ขยายขีดความสามารถ  ความเป็นผู้ริเริ่มดำเนินการ  และความมีอิสระ ของครู  ส่งเสริมให้ครูตีความ ออกแบบและจัดการหลักสูตร  รวมทั้งดำเนินการปรับและจัดลำดับความสำคัญเนื้อหาและกระบวนการเรียนรู้  เพื่อให้เหมาะสมต่อบริบทของผู้เรียน 

เปลี่ยนขาดการศึกษาโลก

องค์การสหประชาชาติ จัดการประชุม Transforming Education Summit ขึ้นที่สำนักงานใหญ่ ณ นครนิวยอร์ก  ระหว่างวันที่ ๑๖, ๑๗ และ ๑๙ กันยายน ๒๕๖๕   ส่งสาร ๔ ประการในเรื่องการเปลี่ยนขาดการศึกษาโลก ใน Vision Statement  (๑)   คือ 

  1. วิกฤติการศึกษา   ส่วนที่สอดคล้องกับสภาพการศึกษาไทยคือ ระบบการศึกษาที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับอนาคตของโลกและสังคม   
  2. เป้าหมายและสาระใหม่    โดยใช้หลัก ๒ ประการ  (๑) รับประกันสิทธิของประชาชน ว่าจะได้รับการศึกษาคุณภาพสูงตลอดชีวิต (๒) การศึกษาต้องเป็นบริการสาธารณะที่เข้มแข็ง    โดยต้องตีความหลักการทั้งสองสู่ห้องเรียน ครู และนักเรียน   

      การศึกษาที่เปลี่ยนขาดควรเป็นไปตามที่ชุมชน ครอบครัว พ่อแม่ และเด็ก ให้คุณค่าสูงสุด    เพื่อสนองความต้องการ วัฒนธรรม และขีดความสามารถของพื้นที่ ประเทศ และโลก    โดยการศึกษาที่เปลี่ยนขาดต้องสนองผู้เรียนใน ๔ ประเด็นหลัก คือ  (๑) ให้เรียนรู้เป็น (learn to learn)  ซึ่งเป็นไปตามทักษะแห่งศตวรรษที่ ๒๑ นั่นเอง (๒) ให้อยู่กับผู้อื่นและอยู่กับธรรมชาติเป็น (learn to live together)  เน้นการยอมรับและเคารพความแตกต่างหลากหลาย   และการมีส่วนร่วมการพัฒนาที่ยั่งยืน  (๓) ทำเป็น (learn to do)  เน้นการเรียนให้มีทักษะ (สมรรถนะ)  มีระบบช่วยการยกระดับทักษะ และเปลี่ยนทักษะใหม่ ตลอดชีวิต เพื่อให้ทำงานและดำรงชีวิตในสังคมที่เปลี่ยนแปลงรุนแรงและรวดเร็วได้เป็นอย่างดี  (๔) ดำรงตนเป็น (learn to be)  เพื่อให้มีค่านิยมและขีดความสามารถในการดำรงชีวิตอย่างมีความหมาย  มีความสุข และมีประโยชน์ต่อส่วนรวม เป็นผลของการเรียนรู้อย่างครบด้านหรือบูรณาการ    

ผมตีความว่า การศึกษาที่เปลี่ยนขาด ทำหน้าที่สนับสนุนให้บุคคลเกิดการเรียนรู้อย่างครบด้าน  และลุ่มลึก   เพื่อชีวิตที่ดีของบุคคล  และเพื่อทำประโยชน์ให้แก่ส่วนรวมและแก่โลก   

     3.   เปลี่ยนขาดระบบการศึกษาเพื่อสนองเป้าหมายที่สูงส่ง (higher purpose)   โดยดำเนินการเปลี่ยนขาดใน ๔ ด้านคือ 

(๑) จัดให้มีระบบนิเวศการเรียนรู้ที่สนองการพัฒนาผู้เรียนทุกกลุ่ม ทุกคน   โดยที่การเรียนรู้อาจเป็นแบบเป็นทางการหรือไม่เป็นทางการ   เป็นแบบระบบสัมผัสตัวจริงหรือแบบเสมือน   โรงเรียนต้องเป็นระบบนิเวศปลอดภัยเพื่อการเรียนรู้ของคนที่มีความแตกต่างหลากหลาย   ให้ความเท่าเทียมกันในโอกาสเรียนรู้  

