สกสว. ริเริ่ม “โครงการจัดการความรู้และขับเคลื่อนระบบการศึกษาและการเรียนรู้”    โดยมอบให้ รศ. ดร. อนุชาติ พวงสำลี เป็นหัวหน้าทีมดำเนินการ   มีเป้าหมายหลัก ๓ ประการคือ  (๑) วิเคราะห์เชิงระบบ  (๒) ค้นหาและเชื่อมโยงเครือข่ายขับเคลื่อนการศึกษา (๓) สังเคราะห์องค์ความรู้และข้อเสนอ    ดำเนินการระหว่างเดือนกรกฎาคม ๒๕๖๕ ถึงเดือนกันยายน ๒๕๖๖     ผมชอบภาพแสดงหลักการจัดการความรู้ที่ยึดความแตกต่างหลากหลายของผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง    ดังไดอะแกรม 

แต่ก็แปลกใจที่เขาตกหล่นโครงการ TSQP ไป   เพราะผมคิดว่าโครงการนี้ได้สร้างการเปลี่ยนแปลงแก่ครู โรงเรียน และพื้นที่การศึกษาจำนวนหนึ่ง อย่างมีนัยยะสำคัญ   

ผมแปลกใจมากที่ สกสว. กำหนด TOR ลงไปถึงยุทธศาสตร์ในการทำงานของโครงการ ซึ่งมี ๓ ยุทธศาสตร์คือ (๑) การจัดการความรู้และระบบการเรียนรู้  (๒) ขับเคลื่อนเครือข่ายการเรียนรู้ระดับพื้นที่ (๓) การสื่อสารสาธารณะ     ซึ่งก็สอดคล้องกับเป้าหมายที่กำหนด    แต่ผมมองว่าเป็น TOR ที่ลงรายละเอียดเกินไป    โดยที่ TOR ชุดนี้ สกสว. ส่งให้ผมเมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๖๖    ผมถูกกำหนดให้เป็นประธานคณะกรรมการกำกับทิศของโครงการ    แต่ผมจำไม่ได้ว่า มีการประชุมคณะกรรมการชุดนี้อย่างเป็นทางการหรือไม่    ผมเตือนสติตนเองว่า ผมอาจมีสมองเลอะเลือนเกินไปที่จะรับหน้าที่แบบนี้แล้ว     

รายงานผลการดำเนินการฉบับสมบูรณ์ของระยะที่ ๑   มีจุดเด่นมากที่บทที่ ๕ และ ๖   ที่สังเคราะห์ภาพรวมของระบบการศึกษาไทย    และแนวทางดำเนินการจากมุมของระบบ ววน. ได้อย่างชัดเจน มีพลัง    โดยต้องยอมรับว่า การทำความเข้าใจระบบที่เป็น wicked problem เช่นนี้    ไม่มีทางเข้าใจอย่างครบถ้วนหมดจดได้    ดังที่ผมนึกในใจว่า ยังไม่แตะ “ปัญหาใต้พรม” 

แต่ประเด็นที่สำคัญกว่า คือจะนำรายงานนี้ไปสร้างผลกระทบอย่างไร    ซึ่งผมมีความเห็นว่าขึ้นกับ สกสว.    ที่ในฐานะกรรมการกรรมการกำกับทิศ (ที่ไม่ได้กำกับ แต่ร่วมเรียนรู้อยู่ห่างๆ)  ผมมีข้อเสนอให้ สกสว. จัดเวทีขับเคลื่อน ววน. เพื่อเข้าร่วมพยุงคุณภาพระบบการศึกษาไทยด้วยการเปลี่ยนขาด (transformation)    ผ่านการวิจัยปฏิบัติการ   เน้นหนุนให้ผู้ปฏิบัติเป็นผู้ร่วมกระทำการ (agency) ในหลากหลายบทบาทและรูปแบบ   หนุนให้หน่วยต้นสังกัดฝึกเปลี่ยนบทบาทไปทำหน้าที่ “คุณอำนวย” (เปลี่ยนจาก “คุณอำนาจ”)    รวมทั้งเชื้อเชิญให้คนในระบบ ววน. เข้าร่วมให้มุมมองจากมุมของระบบ ววน.    

