน 3 ฐานที่สำคัญ ศิลปะและการช่างไทยสมัยใหม่ โดยเพาะช่างและเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชมงคล อาชีวศึกษา ศูนย์ศิลปาชีพ ของทั่วประเทศ การศึกษาศิลปสมัยใหม่ โดยมหาวิทยาลัยศิลปากร และเครือข่ายสถาบันการศึกษาศิลปกรรมในมหาวิทยาลัยของทั่วประเทศ ศิลปศึกษาและศิลปกรรม โดยมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร และเครือข่ายมหาวิทยาลัยราชภัฎ ของทั่วประเทศ
- ศิลปะสุนทรียพลานามัย กับการพัฒนานครแห่งศิลปะสุนทรียปัญญาและมณฑลชีวิตสุนทรียพลานามัย จัดระบบกิจกรรมชีวิต เศรษฐกิจสังคมของเมืองฐานศิลปะสุนทรียพลานามัย ฟื้นฟูแหล่งศิลปะของเมืองมีชีวิต ย่านเพาะช่าง พาหุรัด สะพานพุทธ เฉลิมไทย เฉลิมกรุง ห้างไนติงเกล ปากคลองตลาด คลองหลอด เขตพระนคร
- การพัฒนาสถาบันอิสระ เพาะช่าง ศิลปะและการช่างไทยสมัยใหม่ ชุมชนและแหล่งประกอบการศิลปาชีพ กับภาคเศรษฐกิจฐานสุขภาวะสังคม สุขภาวะนิเวศ สุขภาวะคุณภาพแห่งชีวิต การท่องเที่ยวเชิงแลกเปลี่ยนสื่อสารทางศิลปะ วัฒนธรรม กิจกรรมสุนทรียปัญญา
- ศิลปะกับวงจรเชิงกระบวนการสุนทรียปัญญา กับการแปรภูมิวิวัฒน์ พัฒนาการ และประสบการณ์ทางสังคม สู่สิ่งแสดงเชิงประจักษ์ต่อภูมิปัญญา คุณค่าความเจริญงอกงงาม ความสร้างสรรค์ การมีความเป็นตัวของตัวเอง ความน่าเชื่อมั่น น่าเชื่อถือ ความวางใจ ความน่าผูกพัน การสะท้อนยึดโยงอยู่ในชีวิตและสิ่งประจักษ์ได้ในสังคมและถิ่นฐาน
ระบบสรรสนทนา วงจรการสรรมุขปาฐะศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์
องค์ประกอบพื้นฐาน อณุจุลภาค Mini-Content แผ่ขยายรอบด้าน พลวัตความหมายร่วมกันได้อย่างไม่จำกัด และเป็นฐานยึดโยงพหุลักษณ์สังคมได้ระดับลึกหยั่งประมาณถึงภูมิชีวิตและภูมิสังคมฐานรากมีชีวิต เปลี่ยนผ่านความแตกต่างหลากหลายเชิงปะทะสู่การร่วมสร้างคุณค่าและความหมาย เกื้อหนุนส่งเสริมการพึ่งพาอาศัยพหุมิติและพหุปัจจจัย ลดการทำลายล้าง เพิ่มพูนการจรรโลงและประกอบสร้างโอกาสความเจริญงอกงาม มีเหตุมีผลบนความเป็นตัวของตัวเองในทุกความแตกต่างประกอบด้วย 3 องค์ประกอบเนื้อหา ได้แก่ (1) พหุลักษณ์ข้อมูล ศิลปะ สิ่งสร้างสรรค์ สิ่งแสดง ให้ประสบการณ์เชิงประจักษ์ (2) แนวคิด ความบันดาลใจ หลักทฤษฎี การแบ่งปันวิทยาการและความรู้เบื้องหลังที่เกี่ยวข้อง (3) บทสรุปและการแบ่งปันความบันดาลใจ ส่องสะท้อน การเติบโตงอกงามบนความเป็นตัวของตัวเองและการยึดโยง สำนักผูกพันต่อสังคมและโลกกว้าง ผ่านปัญญาปฏิบัติ
การประยุกต์ใช้ :
