ข้อสะท้อนคิดการเรียนรู้เชิงรุก โดย ศ. ดร. นพ. สุรศักดิ์ บูรณตรีเวทย์ ตอนที่ ๒  เรียนรู้จากชุมชน 

ปิดรายวิชาเวชศาสตร์ชุมชนและเวชศาสตร์ครอบครัว 1 ไปเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา นศ ปี 2 กลุ่มผมช่วงเข้าศึกษาชุมชน 7 วัน วันแรกไปที่ รพสต บ้านกระแชง หลังจากฟัง ผอ รพสต บรรยายสรุปแล้วก็แยกย้ายตามกลุ่มไปพบกับ อสม ของหมู่ที่ นศ ต้องเข้าไปศึกษา หลังจากพูดคุยกับอสม เสร็จก็เข้าไปที่หมู่ 2 ต. บ้านกระแชง นศ วางแผนไปว่าจะไปแนะนำตัวว่าเป็นใครมาจากไหน และเข้าไปดูเพื่อพูดคุยสัมภาษณ์เกี่ยวกับสุขภาพ และปัจจัยกำหนดสุขภาพของคนในชุมชน หากบ้านไหนสะดวกก็จะเริ่มสัมภาษณ์ไปเลย นศ กลุ่มนี้เตรียมแนวคำถามมาอย่างดี สุขภาพทางกายใช้สัมภาษณ์ถึงโรคต่าง ๆ ที่คนในครอบครัวเป็น สุขภาพจิตใช้แบบทดสอบของกรมสุขภาพจิต สุขภาพสังคมใช้การสัมภาษณ์และสังเกตความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านและคนในชุมชน สุขภาวะทางปัญญาใช้แบบทดสอบ EQ ปัจจัยกำหนดสุขภาพทั้งพฤติกรรม สังคม เศรษฐกิจ วัฒนธรรม การเมือง การปกครอง และระบบบริการสุขภาพใช้การสัมภาษณ์และสังเกต

 

นศ แบ่งงานกันมาอย่างดี ช่วงแรก ๆ นศ อาจขัดเขินอยู่เพราะเพิ่งได้เคยฝึกพูดคุยกับคนในชุมชน   แต่พอเริ่มไปซักพักก็ทำได้คล่องขึ้น พูดคุยกับชาวบ้านด้วยความสุภาพเป็นกันเอง บางบ้านที่ตอนแรกดูจะไม่อยากให้สัมภาษณ์แต่พอ นศ คุยไปซักพัก ด้วยความอ่อนโยนของ นศ และผู้ถูกสัมภาษณ์ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุที่อยู่บ้านคนเดียว หรืออยู่บ้านเลี้ยงหลานก็จะอยากเล่าเรื่องต่าง ๆ ให้ นศ ฟัง นศมีการสลับกันให้เพื่อนทุกคนได้มีโอกาสฝึกสัมภาษณ์ แม้บางคนดูเป็นคนพูดน้อย แต่เวลาพูดคุยกับชาวบ้านก็ทำได้ดี

 

นอกจากนี้ นศ ยังไปร่วมงานต่าง ๆ ในชุมชน เช่น ทำบุญวันอาสาฬหบูชาซึ่งเริ่มแต่เช้า นศ ต้องออกจากคณะตั้งแต่ 6 โมงครึ่ง แต่ทุกคนก็มาครบและไปถึงตรงเวลา วันที่มีกิจกรรมผู้สูงอายุที่ อบต บ้านกระแชง นศ ก็ไปร่วมด้วย กิจกรรมวันนั้นเป็นการสอนผู้สูงอายุทำช่อดอกไม้จากใบเตย นศ ช่วยในการแจกอุปกรณ์ให้ผู้สูงอายุ และร่วมนั่งทำกับผู้สูงอายุ บางคนช่วยทำกับผู้สูงอายุ บางคนเดินไปมาช่วยหยิบอุปกรณ์ให้ผู้สูงอายุ น่ารักมาก

 

ในระหว่างการเข้าศึกษาชุมชนจะมีการคุยสรุปและเตรียมงานสำหรับวันต่อ ๆ ไปเป็นระยะ ๆ นศ ก็จะมีการคุยกันนอกรอบกันก่อนมาคุยกับผม 

 

เมื่อต้องบอกลาชุมชน นศ ตอนแรกวางแผนจะลาในวันกิจกรรมผู้สูงอายุแต่ด้วยความไม่คุ้นชินกับการพูดหน้าเวที ชาวบ้านหมู่ 2 มาเพียงบางส่วน และชาวบ้านทะยอยกลับกัน นศ จึงเปลี่ยนแผนที่จะไปเดินลาตามบ้านท่ามกลางอากาศร้อน

 

ถึงแม้ นศ จะถูกผมกระหน่ำด้วยการตั้งคำถามให้ไปหาเพื่อเกิดการเรียนรู้ และบางครั้งผมหัวร้อนเมื่ออยากให้ นศ ทำอย่างที่ผมพยายามใบ้ให้ทำแต่ นศ ไม่ทำ แต่ นศ กลุ่มนี้ก็สามารถจัดการให้ผ่านไปได้ด้วยดี ผมว่า นศ มี EQ ดีกว่าผมอีก

 

การเปิดโอกาสให้ นศ ได้ทำในสิ่งที่ไม่เคยทำ ในแบบของ นศ โดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อชุมชน ทำให้เห็นความสามารถที่มีอยู่ในตัวของ นศ

 

ขอบคุณมากครับสำหรับการให้ผมได้ร่วมเรียนรู้

 

ข้อสังเกตจากวิจารณ์ พานิช

ผมตีความจากการอ่านข้อสะท้อนคิดนี้ว่า ศ. ดร. นพ. สุรศักดิ์ บูรณตรีเวทย์ ใช้ pedagogy of listening  หรือ pedagogy of observation