หนังสือ Long Life Learning : Preparing for Jobs that Don’t Even Exist Yet (2020) โดย Michelle R. Weise บอกว่า ระบบการศึกษา (เรียนรู้) กับระบบงานต้องเข้ามาใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น ช่วยให้ผู้เรียนได้เรียนอย่างมีเป้าหมายชัดเจน ไม่ใช่เรียนแบบกว้างๆ รวมทั้งต้องเป็นระบบที่รองรับสภาพที่มนุษย์มีอายุยืนยาวขึ้นมาก
นี่คือสัญญาณเตือนให้สถาบันอุดมศึกษาปรับตัวอย่างหนึ่ง เพราะนักศึกษาหรือผู้เรียนในอนาคตจะเข้าเรียนด้วยเป้าหมายที่เจาะจงชัดเจนกว่าในอดีตและในปัจจุบันอย่างมากมาย ดังบันทึก มหาวิทยาลัยแห่งอนาคต ที่บอกว่าในอนาคตมหาวิทยาลัยต้องปรับตัวรับฉากทัศน์อย่างน้อย ๔ แบบ ไปพร้อมๆ กัน
เมื่อถามนักศึกษาปีหนึ่งว่าเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเพื่ออะไร คำตอบที่ชัดเจนตรงกันมาเป็นเวลายาวนานคือ เพื่อมีงานทำ ดังนั้น ในสภาพที่มหาวิทยาลัยแข่งขันกันดึงดูดนักศึกษาเข้าเรียนอย่างในปัจจุบัน มหาวิทยาลัยต้องไปถามสถานประกอบการว่าต้องการคนที่มีสมรรถนะแบบใดเข้าทำงาน และหาทางร่วมมือกับสถานประกอบการในการฝึกที่เรียกว่า WIL – Work-Integrated Learning เพื่อร่วมกันหนุนให้นักศึกษาได้พัฒนาสมรรถนะดังกล่าวใส่ตัว
สถานประกอบการไทยบ่นมากว่า ๒๐ ปี ว่าบัณฑิตที่มหาวิทยาลัยไทยผลิตออกไปไม่ตรงความต้องการ บัดนี้ มหาวิทยาลัยที่ไม่ปรับตัวจะไม่มีนักศึกษามาสมัครเรียน
Disruptive innovation อย่างหนึ่งของอุดมศึกษาคือ การเรียนรู้แบบหน่วย (module) อิสระ ไม่จำกัดการเรียนวิชาที่ต้องเรียนมาก่อน (ที่ผู้เขียน (Michele Weise) บอกว่าการเรียนตามหลักสูตรแบบเก่าเป็นวิธีรีดเงินจากผู้เรียน) เป็นการเรียนที่ผสมผสานกับการเรียน ออนไลน์
สถานประกอบการต้องตอบแทนพนักงานไม่เฉพาะด้วยเงินเดือน เงินโบนัส และสวัสดิการ เท่านั้น ต้องตอบแทนด้วยการเรียนรู้ ที่รวมการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนงานด้วย หลักการสำคัญคือ นายจ้างเอาใจใส่ส่งเสริมการพัฒนาความสามารถพิเศษ (talent) ของพนักงาน
พนักงานที่อายุมากขึ้น ความแข็งแรงของร่างกายลดลง ควรได้รับการสนับสนุนให้ค้นหาและพัฒนาความสามารถพิเศษที่เหมาะแก่วัย และมีคุณค่าต่อหน่วยงาน เป็นเรื่องสำคัญมากต่อพนักงานระดับล่าง
ตัวช่วยสำคัญในเรื่องการเรียนรู้ ทั้งของนักศึกษาวัยรุ่นยังไม่เคยทำงาน และของผู้สนใจเรียนต่อเนื่อง คือข้อมูลและคำแนะนำสมรรถนะที่ตนต้องพัฒนา หากต้องการทำงาน ก รวมทั้งข้อมูลสถาบันและหลักสูตรที่เหมาะสมกับความต้องการของตน คล้ายๆ รีวิวสินค้าที่มีดาดดื่นสำหรับสินค้าใช้สอย แต่สินค้าบริการอุดมศึกษากลับไม่มีหรือมีน้อยมาก นี่คือระบบที่ควรจัดการพัฒนาขึ้นในประเทศ สำหรับช่วยบอกทิศทางการศึกษา และทิศทางของการพัฒนาระบบนิเวศของการทำงาน
