วันจันทร์ที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๖ ผมเข้าประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาพัฒนาระบบ อววน. ของ สอวช.   โดยนั่งประชุมออนไลน์จากห้องผู้ป่วยในโรงพยาบาลศิริราช    อ่านวาระการประชุมล่วงหน้าแล้วหายป่วย    เพราะมองเห็นแสงของการใช้ ววน. ขับเคลื่อนปนะเทศไทยสู่ประเทศรายได้สูงสังคมดี   

วาระการประชุมมีทั้งเรื่อง IDE (Innovation-Driven Enterprise - ผู้ประกอบการฐานนวัตกรรม),  เรื่องการพัฒนาวิสาหกิจเพื่อสังคม (Social Enterprise),  และเรื่อง Front-line Think Tank ด้าน ววน.   ที่ผมขอเสนอว่า ต้องใช้ยุทธศาสตร์กำหนดเป้าให้ชัด และโฟกัส   แล้วคิดกลยุทธเพื่อการบรรลุเป้านั้น   จากกลยุทธคิดต่อไปยังวิธีดำเนินการที่แยบยล ใช้กระบวนทัศน์แนวใหม่  ไม่ตกหลุมความคิดเดิมๆ   

เมื่อดำเนินการก็หมุนวงจรเรียนรู้จากประสบการณ์ไปพร้อมๆ กัน    โดยเครื่องมือสำคัญคือ DE – Developmental Evaluation, Kolb’s Experiential Learning Cycle, และ Double-loop learning       

หัวใจสำคัญคือ  ยึดเป้าเป็นหลัก ไม่ใช่เอาวิธีการหรือแม้แต่กลยุทธ เป็นหลัก   ทั้งวิธีการและกลยุทธต้องยืดหยุ่นปรับได้   และมีข้อมูลจากการเรียนรู้ช่วย feedback สู่การปรับตัวอยู่เสมอ   

ที่น่าสนใจคือเรื่องวิสาหกิจเพื่อสังคม (SE – social enterprise) ที่คนมักสับสนกับวิสาหกิจชุมชน    และผมคิดว่าวิสาหกิจเพื่อสังคมน่าจะพิจารณาใช้โมเดลของสหราชอาณาจักร   ที่เขาใช้แก้ปัญหาความด้อยประสิทธิภาพของระบบราชการ   จึงมีกฎหมายให้มีการก่อตั้งวิสาหกิจเพื่อสังคมขึ้นมารับงานของราชการไปทำ     ตัวอย่างที่ผมเคยรับรู้คือการบริหารโรงเรียน   ที่ช่วยยกระดับคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนได้อย่างดี       

เรื่องที่ใช้เวลาอภิปรายให้ความเห็นกันมากและหลากหลายที่สุดคือ Front-line Think Tank หรือธัชวิทย์    ที่เขาบอกว่าเป็น องค์กรไร้ตัวตน (virtual organization)    ที่ผมมีความเห็นว่า หากจัดวางตำแหน่งได้ถูกต้อง    ใช้ทักษะความรู้ความสามารถด้านนโยบายของผู้ทรงคุณวุฒิภายนอกอย่างครบด้าน ผสานกับความสามารถในการสังเคราะห์ประเด็นเชิงนโยบายของทีม secretariat   ก็จะทำประโยชน์ให้แก่ประเทศได้มาก    

วิจารณ์ พานิช

๒๒ พ.ค. ๖๖

ห้อง ๑๖๐๒   อาคารเฉลิมพระเกียรติ  โรงพยาบาลศิริราช