จับกระแสขั้วการเมืองไทยที่ย้อนแย้งแตกต่าง

9 มิถุนายน 2566

: ทีมงานหญ้าแห้งปากคอก(ท้องถิ่น) [1]

 

แนวคิดการลดบทบาทราชการส่วนกลาง ภูมิภาค

มีประเด็นมากมายให้พูด ลองมาเก็บตกจากเรื่องเก่าๆ ย้อนไปสัก 8-9 ปีที่ผ่านมา หรือบางเรื่อง อาจจำเป็นต้องกล่าวย้อนไปถึงยุครัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540[2] ที่ยาวนานถึง 26 ปีทีเดียว มีกระแสความขัดแย้ง ย้อนแย้งกันชัดเจนใน “ความเห็นต่างระหว่างกลุ่มคน” เป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองไทยมีหลายประการที่แปลกแตกต่างจากหลักสากล ตามกระแสความเห็นต่างที่สะสมเพิ่มขึ้นตลอดช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ด้วยคำอธิบายที่ไม่อาจหาข้อยุติได้ง่าย

ประเด็นที่กล่าวถึงกันมาก คือ มีความจำเป็นต้องลดบทบาทของส่วนกลางลง ซึ่งรวมถึงการลดบทบาทของ “ภูมิภาค” ลงด้วย[3] เพราะ ตามหลักการบริหารถือว่า “ภูมิภาค” ก็คือติ่งหนึ่งของส่วนกลาง

การลดบทบาทเป็นไปในรูปของหน่วยงาน “ที่ปรึกษา” (Staff) หรือเป็น “พี่เลี้ยง” “ผู้ประสานงาน” มิใช่ “หน่วยงานหลัก” (Line) ในการดำเนินงาน โดยเปลี่ยนเน้นบทบาทในการดำเนินงานให้แก่ ท้องถิ่น หรือ อปท. ดำเนินการแทน

การปรับบทบาท “ภูมิภาค” เสียใหม่ ดีกว่าการยุบภูมิภาค เพราะบริบทของสังคมไทย ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5 ได้ตรา “พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.2457” ขึ้น มีการแบ่งการปกครองจากระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด มีผู้ใหญ่บ้าน กำนัน นายอำเภอ เป็นตัวแทนของฝ่ายรัฐในพื้นที่ ซึ่งการปรับบทบาทของภูมิภาคให้เป็น “ที่ปรึกษา” “พี่เลี้ยง” “ผู้ประสานงาน” ยังคงดำเนินต่อไป

โดยเฉพาะบทบาท “เชิงสัญลักษณ์” (Symbol) ในการเป็นตัวแทนแก่ “ภูมิภาค” ที่ส่วนกลางดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านที่ปรึกษา หรือ งานประสานงานอื่นใดของส่วนกลาง ประกอบกับการเปลี่ยนรูปแบบ อปท. ให้เป็นรูปแบบ “จังหวัดปกครองตนเอง” ตามศักยภาพและความพร้อมของแต่ละจังหวัด (ท้องถิ่น) การเปลี่ยน และปรับลดบทบาทของ “ภูมิภาค” ลงน่าจะสอดคล้องกับแนวคิดนี้

 

แนวคิดการปกครองท้องถิ่นพิเศษ

ส่วนการปกครองท้องถิ่นพิเศษก็สำคัญที่เป็นรูปแบบหนึ่งของการกระจายอำนาจตามระบอบประชาธิปไตย ปกติ อปท. แยกเป็น 2 ระดับ (เทียร์ Tier)[4] คือ (1) อปท. ระดับบน คือ อบจ. รับผิดชอบภารกิจใหญ่ อาทิ สิ่งแวดล้อม โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ เป็นต้น (2) อปท.ระดับล่าง ให้มีรูปแบบเดียวคือ รูปแบบเทศบาล ที่มี “ฝ่ายบริหารและสภา” โดยมีการยกฐานะ อบต. เป็น “เทศบาล” และควบรวม อปท. ที่มีขนาดเล็กตามที่กำหนด ให้เป็น อปท.ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น ทำให้จำนวน อปท. มีลดน้อยลง ไม่เป็นภาระด้านการคลังแก่รัฐบาล