นักเรียนชั้น ม. ปลายควรได้รับบริการนี้ เพื่อการเตรียมตัวเรียน โดยที่บางคนหรือหลายๆ คนต้องเรียนไปทำงานไป ควรมีบริการหลากหลายแบบ เพื่อให้ผู้ใช้บริการได้เลือกใช้ให้เหมาะกับความต้องการของตน เป็นหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐ ที่จะต้องพัฒนาขึ้น โดยที่บางหน่วยบริการอาจเน้นผู้ใช้บริการที่เป็นคนวัยทำงาน บางหน่วยบริการเน้นผู้ใช้บริการที่เป็นนักเรียนชั้น ม. ปลาย สมัยนี้จัดบริการ ออนไลน์ ได้สะดวก รวมทั้งอาจมีการจัดเทศกาลแนะนำแหล่งข้อมูลดังกล่าว ที่เป็นแหล่งน่าเชื่อถือ ไม่ใช่เครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อของสถาบันอุดมศึกษา
คำว่าสถาบันอุดมศึกษาในที่นี้ น่าจะหมายรวมวิทยาลัยอาชีวะเข้าไปด้วย
บริการข้อมูลและคำแนะนำนี้ ผู้เรียนต้องการเข้าไปค้นหาคำแนะนำตลอดเวลาของการเรียน รวมทั้งคนวัยทำงานก็ต้องการเข้าไปศึกษาเพื่อแสวงหาโอกาสใหม่ๆ ให้แก่ตนเอง โดยที่ธรรมชาติของความต้องการของคนต่างวัยก็อาจแตกต่างกัน เช่นแม่ที่มีลูกอาจต้องการคำแนะนำหรือสถานที่ให้คำปรึกษาที่แตกต่าง เพราะต้องกระเตงลูกไปด้วย
คนวัยทำงานทุกคนควรเรียนรู้ไปพร้อมกับทำงาน โดยกระบวนการเรียนรู้บางส่วนสถานที่ทำงานจัดให้ คือมีการเรียนรู้บูรณาการอยู่ในการทำงาน ที่เรียกว่า การเรียนรู้จากประสบการณ์ (experiential learning) อีกส่วนหนึ่งเจ้าตัวแสวงหาและลงทุนเรียนเองเพื่อโอกาสที่ดีขึ้นในชีวิตของตนเอง โดยภาครัฐอาจจัดระบบเงินอุดหนุน หรือให้ยืม (ใช้คืนเมื่อได้งานใหม่ที่รายได้ดีขึ้น) เพื่อการลงทุนนี้ เน้นกลุ่มคนระดับล่าง
ระบบข้อมูล ที่เชื่อมโยงเป็นเครือข่ายที่เกื้อกูลซึ่งกันและกันระหว่างระบบการศึกษากับระบบผู้ปฏิบัติงาน เป็นระบบที่ควรพัฒนาขึ้นเป็นอย่างยิ่ง โดยมีเป้าหมายหลักเพื่อการพัฒนาสังคม ให้ผู้ปฏิบัติงานเห็นโอกาสของตน และสถานประกอบการก็เห็นบุคคลที่ตนต้องการ และสถานศึกษาก็เห็นภาพรวมของการพัฒนาสมรรถนะของคน สำหรับนำมาใช้ออกแบบกิจการของตน ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึงปัจจัยด้านความเป็นส่วนตัวของบุคคลที่เป็นเจ้าของข้อมูลด้วย
ทั้งหมดนี้ อยู่ภายใต้ความเป็นจริงในอนาคตว่า ระบบเครื่องจักรอัตโนมัติ และปัญญาประดิษฐ์ จะเข้ามาแทนแรงงานคนมากขึ้นเรื่อยๆ คนจึงต้องพัฒนาตนเองขึ้นไปทำงานที่ยากขึ้น ที่เครื่องจักรหรือ AI ทำไม่ได้ การเรียนรู้และพัฒนาตนเองจึงเป็นเรื่องปกติธรรมดาสำหรับคนวัยทำงานในอนาคต และสถานประกอบการและกลไกภาครัฐก็ต้องจัดระบบสนับสนุน
วิจารณ์ พานิช
๒๕ มิ.ย. ๖๖