(1) การวิจัยสื่อ วิจัยเนื้อหาเอกสาร และทบทวนระเบียงทรรศน์ทางสังคมร่วมสมัยหลากหลายแหล่ง เพื่อแสดงหน่วยปรากฏการณ์เชิงบทสรุปเรียบง่ายเป็นภาพรวมชุดมโนทัศน์ด้วยงานศิลปะสุนทรียปัญญา (2) การจำลองภาพและสร้างสรรค์จินตนาการจากข้อมูลและมิตินามธรรมในความรู้ จิตวิญญาณสังคมในวิทยาการความเจริญก้าวหน้าให้เห็นเป็นภาพ ก่อเกิดมณฑลเชื่อมต่อภาคความรู้ที่ยังขาดการเห็นความหมายและนัยสำคัญต่อโลกความจริง สู่การเกิดประสบการณ์เชิงประจักษ์ เห็นบทสรุปเชื่อมต่อกับภาวะความเป็นจริงชุดใหม่ๆ (3) การวาดภาพและทำงานศิลปะพัฒนากระบวนการพหุลักษณ์ข้อมูล (4) การวิพากษ์เชิงสะท้อนสิ่งแสดงประสบการณ์เชิงประจักษ์ (5) การวิพากษ์พัฒนาการสื่อสารเรียนรู้ (6) การพัฒนาระบบวิธีคิดและแนวปฏิบัติการเชิงนโยบายระดับผู้นำเชิงปัญญา (7) การพัฒนาประเด็นและโจทย์การวิจัยจากฐานความเป็นจริงปฏิบัติ พหุระดับศึกษาค้นคว้า การพัฒนาการเรียนรู้จากฐานชีวิตและห้วงความสนใจในตน (8) การจัดแสดง สัมมนาเชิงปฏิบัติการ สร้างกระบวนการภาวนา สร้างจังหวะการวิเคราะห์ ทบทวน จัดระเบียบประสบการณ์และข้อมุลภายใน ให้สงบ ศานติ แยบคายลึกซึ้ง ละเอียดอ่อน ไวต่อความหมายและนัยสำคัญของพหุลักษณ์ข้อมูล กอปรด้วยเมตตากรุณา ตอบสนองต่อปรากฏการณ์และประเด็นสำคัญ ผุดบังเกิดและวิวัฒน์ประเด็นนำการพลวัต ที่ลึกซึ้ง สื่อสะท้อนความหมาย ความรู้สึกมีน้ำหนักได้ ดีกว่ากระบวนการทางเหตุผลของข้อมูลแบบลดทอนแต่เพียงลำพัง
Key Word และงานเชิงทฤษฎีแนะนำ : การศึกษาประเด็นนัยสำคัญจากหน่วยกรณีจุลภาคและวิพากษ์ทบทวนเชิงทฤษฎีรอบด้านสู่ทฤษฎีทั่วไป Case Conference and Micro Critical Discussion / กระบวนการชุมชนปัญญาปฏิบัติความรู้ท้องถิ่น / Transdisciplinary Wellbeing-Health Aesthetic to QoL and Multi Basic-Needs Development / ทฤษฎีฐานราก / การวิจัยเชิงปฏิบัติอย่างมีส่วนร่วม / ศิลปะและสื่อในฐานะกระบวนการวิจัยและกระบวนการทางการศึกษา / Reflexive Methodology Research / Creative Content Analysis / กระบวนการศิลปะพัฒนาข้อมูลและการคิดสร้างสรรค์ / การวิเคราะห์พหุปัจจัยเชิงคุณภาพ / กระบวนการเชิงปฏิบัติการวิจัยพัฒนากระบวนการศึกษาและสื่อสาร / ทฤษฎีวิพากษ์ / ทฤษฎีเชิงสะท้อนคิดเชิงระบบ / ทฤษฎีเชิงวิพากษ์สัญญวิทยา / ทฤษฎีการศึกษาเชิงประสบการณ์ / ปรัชญามนุษยนิยมเชิงสารัตถะวิพากษ์ / กระบวนคิดเชิงระบบพหุปัจจัยสัมพันธ์ในงานนิพนธ์พุทธธรรม สมเด็จพระพุทธโฆษาจารยฺ (ป.ปยุตโต) / เกิดมาทำไม โดย พุทธทาสภิกขุ / มหรสพทางจิตวิญญาณ พุธทาสภิกขุ และเขมานันทะ / การภาวนาในกิจกรรมชีวิตและอริยาบทการเคลื่อนไหว / การอ่านคิดเขียนและวิพากษ์ทบทวน ปรึกษาตรวจสอบงานเชิงทฤษฎี หนังสือ ตำรา ดูงานศิลปะ อ่านงานวรรณกรรม สนทนาและเห็นโลกเห็นชีวิตจากพหุลักษณ์ผู้คน / Consultation Textbook Reading and Broaden Reading Base On Direct Wisdom Observation and Practice Consulting



An artistic [and romantic] summary of Thailand. One can muse for hours! Arts!
