บันทึกนี้เป็นส่วนหนึ่งของรายวิชา PTOT 366 อุปกรณ์ช่วยและเทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับนักกิจกรรมบำบัด

     ในวันนี้ดิฉัน ณัฐชยา ศรีอุดมมงคล นักศึกษากิจกรรมบำบัดปี 3 จะมาเล่าสรุปความรู้จากการไปศึกษาดูงานที่ สถาบันสิรินธร เพื่อการฟื้นฟูสมรรถภาพทางการแพทย์แห่งชาติ โดยได้มีอาจารย์อภิญชาพชัญ์ เป็นผู้ให้ความรู้กับพวกเราในวันนี้

      โดยวัตถุประสงค์หลักของการไปศึกษาดูงานในครั้งนี้คือเพื่อไปศึกษาเรื่อง High Technology AT ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

 

โดยในวันนี้เป็นการไปดูงานที่สถาบันสิรินธรครั้งที่ 2 ซึ่งครั้งนี้ได้ไปที่ตึกฟื้นฟูโดยตรง ภายในตึกที่ไปมี station สำหรับการฝึกทำกิจกรรมในบ้านอย่างครบครัน ทั้งทางลาด บันได ห้องน้ำ เตียงนอน ห้องครัว ห้องนั่งเล่น ซึ่งครอบคลุมทุกกิจกรรมที่สามารถทำภายในบ้าน นอกจากนี้ยังมี Wheelchair อีกหลากหลายรูปแบบให้เราได้ดู ได้ลองนั่งกัน

 

ในวันนี้ตอนเช้าจะเป็นช่วงที่นักศึกษากิจกรรมบำยัดชั้นปีที่ 3 ได้นำอุปกรณ์ช่วยที่แต่ละกลุ่มได้ระดมความคิดและทำออกมาเป็นชิ้นงานที่สามาาถทำได้จริง ซึ่งทุกกลุ่มทำออกมาได้อย่างดีมาก สามารถใช้งานได้จริง หลังจากจบการนำเสนอก็ได้อาจารย์ทั้ง 3 ท่าน ช่วยแนะนำเพื่อให้ชิ้นงานของเรามีความ UD มากขึ้น และเพื่อให้งานมีความสมบูรณ์และเหมาะสมกับผู้รับบริการมากขึ้น

 

กลุ่มของดิฉันได้ทำ Communication book สำหรับเด็กอายุ 4-9 ปีซึ่งได้คำแนะนำเพิ่มเติมคือ

-ให้คำนึงถึงวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้เนื่องจากเด็กจะมีความไม่ระมัดระวังมากกว่าเรา

-การนำไปใช้ต้องดูเป็นรายเคสเนื่องจากบางคนมีความ sensitive กับเสียงของตีนตุ๊กแก

-คำศัพท์บางคำอาจจะยังยากไปสำหรับเด็กบางกลุ่ม

ในส่วนของช่วงบ่ายจะเป็นช่วงที่อาจารย์อภิญชาพชัญ์ ได้ให้ความรู้เกี่ยวกับ AT แค่ละประเภทดังนี้

AT สามารถแบ่งตาม Function domain ได้ 6 ด้านหลัก

  1. Communication
  2. Cognitive
  3. Hearing
  4. Mobility
  5. Self care
  6. Visual

AT บางตัวก็อาจจะเป็นสิ่งที่เราใช้อยู่แล้วในชีวิตประจำวันเช่น ที่ตั้งหนังสือ ทำให้รู้สึกว่า AT นั้นอยู่ใกล้ตัวเรามากและเราอาจจะใช้บ่อยจนเคยชินด้วยซ้ำ


ต่อมาได้เรียนเกี่ยวกับ Wheelchairs หลากหลายประเภท ประเภทของผู้รับบริการที่เหมาะสมกับแต่ละประเภท สถานที่ที่ควรใช้

เช่น

  1. Motor wheelchair : เหมาะกับคนที่ไม่ค่อยมีแรง มีโรคประจำตัว มีปัญหา Vision , Muscle, Cognitive (ในส่วนของ Reception, Judgement, Necglect, awareness) และ Environment เหมาะกับเคสที่เป็น CP, Stroke, Paraplegia, Tetraplegia
  2. Standing wheelchair : เหมาะกับคนที่ต้องการทำกิจกรรมในท่ายืน เป็นเคสที่มีภาวะกระดูกพรุน,Tetraplegia โดยมีเงื่อนไขคือน้ำหนักและส่วนสูงจะต้องอยู่ใน Range ของส่วนโค้ง หากมีพยาธิสภาพที่ข้อเท้าไม่แนะนำ
  3. One arm drive : เป็นแบบที่ล้อข้างนึงจะมีการหมุน 2 วง วงในหมุนของฝั่งนั้น วงนอกจะหมุนของอีกฝั่ง เหมาะสำหรับผู้รับบริการที่มีอาการอ่อนแรง 1 ข้าง
  4. Tilt in space : เป็น Wheelchair ที่สามารถปรับนอนได้ จัดท่าให้อยู่ในทneutral position และ inhibit muscle tone เหมาะกับเคสที่ไม่สามารถทรงท่าได้, Low muscle tone, ผู้มีปัญหาข้อสะโพก

นอกจาก Wheelchair แล้วยังได้เห็นการสาธิตการใช้ Hoist ที่ช่วยเคลื่อนย้ายผู้รับบริการที่มีพยาธิสภาพเป็น Quadriplegia อีกด้วย

ในท้ายที่สุดนี้อยากขอบคุณอาจารย์อภิญชาพชัญ์ ที่ได้ให้ความรู้ คำแนะนำที่พวกเรานักศึกษาจะสามารถนำไปพัฒนาตนเองเพื่อเป็นนักกิจกรรมบำบัดที่ดีในอนาคตได้

เขียนโดย 6423019 ณัฐชยา ศรีอุดมมงคล เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2567