ชีวิตที่พอเพียง 4528b. เรียนรู้เรื่อง E2P และ CE : การตัดสินใจเชิงนโยบายอย่างมีข้อมูลหลักฐาน และการมีส่วนร่วมของพลเมือง
E2P ย่อมาจาก Evidence to Policy เป็นประเด็นที่องค์การอนามัยโลกกำลังขับเคลื่อนระบบสุขภาพของประเทศต่างๆ และระหว่างวันที่ ๒๙ - ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๖ องค์การอนามัยโลกจะจัดงาน E2P Summit 2023 และผมได้รับเชิญเข้าร่วมเป็นวิทยากรในกิจกรรมวันที่ ๓๐ เรื่อง Citizen Engagement (CE) ในช่วงเวลา ๑ ชั่วโมง ระหว่าง ๑๙.๓๐ - ๒๐.๓๐ น. เวลาไทย ทางออนไลน์ ที่เขาคาดว่ามีผู้ฟัง ๒,๕๐๐ คน กิจกรรมนี้มีผู้ดำเนินรายการ ๒ คน วิทยาการ ๖ คน
เหตุที่เขาเชิญผม เริ่มจากผมได้รับเชิญให้เป็น reviewer ต้นฉบับเอกสาร Citizen Engagement in Evidence-Informed Policymaking: A Guide to Mini-publics ตอนต้นปี ๒๕๖๖ ที่จะออกเผยแพร่เร็วๆ นี้ การเข้าร่วมให้ความเห็นต่อต้นฉบับนี้ ช่วยให้ผมรู้จักทั้ง E2P และ Mini-Publics และได้เขียนบันทึกแนะนำ สบช. ให้เรียนรู้และนำไปใช้ ที่ (๑) โดยผมมองว่าหลักการและกระบวนการทั้งสองเป็นวิญญาณและเลือดเนื้อของสังคมประชาธิปไตย
กลับมาที่ E2P Summit น่าสนใจมากที่เขาแบ่งเวลานำเสนอเรื่อง Citizen Engagement ๖๐ นาที ออกเป็น ๒ ช่วง ช่วงแรก ๓๕ นาที ประเด็น Citizen-backed evidence – Engaging citizens in providing evidence synthesis and support (including for evidence-informed policy-making) ให้วิทยากร ๖ คนพูดคนละ ๓ นาที แล้วให้ผู้ฟังถาม เลือกคำถามเด็ดๆ เอามาคุยกันในกลุ่มวิทยากร ช่วงหลัง ๒๐ นาที ประเด็น Engaging with citizens: how to promote trust in science across citizen engagement practices เขาจะใช้วิธีประชุมโดยใช้ Padlet ที่ผมอ่านแล้วงง ในเอกสารอธิบายบอกว่าจะเน้นการทำความเข้าใจเครื่องมือ (ออนไลน์) สำหรับให้พลเมืองเข้ามีส่วนร่วมให้ความเห็น ให้ผู้เข้าร่วมประชุมบอกว่าตนคุ้นเคยกับเครื่องมือหรือไม่ กลุ่มคุ้นเคย อยู่ใน Padlet 1 กลุ่มไม่คุ้นอยู่ใน Padlet 2 ในแต่ละ Padlet มีคำถามต่อ เพื่อในที่สุดแล้ว ผู้เข้าร่วมประชุมเกิดความเข้าใจเครื่องมือ
จะเห็นว่า กระบวนทัศน์เรื่อง Citizen Engagement ของผู้จัดการประชุม เน้น event-based หรือ issue-based engagement ซึ่งเป็นคนละขั้วกับ engagement แบบที่ผมจะเสนอ คือแบบ systems-based engagement
ค่ำวันที่ ๑๐ สิงหาคม เวลา ๑๙ - ๒๐ น. เขานัดประชุมทำความเข้าใจ ทางออนไลน์ โดยใช้ MS Teams ที่ผมไม่คุ้นนัก แต่ก็พอกล้อมแกล้มเข้าไปคุยกับเขาได้ ย้ำนะครับว่าประเด็นเรื่องที่เขาชวนผมไปร่วมให้ความเห็นเป็นเรื่องบทบาทของประชาชนต่อข้อมูลหลักฐานเพื่อการกำหนดและดำเนินนโยบาย เป็นบทบาททั้งขาขึ้นและขาลง
ในช่วงแรกของรายการ เขามีคำถาม ๓ คำถามให้วิทยากรแต่ละคนเลือกพูดเพื่อตอบ ๑ คำถาม
- What strategies have organizations applied to engage initiatives that promote citizens backed evidence?