ส่วน อปท. ที่มีลักษณะเงื่อนไขพิเศษด้านเศรษฐกิจ หรือเหตุผลความจำเป็นอื่น อาจยกฐานะเป็น “อปท.เขตเศรษฐกิจพิเศษ” (Special Economic Zone)[5] เช่น เมืองชายแดนแม่สอด เบตง, เมืองอุตสาหกรรม มาบตาพุด, เมืองสนามบิน สุวรรณภูมิ, เมืองท่องเที่ยว ภูเก็ต สมุย หรือเมืองวัฒนธรรม เป็นต้น

จึงมีข้อเสนอเรื่องจังหวัดจัดการตนเองหรือจังหวัดปกครองตนเอง ตามศักยภาพและความพร้อมของแต่ละจังหวัด ซึ่งถือว่า “จังหวัดจัดการตนเอง” [6] เป็น อปท.ระดับบน ที่อาจเป็นต้นแบบแก่ อปท.ระดับล่างให้พัฒนาเป็น “การปกครองท้องถิ่นพิเศษ” ได้

 

ข้อเสนอทิศทางการกระจายอำนาจตามระบอบประชาธิปไตย 

(1) ปรับบทบาทราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ให้ลดน้อยลง เหลือเฉพาะภารกิจหลักของรัฐ คือ ความมั่นคง การรักษาความสงบเรียบร้อย การต่างประเทศ กระบวนการยุติธรรม โดยเน้น “มาตรการบังคับใช้กฎหมาย” รวมการปฏิบัติตามกฎหมาย (Law enforcement & Law compliance)[7] ที่เด็ดขาด เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพ

(2) มอบหมายภารกิจของท้องถิ่นให้แก่ท้องถิ่น โดยมีการปรับโครงสร้าง อปท. โดยการควบรวม อปท. เข้าด้วยกัน (Amalgamation or Merging local unit) เพื่อให้ท้องถิ่นมีขนาดที่เหมาะสม และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ตามรายงานให้คำแนะนำของธนาคารโลก[8] ในเรื่อง ขนาดขององค์กรบริหารท้องถิ่น (World Bank : 2012) ในการตอบสนองการบริการสาธารณะ (Public Service) เพื่อให้บริการแก่ประชาชนใน “ท้องถิ่น” มีการกระจายอำนาจทางการคลังและการงบประมาณ (Fiscal & Budgeting) ที่เหมาะสมแก่ท้องถิ่นด้วย เช่น เพิ่มฐานภาษีให้แก่ท้องถิ่น รวมเม็ดเงินภาษีท้องถิ่นต้องให้ท้องถิ่นบริหารจัดการ เป็นต้น ด้านการบริหารงานบุคคลท้องถิ่นถือเป็นสิ่งสำคัญ เป็นหัวใจหลักของการบริหารจัดการ เพราะตัวจักรขับเคลื่อนการพัฒนา และนำนโยบายของท้องถิ่นไปสู่การปฏิบัติคือ “ข้าราชการส่วนท้องถิ่น” รวมลูกจ้างท้องถิ่นด้วย ที่มีจำนวนมากถึง 3 แสนคน กระจายอยู่ทั่วพื้นที่ของประเทศ หากขวัญกำลังใจ และระบบบริหารงานบุคคลของข้าราชการส่วนท้องถิ่น มีคุณธรรม (Merit System) ก็จะก่อให้เกิด “ความมีประสิทธิภาพ” เป็นพลังขับเคลื่อนการพัฒนาท้องถิ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกมิติ

(3) เสริมสร้างกระบวนการ (Process) และขบวนการ (Movement) “ประชาสังคม” (Civil Society) หรือ “สมัชชาประชาชน” หรือ “เวทีประชุมของประชาชน” (Forum) ในทุกระดับทั้งตำบล อำเภอ จังหวัด ให้มีส่วนร่วม (People Participation) และเข้มแข็ง เพื่อเป็นตัวเสริมการกระจายอำนาจให้มีประสิทธิภาพ รวมทั้งการตรวจสอบควบคุมระบบของท้องถิ่น ในรูปของ “สภาพลเมือง” (Civil Jury or Citizen Jury)[9] และ “องค์กรสภาจริยธรรมคุณธรรมแห่งชาติ” (Ethics & Moral Organization)[10] เสริมสร้าง “ธรรมาภิบาล” (Good Governance) ในทุกเพื่อความโปร่งใส ตรวจสอบได้ ในทุกระดับ ผนวกกับแนวคิดเศรษฐกิจแบบพอเพียง (Sufficiency Economy) ตามแนวพระราชดำริในหลวง ร.9

(4) เสริมสร้างศักยภาพของ “ชุมชน” “อปท.” เพื่อการรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน AEC (ASEAN Economic Community)[11] โดยการเพิ่มทักษะประชากรและชุมชน เช่น ด้านการท่องเที่ยว และสินค้าชุมชนทางเศรษฐกิจ

(5) นโยบายสำคัญ โดย (1) ขจัดการทุจริตคอร์รัปชั่นในทุกรูปแบบ และ (2) ลดความเหลื่อมล้ำสังคมในทุกมิติ [12]

 

ปัญหาซ้ำซากท้องถิ่นไทย

มีเสียงหนาหูไม่ว่ากัน เช่น เรื่อง การทุจริตสีเทาสีดำในวงราชการไทย ดูข่าว จีนเทา ไทยเทา เจ้าหน้าที่รัฐ จับ รีด แล้วปล่อย ข่าวยาเสพติด ข่าวส่วยสติ๊กเกอร์ทางหลวง[13] ยังยอดฮิตอยู่ เป็นโจทย์ใหญ่ของประเทศที่ต้องชำระ แม้ มหานคร กทม.ก็ยังต้องให้รัฐบาลมาแก้ไขปัญหาเรื่องส่วย และส่วยทางหลวง[14]

ลองย้อนไปอดีต อปท.จัดตั้งขึ้น แค่มีหน้าที่เก็บกวาดสิ่งโสโครก ขยะ ต่อมาก็ขยายงานอื่นๆ ตามมา โดยระยะแรกมีการแบ่งพื้นที่เขตเมืองบางพื้นที่ให้เป็นเขต "สุขาภิบาล"[15] งานรักษาความสะอาดในพื้นที่เป็นงานเบ๊ๆ ที่หน่วยงานรัฐคนส่วนกลางไม่ทำกัน เปรียบเหมือนผลไม้ที่หกเสีย เรี่ยราดล้นจากมือ

ปัญหาข้ออ้างการกระจายอำนาจที่เกิดขึ้น มีผู้นำท้องถิ่นจำนวนน้อย ที่จะส่งผ่านอำนาจไปถึงมือประชาชนอย่างแท้จริง[16] ส่วนใหญ่เป็นเพียงแค่คำกล่าวอ้าง เป็นเพียงวาทกรรมของการกระจายอำนาจ หรือประชาชนที่กล่าวถึงคือ วงศ์วาร ย่านเครือ เถาญาติ ของเจ้าหน้าที่รัฐนั้น เท่านั้น มิได้ถึงมือประชาชนส่วนใหญ่

 

นโยบายท้องถิ่นจิ๊บจ๊อยร้อยเรียงสู่ปัญหาชาติได้

(1) นโยบายการส่งเสริมผ้าไทย[17] ภายใต้การส่งเสริมโดยระบบรัฐราชการ (ส่วนกลาง) เป็นงานภูมิปัญญาท้องถิ่นเฉพาะทาง เฉพาะพื้นที่ มีทั่วประเทศ สมัยก่อนนั้น ผ้าไหมส่งตรงถึงสำนักพระราชวัง โดยสมเด็จพระราชินีใน ร.9 ส่วนผ้าไทยอื่นจึงตกไปเป็นหน้าที่หน่วยงานรัฐในการกำหนดส่งเสริม ได้แก่ ให้ราชการไทย แต่งกายด้วยผ้าไทย เดิมสัปดาห์ละ 1 วัน เป็นสัปดาห์ละ 3 วัน เป็นต้น ในส่วนของการส่งเสริมอาชีพ เป็น OTOP สินค้าพื้นถิ่นหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่ระยะหลังอ้างพลัง "Soft Power" ก็ยังขาดๆ เกินๆ ไม่เป็นรูปธรรม แม้จะมีความพยายามจัดอีเว้นต์ออกงาน เป็นเพียงคำกล่าวอ้าง วาทกรรมพอผ่านๆ ไป[18] งานพัฒนาไม่ต่อเนื่อง ผลิตภัณฑ์งานฝีมือดีของชาวบ้านยังต้องพึ่งช่วยเหลือตัวเองเป็นหลัก งานผ้าพื้นบ้านผลิตในไทยต่างๆ ทั้งผ้าฝ้าย ผ้าย้อมคราม ผ้าใยกัญชง (ชาวเขา) ผ้าทอมือ รวมถึงผลิตภัณฑ์เกี่ยวเนื่อง ปกติจะมีราคาแพง ด้วยต้นทุนงานฝีมืองานทำด้วยมือ (Hand made)[19] ที่ละเอียด ปราณีต ทำยาก ราชการกำหนดให้ข้าราชการซื้อสวมใส่จึงราคาแพง การดูแลรักษามีความยุ่งยาก โดยเฉพาะผ้าไหม แม้จะมีผ้าไหมโทเร (ไหมผสมใยไนลอน) ผ้าและผลิตภัณฑ์ไหมโทเรก็ยังมีราคาแพงอยู่ดี ที่พอจะราคาถูกลงบ้าง และสะดวกบ้าง ก็ผ้าฝ้ายนี่แหละ การกะเกณฑ์กำหนดให้ข้าราชการไทยแต่งกายผ้าไทย(ผ้าไหม)ที่ไม่สอดคล้องกับภาระค่าใช้จ่ายของข้าราชการผู้น้อย

(2) เรื่องโครงการอาหารกลางวันเด็กนักเรียนของ อปท. จากข้อมูลการจ้างทำอาหารกลางวัน สำหรับโรงเรียนใหญ่ๆ นักเรียนจำนวนมาก อาจไม่มีปัญหาในการบริหารจัดการ ด้วยต้นทุนที่พอมี แต่โรงเรียนขนาดเล็กนักเรียนน้อยจะมีปัญหา โดยเฉพาะในเรื่องคุณภาพอาหาร การจ้างแบบ ebidding นักลงทุนรายใหญ่ ส่วนใหญ่อยู่ในเมืองที่เข้ายื่นเสนอรับงานโรงเรียนใหญ่ มักฟันราคากันมาก เพราะผู้เสนอราคาจัดทำอาหารนักเรียนรายใหญ่ จะได้เปรียบในทุน ที่มีห้องเย็นเก็บสต็อกสินค้าอาหาร มีทุนบริหารพร้อม ปริมาณเพียงพอ คุ้มค่าดำเนินการ ต้นทุนถูก บริหารง่าย มีปริมาณอาหารที่เหลือเฟือ จำเป็นต้องมีมาตรการในการควบคุมคุณภาพอาหารเด็กด้วย คุณภาพอาหารต้องกำหนดและหมั่นตรวจ รายเล็กๆ ที่มีคุณภาพอาหารดีกว่า จึงสู้ราคาไม่ได้

สำหรับโครงการอาหารเสริมนมโรงเรียน ของ อปท. นั้น ถูกแบ่งโควต้าเขต การทุ่มตลาดไม่ได้ สตง.ได้แนะนำให้ อปท.แบ่งซื้อนม เป็นงวดๆ เดือน เพื่อเน้นคุณภาพ[20] ยังมีกรณีตัวอย่างอื่นที่ยกมาให้ดูเพียงเป็นกระสาย

 