(๒) ส่งเสริมให้ครูเปลี่ยนขาดตนเองสู่การทำหน้าที่ผู้นำการเปลี่ยนแปลง   ครูต้องเป็นผู้สร้างความรู้  คุณอำนวย และไกด์ สู่ความเข้าใจความจริงที่ซับซ้อน    ครูต้องได้รับการฝึกและสนับสนุนให้เปลี่ยนจากทำหน้าที่ถ่ายทอดความรู้เป็นหนุนให้ศิษย์สร้างสมรรถนะใส่ตน    เปลี่ยนจากปฏิสัมพันธ์แนวดิ่งและทางเดียว เป็นปฏิสัมพันธ์แบบร่วมมือกัน   ครูทำหน้าที่ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านประสบการณ์ ความสงสัย และความอยากรู้   ทำหน้าที่สร้างขีดความสามารถ ความสนุก และความมีวินัย ในการแก้ปัญหา    เพื่อให้ครูทำหน้าที่ดังกล่าวได้ ต้องดำเนินการ ๔ ประการคือ

  • ขยายขีดความสามารถ  ความเป็นผู้ริเริ่มดำเนินการ  และความมีอิสระ ของครู    ส่งเสริมให้ครูตีความ ออกแบบและจัดการหลักสูตร  รวมทั้งดำเนินการปรับและจัดลำดับความสำคัญเนื้อหาและกระบวนการเรียนรู้    เพื่อให้เหมาะสมต่อบริบทของผู้เรียน       
  • แก้ปัญหาขาดครู   ซึ่งบริบทของประเทศไทยแตกต่าง    ของเราควรเน้นการยกระดับสมรรถนะ และการพัฒนาวิชาชีพครูผ่านการเรียนรู้และพัฒนาตนเองจากประสบการณ์
  • ปรับปรุงกลไกการรับครู และระบบความก้าวหน้าทางวิชาชีพ
  • ให้ครูมีส่วนร่วมกำหนดนโยบาย   รวมทั้งมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนขาดหลักสูตร และเปลี่ยนขาดการจัดประสบการณ์การเรียนรู้

(๓) ใช้การปฏิวัติดิจิทัลให้เกิดประโยชน์ต่อการศึกษา    ใช้สร้างความเท่าเทียม และประสิทธิผลของการศึกษา   โดยต้องดำเนินการ ๓ เรื่องคือ (๑) connectivity  (๒) capacities  (๓) content   โดยพึงตระหนักว่า หากไม่ดำเนินการอย่างถูกต้อง การปฏิวัติดิจิทัลอาจสร้างผลลบให้แก่การศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านความเสมอภาค

(๔) ลงทุนด้านการศึกษา โดยลงทุนเพิ่ม เพิ่มความเท่าเทียม และเพิ่มประสิทธิผล    ซึ่งในบริบทของไทย ไม่ควรลงทุนเพิ่ม เพราะเราให้งบประมาณด้านการศึกษาสูงอยู่แล้ว   ควรเพิ่มด้านคุณภาพของการจัดการ ให้การลงทุนก่อผลเพิ่มความเสมอภาค และเพิ่มประสิทธิผลด้านผลลัพธ์การเรียนรู้   เน้นการจัดการการลงทุนเพื่อผลต่ออนาคต   สิ่งที่เราขาดคือการประเมินผลของการลงทุน ว่าส่งผลต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของผู้เรียนอย่างเหมาะสมหรือไม่   

    4.   สภาวะผู้นำร่วม ที่รับผิดชอบต่อคำมั่นสัญญา   ชื่อหัวข้อนี้ ทำให้ผมนึกถึง World Development Report 2018 : LEARNING to Realize Education’s Promise   ที่ผมตีความเสนอความเห็นไว้ที่ (๒)     โดยที่ Vision Statement ของการประชุมนี้เน้นผู้นำร่วมจากทุกภาคส่วน    ไม่ใช่เฉพาะภาครัฐบาลเท่านั้น   ต้องร่วมกันสร้างแผนที่นำทางของขบวนการเปลี่ยนขาด เอาไว้ตรวจสอบว่าดำเนินการไปตามแผนที่กำหนดไว้หรือไม่    ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายได้เข้าร่วมเป็นผู้นำของขบวนการหรือไม่     

องค์การสหประชาชาติ ขับเคลื่อนการเปลี่ยนขาดระบบการศึกษาของประเทศต่างๆ    เน้นที่ SDG 4   หวังให้ระบบการศึกษาเป็นแรงขับดันการเปลี่ยนขาดระบบพัฒนาของโลก ให้เป็นมิตรต่อ SDG   เพื่อความอยู่รอดและยั่งยืนร่วมกันของมนุษย์ สภาพแวดล้อม และโลก 

ประเทศไทยน่าจะสร้างกลวิธีทำงานร่วมกับ UN ในการบรรลุเป้าหมายระดับโลกดังกล่าว    และในขณะเดียวกัน ก็เพื่อใช้กลไกของ UN ช่วยหนุนการเปลี่ยนขาดระบบการศึกษาไทยด้วย 

วิจารณ์ พานิช

๓ ส.ค. ๖๖