ขอบพระคุณยิ่งเลยทีเดียวครับ เป็นการแลกเปลี่ยนและให้ทรรศนะสะท้อนคิดที่พุ่งสู่ตรงประเด็นสำคัญของการวิจัยชุดนี้และการสร้างงานศิลปะ สื่อสาร และสร้างงานเขียนต่างๆในชุดนี้เลยครับ เป็นงานที่มุ่งทบทวน ศึกษา แสดงให้ปรากฏ สามารถประจักษ์แจ้ง เห็นกระจ่าง ยืนยันภาวะการมีความงอกงามและสะท้อนยึดโยงกับระบบภูมิปัญญาภายนอกของบุคคล แม้นเล็กน้อยเพียงอณูและจุลภาคของพหุลักษณ์สังคม อันกอปรไปด้วยหมู่ชนหลายพันล้านคน และวิวัฒนาการสั่งสมมานับแสนนับล้านปีแล้ว ก็บ่งบอกถึงตำแหน่งแห่งหน กาลเทศะของการจรรโลงไว้ได้ซึ่งธรรมชาติความจริงแท้ กับพื้นฐานของระบบทั้งมวล ที่มีองค์ประกอบชีวิต สัญญาณชีพ อารมณ์ ความรู้สึก ชีวิตจิตใจ ภาวะแห่งตนของมนุษย์
ศิลปะสุนทรียปัญญา ในฐานะมณฑลเชื่อมต่อ ผสานยึดโยงประสบการณ์เชิงประจักษ์ภายนอก เปิดสู่พหุลักษณ์ข้อมูลจากระบบภูมิปัญญาและโสตสดับภายนอก กับการสร้างห้วงความสนใจใคร่ครวญ สร้างมณฑลการสถิตแห่งกระบวนการสติปัญญา ความแยบคาย ความศานติ สุขสงบ ยืนขึ้น ณ ระเบียงทรรศน์ เหนือสระอโนดาต ขอบฟ้าห้วงมหรรณพความอุดมสมบูรณ์แห่งความงอกงามของชีวิต นับเป็นชั่วโมง หรือสถิตนิ่ง ก่อเกิดวงจรหยั่งประมาณเข้าไปในภูมิวิวัฒน์ความงอกงามแห่งชีวิต ก่อนก่อเกิดผลสืบเนื่องเชิงสะท้อนพลวัตความงอกงามสรุปรวม บนความต่างเป็นตัวของตัวเอง ยืนยันความเป็นจริง ให้องค์ประกอบการได้ทบทวน วิพากษ์กระบวนการย้อนกระแสธารพหุปัจจัย เห็นองค์ประกอบระบบเสริมพหุปัญญากันของ ‘ศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์’ ของสังคม ปฏิรูปมณฑลการจัดการปัจจัยทางสังคมวัฒนธรรม กิจกรรมชีวิตเศรษฐกิจสังคม กิจกรรมการผลิตและอยู่อาศัยบนผืนดินถิ่นฐาน การศึกษา การเรียนรู้มวลชน สื่อ ศิลปสุนทรียปัญญา ซึ่งเป็นฐานรากการวิวัฒน์ต่างๆในทุกระบบของสังคม และเป็นฐานรากการยกระดับอย่างใหม่ของการผลิต บริโภค ลดการคุกคามเบียดเบียนทรัพยากรทางวัตถุ ขึ้นสู่มณฑลแห่งคุณค่าและความหมายการผลิต บริโภค นิเวศบริการ ที่ดียิ่งๆขึ้นได้
จะให้ยิ่งให้ได้คำตอบ และเกิดแนวปฏิบัติ สามารถทำให้หลายอย่างจากฐานรากของสังคม Local Content ในพหุลักษณ์ข้อมูล สะท้อนสู่การเสริมพลังการพลวัตตนเองใหม่ในระบบต่างๆของสังคม ซึ่งเงื่อนไขแวดล้อมใหม่กำลังห้อมล้อมให้เกิดความล้า อ่อนกำลัง ล้าสมัย หลายอย่างจะไม่ทัดเทียมความจำเป็นใหม่และต้องการผุดก่อเกิดพหุปัญญาในมิติใหม่ๆที่ในอดีตก็ใม่เคยมีมาก่อน ต้องเสริมผสานกันของพหุมิติ พหุภาคส่วนวิทยาการ ประเด็นคิดและวาระร่วมกันหลายอย่างที่ระบบข้อมูลและระบบเหตุผลภายนอก การต่างเห็น ต่างเกี่ยวข้องยึดโยงด้วยแบบชีวิตต่างกัน ไม่เพียงพอต่อจินตภาพร่วมกันของสังคม แต่รู้สึกได้ เห็นลำดับสำคัญ เห็นความหมาย เห็นด้วยใจเขาใจเราได้ของมนุษย์ จะสามารถเกิดวงจรประมวลผลและสร้างกระบวนการทางปัญญาชุดใหม่ ส่องสะท้อนออกมาสู่การสร้างสรรค์และสู่การจัดปฏิสัมพันธ์กันของระบบต่างๆ ได้ดีกว่าเดิม
การเห็นงานศิลปะ แล้วได้เพียง ‘สวยงามดี’ ‘มีความสุข สบายตาสบายใจ’ ซึ่งเป็นวัฒนธรรมมวลชนของทุกสังคมทั่วโลก กับศิลปะและสิ่งแสดงปรากฏการณ์เชิงประจักษ์ พาผู้สดับชมขึ้นไปสถิตนิ่งบนระเบียงทรรศน์แห่งจินตภาพ เชิงผากว้างทอดยาวสุดขอบฟ้า ที่ประกอบสร้างขึ้นด้วยนั่งร้านศิลปวิทยวัฒนธรรมวิวัฒน์ และระบบห้องปฏิบัติการทางจิตวิญญาณ ใช้สายตาภายในจากภูมิชีวิตทั้งมวลที่สะท้อนหลอมรวมอยู่ในตนเองของมนุษย์ สำรวจ กำซาบ อยู่เป็นชั่วโมงและลึกซึ้งแยบคายมากกว่าการเดินชมผ่านตา ผ่านไป หากเป็นหมอสุนทรียปัญญากรสังคม ก็สามารถสรุปกระบวนการและวิธีวิทยาเชิงสังคมวัฒนธรรมนี้ได้หลายอย่างครับ
งานชุดนี้จะใช้แสดงการพัฒนาการอ่านปรากฏการณ์และให้พหุลักษณ์ข้อมูลใหม่ในอีกหลายมิติ ที่จะเป็นฐานการระบุ จำแนก สร้างองค์ความรู้ เสริมพลัง ส่องสะท้อนและแสดงให้เป็นที่ปรากฏประจักษ์แจ้งได้ต่อบทบาทใหม่ๆและกลุ่มนัยสำคัญต่อพลวัตใหม่ๆของสังคม โดยเน้นพัฒนาการและวงจรการวิวัฒน์จากฐานรากของสังคมบนพหุปัจจัยที่สะท้อนยึดโยงกับปัจจัยพื้นฐานของชีวิต เป็นอิสระได้สูงจากปัญหาการขึ้นต่อปัจจัยภายนอกและปัญหาอันเป็นธรรมชาติของโครงสร้างกระจุกตัวแบบปิรามิดในทุกสิ่ง ใช้ฐานประสบการณ์ของสังคมไทย ทุนทางสังคมในสังคมไทยที่มีต้นทุนการเป็นที่ยอมรับอยู่แล้วของสังคมโลก เป็นผู้นำการแบ่งปันได้ของโลกและเป็นฐานการวิวัฒน์ตนเองอย่างดีที่สุด มาเป็นฐานการสร้างสรรค์งานและสร้างวงจร Case Conference การเรียนรู้มวลชน
งานชุดนี้ สร้างวงจรทำงาน จัดแสดง เผยแพร่สื่อสารต่อเนื่อง คู่ขนานมากับการทำงานหลายอย่างครับ และในปี 2565-2568 ได้จัดแสดงเชิงปฏิบัติการบนมณฑลชีวิตสังคมในขอบเขตต่างๆ แล้วกห็จะจัดแสดง ประชุม
ประชุมวิชาการของชุมชนสุนทรียปัญญากร WAC Artist ที่ช่วยกันเรียนรู้กันและกัน คัดสรร ปฏิบัติการฝึกปรือการคิดด้วยกระบวนการปัญญาปฏิบัติ แล้วก็สรุปปิดท้ายเป็นเบื้องต้นเท่าที่จะทำได้ครับ
ขออภัยยิ่งที่เขียนเสียยาว เพื่อแสดงความรู้สึกขอบคุณมากยิ่งครับ