ต้นตอแห่งปัญหาสู่สถานการณ์วิกฤตโลก

ย้อนมาดูสถานการณ์ต่างๆ ของโลกที่มีผลกระทบต่อโลก และต่อประเทศไทย ในฐานะรัฐแห่งโลก ที่ย่อมได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อๆ กันมา

(1) สถานการณ์พลังงาน (Energy) ของโลกกำลังจะหมดไป[21] โดยเฉพาะพลังงานฟอสซิล (เช่น น้ำมันและถ่านหิน) ต้นตอแห่งสงคราม ก็คือ การแก่งแย่งแหล่งพลังงาน และแหล่งอาหารนั่นเอง ปัจจุบันก็คือสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน

(2) สถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด 19) [22] ที่ทำเอาเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจไทยชะงักงันไปตามๆ กัน นี่ยังมีข่าวอีกว่าให้ระวังเพราะมีสายพันธุ์ใหม่โควิดจะเข้ามาอีก[23] นี่ก็เป็นวิกฤตที่ต้องระวังจับตา

(3) สถานการณ์ฝุ่นพิษ PM2.5 และเรื่องอากาศสะอาด[24] ที่มีผลกระทบต่อประเทศไทยมากเช่นกัน เป็นวิกฤตโจทย์ใหญ่ของประเทศอีกดอก ที่มีผลไปทั่วโลกอีกอย่างคือการลดโลกร้อน แม้ปัจจุบันไทยยังไม่ถูกบังคับใช้ แต่อีก 10 ปีข้างหน้าไทยต้องอยู่ในบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศนี้ การเตรียมการไว้จึงจำเป็น

(4) เรื่องขั้วอำนาจทางการเมืองก็สำคัญ ที่ชี้นำเศรษฐกิจโลก[25] คือ ค่ายยักษ์ใหญ่มหาอำนาจสองขั้ว ขั้วมหาอำนาจทุนนิยมเสรีประชาธิปไตย สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สหภาพยุโรป (EU) และ ขั้วมหาอำนาจฝ่ายอำนาจนิยม รัสเซีย จีน ฉะนั้น จุดยืนในการดำเนินนโยบายต่างประเทศของรัฐไทย ในการเลือกข้างในแนวนโยบายต่างประเทศกับฝ่ายมหาอำนาจโลก(Pro) จึงสำคัญมาก เพราะประเทศไทยอยู่ในย่านทำเลที่เหมาะสม ได้เปรียบเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่ดีมาก เป็นที่หมายปองของมหาอำนาจ ยิ่งอยู่ในระยะเปลี่ยนผ่าน (Transition) รัฐบาลใหม่ยิ่งสำคัญมากเป็นทวีคูณ

