วันที่ ๒๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ ผมร่วมทีม HITAP ไปแสดงความยินดีต่อ ผอ. ท่านใหม่ของ สวรส. คือ นพ. ศุภกิจ ศิริลักษณ์   และเสนอความร่วมมือระหว่างสองหน่วยงาน    

ในฐานะประธานมูลนิธิ HITAP ผมได้รับมอบหมายให้กล่าวนำ ๕ นาที    ผมเตรียมไปกล่าว ๓ ประเด็น คือ (๑) แสดงความยินดีต่อ สวรส. และ ประเทศไทย ที่ได้ นพ. ศุภกิจ ศิริลักษณ์  มาเป็น ผอ. สวรส.  เพราะเชื่อว่าท่านจะสร้างความก้าวหน้าเชิงระบบงานขององค์กร  ที่เป็นรากฐานระยะยาว    ไม่เพียงทำงานเพื่อ quick win    (๒) การมาพบครั้งนี้ไม่ได้มีเป้าหมายมาระดมทุน เพราะ HITAP ไม่ขาดแคลนเงินหรือโครงการ   แต่อยากมาหารือความร่วมมือความร่วมมือกันทำงานเพื่อประโยชน์ระยะยาวขอระบบสุขภาพไทย   และ (๓) หากมีความร่วมมือ จะให้ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียเข้ามาร่วมตั้งโจทย์   และจะมีมุมมองเรื่องผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่กว้างขวางขึ้นอย่างไร    เช่นแหล่งทุนอื่น (วช., สวรส. เป็นต้น)   

เอาเข้าจริง ความฉุกละหุกทำให้เราเข้าเรื่องเลย โดย ดร. มิ้งค์ กับ นพ. ยศ สองผู้นำของ HITAP เล่าเรื่องงาน ที่ HITAP ร่วมกับ สวรส.    ทำให้ผมใจหายวาบ เพราะประเด็นที่ ๒ ที่ผมเตรียมมาไม่ตรงกับความเป็นจริง   ทำให้ผมบอกตัวเองว่า เทวดามาช่วยอีกแล้ว   

ก่อนจาก ทีม HITAP โยนมาที่ผม ให้ผมกล่าวแสดงความยินดีและกล่าวขอบคุณ   ผมจึงได้โอกาสเสนอประเด็นที่ ๓ ว่า   น่าจะพิจารณาร่วมมือกันจัดวงหารือเรื่องโจทย์วิจัยระบบสุขภาพสำคัญของประเทศ    โดยเชิญทั้งฝ่ายนักวิจัยและสถาบันวิจัย (เช่น เวลานี้หน่วย HTA  ในประเทศมีหลายแห่ง ที่มหาวิทยาลัยมหิดลมีถึง ๒ แห่ง คือที่คณะเภสัช กับที่ศิราช เป็นต้น)      ฝ่ายหน่วยให้ทุนวิจัย (สวรส., สวช., สนช., TCELS)   และฝ่ายผู้ต้องการใช้ผลการวิจัย (สปสช., สพฉ., สช., สสส. เป็นต้น)   เพื่อขับเคลื่อนให้มีการวิจัยในโจทย์ที่จะส่งผลกระทบระยาว    ช่วยให้การลงทุนวิจัยของประเทศไม่หลงอยู่กับโจทย์ระยะสั้นเท่านั้น                     

วิจารณ์ พานิช

๒๕ พ.ย. ๖๖