วันที่ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๖ กสศ. จัดการประชุมปรึกษาหารือโครงการความร่วมมือกับ CCE ในการร่วมกันพัฒนาระบบการประเมินผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน ที่โรงเรียนดำเนินการเอง     โดยทาง CCE เสนอให้ใช้ Platform for Innovative Learning Assessment – PILAที่พัฒนาโดยโครงการ PISA ของ OECD ที่เปิดให้หน่วยงานที่ไม่ใช่ธุรกิจใช้ฟรี     

ความก้าวหน้าสำคัญคือเครื่องมือนี้ใช้ทดสอบทางดิจิทัล ไม่ใช้กระดาษ    แถมยังมีระบบ AI ช่วยประมวลข้อมูลด้วย    ช่วยให้สะดวกต่อครูมาก   แต่เราต้องเอามาพัฒนาใช้ตามบริบทของเราเอง    พูดง่ายๆ ว่า น่าจะใช้เวลาราวๆ ๓ ปีดำเนินการโครงการนี้ในประเทศไทย   โดยให้โรงเรียนนำร่องดำเนินการแบบมีพี่เลี้ยงคอยเป็นเพื่อนร่วมเรียนรู้และพัฒนา    ของเดิมเขาเป็น PILA เพราะดำเนินการโดย PISA   ของไทยเราน่าจะเป็น TILA – Thailand Innovative Learning Assessment   หรือจะใช้ชื่อ “ไอ้หล้า” - EILA – EEF Innovative Learning Assessment ก็ย่อมได้    

ผมจินตนาการว่า เราหนุนให้แต่ละกลุ่มโรงเรียนที่สมัครเข้าร่วม ร่วมกันพัฒนาระบบ “ไอ้หล้า”   ให้มีสัก ๑๐ กลุ่ม กระจายอยู่ทั่วประเทศ   มีสมาชิกกลุ่มละ ๑๐ - ๒๐ โรงเรียน    แล้วมีกลไกนำผลมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันปีละ ๒ ครั้ง    ในที่สุดในปลายปีที่ ๓ ก็น่าจะได้ โมเดล “ไทหล้า” ให้แต่ละโรงเรียนปรับใช้   

อ่านจากเอกสารข้อเสนอของ CCE แล้ว    ผมเข้าใจว่า PILA จะช่วยส่งแรงหนุนทางอ้อมให้เกิดการจัดการเรียนรู้เชิงรุกไปในตัว    และจะมีการเพิ่มสมรรถนะอีกบางตัวที่เรายังไม่ค่อยได้พูดถึงกัน เช่น computational thinking    และเราสามารถเพิ่มสมรรถนะที่เราต้องการเน้น    กล่าวคือ “ไทหล้า” จะช่วยการบูรณาการการเรียนรู้กับการประเมินเข้าด้วยกัน    โดยที่การประเมินเป็นทั้ง AfL, AaL และ AoL  คือเป็นทั้ง formative และ summative 

เขาบอกว่า PILA platform  เป็น co-creative space ของครู   ที่ผมเตรียมหาข้อมูลจากการประชุมว่า เราจัดห้องทำงานสร้างสรรค์ร่วมของ “ไทหล้า” ได้ไหม    และซอยห้องย่อยเป็น “ไทหล้า ๑”  “ไทหล้า ๒” ... ได้ไหม   โดยที่เราใช้ภาษาไทยในการ “โส” กัน   

เนื่องจาก PILA เน้นประเมินนักเรียนอายุ ๑๕ ปี ซึ่งเรียนระดับมัธยม   เราจึงควรหารือกันจัด  “ไทหล้ามัธยม” ขึ้นสัก ๒ - ๓ เครือข่าย จะดีไหม             

ผมเตรียมไปเสนอว่า ทีมไทยต้องนัดหารือกัน ว่าจะคิดโครงการอย่างไร   เราคงไม่มอบให้ CCE คิดให้    หลักการสำคัญคือ ต้องให้โรงเรียนคิดเอง ลองเอง โดยมีคู่คิด   และร่วมกันคิด ร่วมกันลองเป็นเครือข่ายโรงเรียน    ทำงานระยะยาว ๓ ปี    ทำไปเรียนรู้ไป   

ข้างบนนั้น เขียนก่อนการประชุม   

ในการประชุม ทีม CCE เสนอสั้นมาก    ทีมไทยตั้งคำถามมาก    ที่สะท้อนทั้งข้อจำกัดในระบบ  และในด้านกระบวนทัศน์    ซึ่งก็ช่วยให้ข้อมูลแก่ทีม CCE และทีม กสศ. ในการคิดโครงการต่อไป   ผมเพิ่งเข้าใจว่า การประชุมนี้มีเป้าเพื่อให้ผู้ทางคุณวุฒิที่มาร่วมประชุมได้ให้ความเห็นชอบให้เดินต่อ   คือเขียนโครงการที่ชัดเจนเอามาพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง   

สำหรับผม นี่คือโครงการที่ผมรอคอยสำหรับเป็นเครื่องมืออีกชิ้นหนึ่งของ TSQM (ตอนนี้อยากให้เรียก TSQN - Network มากกว่า)   ที่มีการพัฒนาเครื่องมือประเมินให้ครูใช้หมุนวงจรเรียนรู้จากการปฏิบัติงานของตน    และใช้ข้อเรียนรู้เป็น feed forward พัฒนาวิธีทำหน้าที่ครูอย่างต่อเนื่อง 

ชื่อเป็นเรื่องการประเมินนักเรียน  แต่เป้าหมายที่อยู่เบื้องหลังคือการเรียนรู้ของครู    และการเป็นผู้ก่อการ (agency) ของครู    ที่ในวันนี้ไม่มีการเอ่ยถึง    ผมบอกตัวเองให้ประหยัดคำที่สุด  ฟังให้มากที่สุด    สำหรับทำความเข้าใจบริบทของโครงการ    เตรียมไว้หนุนโครงการ (อยู่ห่างๆ) ต่อไป 

หนุนเครือข่ายครูและโรงเรียนพัฒนาตนเอง – TSQN    ด้วยเครื่องมือประเมินผลงานของตนเอง    ที่เป็นเครื่องมือหนุนการเรียนรู้จากการทำงาน และหนุนวิธีจัดกระบวนการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน   โดยครูและโรงเรียนแกนนำที่สมัครเข้าร่วม เป็นผู้ร่วมกันพัฒนา   

วิจารณ์ พานิช 

๒๑ ก.ค. ๖๖  ปรับปรุง ๒ ก.ย. ๖๖