ผมชอบที่รายงานผลการดำเนินการฉบับสมบูรณ์ ของโครงการระยะที่ ๑   บอกว่า จะเน้นหาจุดคานงัดเพื่อการเปลี่ยนแปลง    แต่เมื่อระบุส่งผลงานเว็บไซต์  https://www.satedu.tsri.or.th   เมื่อเข้าไปดูพบว่ายังอยู่ระหว่างจัดทำ ยังไม่สมบูรณ์   และเมื่ออ่านสาระในรายงานเทียบกับ TOR แล้ว    ก็สงสัยว่า ใครลอกใครกันแน่   

เมื่ออ่านรายงานผลส่วนของการจัดการความรู้ส่วนวิเคราะห์เชิงระบบ ๓ ด้าน   และวิเคราะห์ประเด็น ๗ ประเด็นแล้ว    ผมก็รู้สึกว่า ผู้รับทำงานทั้ง ๑๐ เรื่อง ใช้ข้อมูลจากการประชุม Education Journey Forum ที่ทีมงานจัดเป็นระยะๆ รวม ๘ ครั้ง น้อยไป   คล้ายๆ ต่างคนต่างทำงานตาม TOR ของงานที่รับมา   ขาดการบูรณาการข้อมูลและการรับรู้แนวคิดซึ่งกันและกัน    ไม่ทราบว่าข้อสังเกตนี้ตรงความเป็นจริง หรือเป็นมุมมองของชายชราสายตาฟั่นเฟือน    รวมทั้งยังไม่ได้อ่านรายงานฉบับสมบูรณ์ของงานสังเคราะห์ทั้ง ๑๐ โครงการย่อยนั้น   

ระบบข้อมูลเครือข่ายขับเคลื่อนระบบการศึกษา  ที่พบ ๓๔ โครงการ/หน่วยงาน    น่าสนใจมาก    แต่เมื่อเข้าไปดูรายละเอียดที่ เว็บไซต์  https://www.satedu.tsri.or.th  พบว่า ยังทำไม่เสร็จสมบูรณ์    และเมื่อไปอ่านจากภาคผนวก ที่ลิ้งค์เข้าไปยังบทสัมภาษณ์ดิบๆ มีคำเอ้อๆ อ้าๆ เต็มไปหมด    ที่ผมคิดว่าไม่น่าจะรายงานดิบๆ แบบนี้ 

 ยุทธศาสตร์ที่ ๓ การสื่อสารสาธารณะ  ผมตีความจุดเน้นต่างจากงานที่ทีมงานโครงการฯ ดำเนินการและรายงาน    ผมตีความว่าต้องเน้นสื่อสารต่อวงการ ววน.  เพื่อส่งผลต่อการตั้งโจทย์วิจัยเพื่อ transform ระบบการศึกษา    ซึ่งก็จะมีคำถามว่า งานเพื่อเป้าหมายนี้ควรเป็นของ สกสว. หรือของทีมโครงการฯ  

รายงานบทที่ ๔ การสื่อสารสาธารณะ มีจุดเด่นคือ มีการนำกิจกรรม Education Journey Forum ออกสื่อต่อสาธารณชน และชมย้อนหลังได้ทาง YouTube รวม ๖ ครั้ง   และบางครั้ง มีการสรุปลงเว็บไซต์ The Active   และได้มอบให้บริษัทธุรกิจ (นิตยสารสารคดี) ดำเนินการสื่อสารในประเด็นที่น่าสนใจมาก   แต่ยังไม่เห็นผลงาน    

ข้อติติงข้างต้นของผมอาจไร้น้ำหนักโดยสิ้นเชิงต่อกลยุทธการทำงานที่ซับซ้อนยิ่งชุดนี้ก็ได้    เมื่อมองจากผลงานในรายงานฉบับสมบูรณ์บทที่ ๕ และ ๖   ที่มีการบูรณาการผลงาน ๑๐ ชิ้น ที่มอบหมายให้นักวิชาการรวบรวมและสังเคราะห์ความรู้แต่ละด้าน   ไว้อย่างดีแล้ว   

แต่ผมยังยืนยันข้อเสนอเรื่องการจัดกระบวนการสร้างผลกระทบจากผลงานชุดนี้     

วิจารณ์ พานิช 

๒๗ ก.ค. ๖๖