- How can citizen engagement contribute to evidence-informed policies?
- How do different organizations manage (dis)trust in science?
ผมเลือกคำถามที่ ๒ เพื่อจะบอกว่า เรื่อง citizen engagement ต่อ health policy ประเทศไทยเรามีระบบ Systems-based Engagement มาแชร์ ซึ่งต่างจากระบบ event-based โดยจะเตรียม PowerPoint หนึ่งสไลด์ สำหรับช่วยกระตุ้นสายตาผู้ฟัง ให้เข้าใจภาษาอังกฤษสำเนียงไทยของผม ดังนี้
ผมตั้งใจบอกผู้ฟังและองค์การอนามัยโลกว่า ระบบสุขภาพ หรือระบบสาธารณสุขไทย ก้าวหน้าไปขั้นหนึ่งแล้วในช่วง ๓๐ ปีที่ผ่านมา เราได้สร้างระบบสุขภาพที่มีการตัดสินใจโดยพลเมืองมีส่วนร่วม ที่กำหนดไว้ในกฎหมายของหน่วยงานหลักของระบบสาธารณสุข ให้คณะกรรมการนโยบายของหน่วยงาน (ซึ่งในสไลด์ยกมา ๓ องค์กรคือ สสส., สปสช., และ สช.) ประกอบด้วยผู้แทนจากหลายภาคส่วนในสังคม รวมทั้งภาคประชาสังคม รวมทั้งเรามีหน่วยงานพัฒนาข้อมูลหลักฐานสำหรับใช้ในการตัดสินใจเชิงนโยบาย ที่ไม่เพียงเป็นที่ยอมรับในประเทศ แต่ยังเป็นที่ยอมรับไปทั่วโลก ที่ยกมาเป็นตัวอย่างคือ IHPP กับ HITAP โดยที่มีขั้นตอนให้พลเมืองไทยมีส่วนร่วมทั้งตอนตั้งโจทย์วิจัย และตอนตีความผลข้อมูล รวมทั้งตัวแทนพลเมืองในบอร์ดขององค์กรก็จะมีส่วนตรวจสอบว่าข้อมูลหลักฐานที่เสนอมีความสอดคล้องกับสถานการณ์จริงหรือไม่
ย้ำว่า E2P และ CE ในวงการสาธารณสุขไทย มีทั้งส่วนที่เป็น Systems-Based และที่เป็น Event-Based ตามที่องค์การอนามัยโลกกำลังขับเคลื่อน คล้ายๆ เราก้าวหน้ากว่าองค์การอนามัยโลกไปหนึ่งก้าว
งาน E2P Summit 2023 เปิดให้คนทั่วไปจากทั่วโลกลงทะเบียนเข้าฟังได้ โดยต้องลงทะเบียนล่วงหน้า เนื่องจากวันปิดลงทะเบียนคือ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๖ ผมจึงรีบลงบันทึกนี้เพื่อเชิญชวนผู้สนใจเข้าฟัง
ขอแถมว่า หากระบบอื่นๆ ของประเทศ มีการพัฒนาสู่ลักษณะคล้ายๆ กัน จะสร้างความเจริญก้าวหน้าของระบบนั้นๆ และเป็นคุณต่อประเทศอย่างยิ่ง เช่นระบบการศึกษา ระบบการคมนาคมขนส่ง ระบบพลังงาน เป็นต้น
วิจารณ์ พานิช
๑๓ ส.ค. ๖๖
เอาใจช่วยครับท่านอาจารย์ ….วิโรจน์ ครับ