มักกฏชาดก


ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้มิใช่หลอกลวงในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อน ก็เกิดเป็นลิงได้หลอกลวง เพราะเรื่องไฟ

มักกฏชาดก

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๗ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๑๙ [ฉบับมหาจุฬาฯ]

ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

๓. มักกฏชาดก (จากพระไตรปิฎก ลำดับเรื่องที่ ๑๗๓)

ว่าด้วยลิงปลอมเป็นดาบส

             (ดาบสกุมารเห็นลิงปลอมเป็นดาบสแก่หนาวสั่นอยู่ไม่รู้ว่าเป็นลิง คิดจะให้เข้าไปผิงไฟในบรรณศาลา จึงพูดกับบิดาว่า)

             [๔๕] ข้าแต่พ่อ พระดาบสรูปนั้นยืนพิงต้นตาลอยู่ อาศรมของเรานี้ก็มีอยู่ เราให้อาศรมเพื่อให้เขาอยู่เถิด

             (ดาบสบิดาโพธิสัตว์ฟังคำของลูกแล้ว จึงกล่าวว่า)

             [๔๖] ลูกเอ๋ย เจ้าอย่าเรียกมันมาเลย มันเข้ามาแล้วพึงทำลายอาศรมของเรา หน้าตาของพราหมณ์ผู้มีศีลไม่ได้เป็นเช่นนั้นหรอก

มักกฏชาดกที่ ๓ จบ

------------------------

คำอธิบายเพิ่มเติมนำมาจากบางส่วนของอรรถกถา 

มักกฏชาดก

ว่าด้วย ลิง

               พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุหลอกลวงรูปหนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้ ดังนี้.
               เรื่องราวจักมีแจ้งใน อุททาลกชาดก ในปกิณณกนิบาต.
               ก็ครั้งนั้น พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ภิกษุนี้มิใช่หลอกลวงในบัดนี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อน ก็เกิดเป็นลิงได้หลอกลวง เพราะเรื่องไฟ แล้วตรัสนำเรื่องอดีตมาเล่า.
               ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพราหมณ์ หมู่บ้านกาสี ครั้นเจริญวัย เรียนศิลปศาสตร์ในเมืองตักกสิลา ดำรงตนเป็นฆราวาส. ครั้นต่อมา พราหมณีภรรยาของพราหมณ์นั้นคลอดบุตรคนหนึ่ง เมื่อบุตรวิ่งเที่ยวไปมาได้ พราหมณีก็ถึงแก่กรรม. พระโพธิสัตว์กระทำฌาปนกิจนางแล้วคิดว่า เราจะอยู่ครองเรือนไปทำไม จึงละพรรคพวกญาติมิตรซึ่งพากันร่ำไห้ พาบุตรเข้าไปยังป่าหิมพานต์ บวชเป็นฤๅษี มีรากไม้และผลไม้ในป่าเป็นอาหาร พำนักอยู่ ณ ที่นั้น.
               วันหนึ่ง เมื่อฝนตกในฤดูฝน พระโพธิสัตว์ก่อไฟผิง นอนอยู่บนเครื่องลาดกระดาน แม้บุตรของท่านซึ่งเป็นดาบสกุมาร ก็นั่งนวดเท้าของบิดา มีลิงป่าตัวหนึ่งถูกความหนาวเบียดเบียน เห็นไฟที่บรรณศาลาของพระโพธิสัตว์ จึงคิดว่า หากเราจักเข้าไปในบรรณศาลานี้ เขาจักร้องว่า ลิง ลิง แล้วโบยนำเราออกไป เราก็จักไม่ได้ผิงไฟ เอาละบัดนี้เรามีอุบายอย่างหนึ่ง เราจะปลอมเป็นดาบสทำการลวงเข้าไป จึงนุ่งผ้าเปลือกไม้ของดาบสที่ตายแล้วคนหนึ่ง ถือกระเช้าขอและไม้เท้า อาศัยตาลต้นหนึ่งที่ประตูบรรณศาลา ยืนสั่นอยู่.
               ดาบสกุมารเห็นมันก็ไม่รู้ว่าเป็นลิง จึงบอกแก่ดาบสว่า มีดาบสแก่รูปหนึ่งถูกความหนาวเบียดเบียน คงจะมาขอผิงไฟ แล้วคิดว่า ควรจะให้เข้าไปผิงยังบรรณศาลาหลังหนึ่ง เมื่อจะพูดกะบิดา จึงกล่าวคาถาแรกว่า :-
               พ่อจ๋า มาณพนั้นมายืนพิงต้นตาลอยู่ อนึ่ง เรือนของเรานี้ก็มีอยู่ ถ้ากระไร เราจะให้เรือนแก่มาณพนั้น.
               พระโพธิสัตว์ได้ยินคำของบุตร จึงลุกขึ้นไปยืนดูที่ประตูบรรณศาลา รู้ว่าสัตว์นั้นเป็นลิง จึงบอกลูกว่า ลูกเอ๋ย ธรรมดามนุษย์หน้าไม่เป็นอย่างนี้ดอก ลูกไม่ควรเรียกลิงเข้ามาในที่นี้ แล้วกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :-
               ลูกเอ๋ย เจ้าอย่าเรียกมันมาเลย มันเข้ามาแล้วจะทำลายเรือนของเรา หน้าของพราหมณ์ผู้มีศีลบริสุทธิ์ไม่เป็นอย่างนี้ดอก.
               พระโพธิสัตว์ ครั้นบอกว่านั่นลิงดังนี้แล้ว จึงคว้าคบไฟได้ดุ้นหนึ่ง ตวาดว่า เจ้าจะอยู่ที่นี่ทำไมแล้วขว้างให้มันหนีไป ลิงก็ทิ้งผ้าเปลือกไม้ วิ่งขึ้นต้นไม้เข้าป่าไป.
               พระโพธิสัตว์เจริญพรหมวิหาร ๔ ได้มีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า.
               พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดก.
               ลิงในครั้งนั้น ได้เป็น ภิกษุหลอกลวงในครั้งนี้
               ดาบสกุมารได้เป็น ราหุล
               ส่วนดาบส คือ เราตถาคต นี้แล.

------------------------------

 

คำสำคัญ (Tags): #พระดาบส
หมายเลขบันทึก: 717777เขียนเมื่อ 31 มีนาคม 2024 04:40 น. ()แก้ไขเมื่อ 31 มีนาคม 2024 04:40 น. ()สัญญาอนุญาต: ไม่สงวนสิทธิ์ใดๆจำนวนที่อ่านจำนวนที่อ่าน:


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี
ClassStart Books
โครงการหนังสือจากคลาสสตาร์ท