ในการประชุมสานเสวนาเพื่อเรียนรู้จากประสบการณ์ใช้ DE ๓ ปี ของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เมื่อวันที่ ๑ มิถุนายน ๒๕๖๖ มีการกล่าวกันว่า กระบวนการ DE ของ มอ. ยังอยู่ในสภาพ “ทำมากได้น้อย” คือต้องลงแรงลงเวลามากเกินไป น่าจะมีวิธีทำงานที่ “ทำน้อยได้มาก”
มีผู้ชี้ว่า ข้อมูลสำหรับบอกสถานภาพของส่วนงานมีอยู่แล้วในระบบคุณภาพ (EdPEx, AUNQA, TQA) ที่ส่วนงานในมหาวิทยาลัยต้องทำข้อมูลและรายงานกันอยู่แล้ว น่าจะเอามาใช้ใน DE ได้เลย ลดภาระของทีมประเมินที่อาจเรียกว่าทีม DE Facilitator ลงไปได้มาก
ผมมองว่า มอ. ต้องหาทางจัดระบบไอที ให้ดึงข้อมูลจากระบบประเมินคุณภาพมาสู่ระบบข้อมูลเพื่อ DE ได้อย่างเป็นอัตโนมัติ ทีม DE Facilitator เอามาใช้ได้เลยโดยไม่ต้องลงแรงไปรวบรวมข้อมูล หรือลงแรงเฉพาะส่วนที่ขาดในส่วนงานนั้นๆ เท่านั้น ซึ่งหมายความว่า ในรอบต่อไปของ DE ข้อมูลส่วนที่เคยขาดก็จะกลายเป็นข้อมูลที่มีอยู่โดยอัตมัติในระบบไอที
กระบวนการ DE ของส่วนงานก็จะกลายเป็นกระบวนการที่นำสู่การพัฒนาระบบข้อมูล/สารสนเทศ เพื่อการพัฒนาส่วนงานไปโดยปริยาย คิดอย่างนี้เป็นจริงได้หรือไม่ก็ไม่ทราบ
วิจารณ์ พานิช
๒ มิ.ย. ๖๖
Information engineers can mine data from databases and present items or indicators of interests that can help. But good understanding of the data (its definition, reliability, timeliness,…) are necessary to make good use of data. There are legal issues on mining of data and using of data mined from certain sources too. Google Analytics is an example.
There are sayings among IT workers: “eBay, Amazon, AliExpress, know what you buy, Google knows what you want to buy , the post offices know you live. ;-)