(5) ส่วนกระแสขั้วอำนาจทางการเมืองภายในประเทศ คือ การปะทะกันระหว่างขั้วแนวคิด[26] ฝ่ายอนุรักษ์นิยม (Conservative) กับขั้วแนวคิดฝ่ายประชาธิปไตยหัวก้าวหน้า (Liberal/Progressive) ก็ยังดำเนินไปไม่หยุด ท่ามกลางกระแสการ disrupt ของโลกโซเซียล ด้วยแนวคิดทางการเมือง กระแสหลัก คือ การปะทะกันในความเห็นต่างระหว่าง ฝ่ายขวาที่เป็นอำนาจนิยมที่ยึดพื้นที่มาอย่างยาวนานร่วม 90 ปี กับฝ่ายหัวก้าวหน้า (จัดเป็นแนวคิดฝ่ายซ้ายประเภทหนึ่ง) ที่เริ่มแรกเปิดชิงพื้นที่มาตั้งแต่ยุคเสื้อแดง เมื่อราวสิบกว่าปีก่อนแต่พ่ายแพ้ เพราะถูกด้อยค่าซ้ำเติมจากกลุ่มอีลีท มาเปิดชิงพื้นที่ทางการเมืองกันอีกครั้ง ในนามของคนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้า เมื่อคราวการเลือกตั้งปี 2562 ที่เกิดปรากฏการณ์ทางการเมืองมิติใหม่ที่มีคนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้าเข้าสภาเป็นจำนวนมาก มาถึงปี 2566 กลุ่มคนรุ่นใหม่หัวก้าวหน้าดังกล่าวที่รวมกับฝ่ายแนวร่วมอุดมการณ์ประชาธิปไตยได้เสียงเพื่อการจัดตั้งรัฐบาลมากถึง 312 เสียง แต่ก็ยังไม่สามารถชี้ชัดได้ ตามมาตรา 127[27] แห่ง พรป.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561 กล่าวคือ เมื่อพ้นกรอบเวลา 60 วันที่ กตต.ได้รับรองผลการเลือกตั้ง ส.ส.แล้ว ฝ่ายที่ชนะการเลือกตั้งจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศได้ตามฉันทามติของคนส่วนใหญ่กว่า 26 ล้านเสียงหรือไม่ อย่างไร[28] แม้จะมากจำนวนด้วยสัดส่วนถึง 66% ของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง หรือคิดสัดส่วนของฝ่ายอนุรักษ์กับฝ่ายหัวก้าวหน้า ที่สัดส่วน 30 ต่อ 70 (อ้างจากสุรชาติ บำรุงสุข, 2566) [29] จะถือเป็นชัยชนะของฝ่ายประชาธิปไตยในรอบ 90 ปีทีเดียวก็ตาม

(6) สุดท้ายมีคำถามว่า การปฏิรูปโครงสร้างทางการเมืองไทยยังมีความจำเป็นเพียงใด เพราะตลอดระยะเวลา 90 ปีที่ผ่านมาการเมืองไทยยังวนลูปกลับไปกลับมาตามวัฏจักรแห่งความชั่วร้าย มีการปฏิวัติรัฐประหารที่ไม่รู้จบ และนี่กำลังจะเกิดรัฐประหารรูปแบบใหม่ที่น่ากลัวกว่าเดิม คือ "การรัฐประหารเงียบ"[30] ที่ไม่ต้องใช้กำลังทหาร แต่ใช้กฎหมายดื้อหาเหลี่ยมลากยาว ไปเรื่อยๆ ฉะนั้น การปฏิรูปการเมืองไทย จึงจำเป็น 

 

ถึงตรงนี้ก็ฝากบ้านเมืองไทยไว้กับคนไทยทุกคนด้วย เพราะแท้จริงแล้วการเมืองเป็นเรื่องของทุกคน เป็นสำนึกรับผิดชอบของทุกคน ร่วมด้วยช่วยกันครับ


 

[1]Phachern Thammasarangkoon & Watcharin Unarine, ทีมงานหญ้าแห้งปากคอก(ท้องถิ่น), บทความพิเศษ, สยามรัฐออนไลน์, 9 มิถุนายน 2566, https://siamrath.co.th/n/453281 

[2]ยุครัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 เป็นยุคทองของการกระจายอำนาจ หรือเป็นยุคปฏิรูป (พ.ศ.2535-2540) จากพัฒนาการด้านการปกครองท้องถิ่นไทยตลอดระยะเวลา 120 ปี จำแนกเป็น 4 ยุคคือ (1) ยุคเริ่มต้น (พ.ศ.2435-2475) (2) ยุครัฐราชการ (พ.ศ 2475-2535) (3) ยุคปฏิรูป (พ.ศ.2535-2540) และ (4) ยุคเปลี่ยนผ่าน (พ.ศ.2540-ปัจจุบัน) 

ดู 120 ปี การปกครองท้องถิ่นไทย (พ.ศ.2440-2560) : พัฒนาการ และเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์ของรัฐไทย โดย ไททัศน์ มาลา, มหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์, วารสารสันติศึกษาปริทรรศน์ มจร ปีที่ 5 ฉบับที่ 1 (มกราคม-เมษายน 2560), ใน tci-thaijo, 2560, https://so03.tci-thaijo.org/index.php/journal-peace/article/download/79287/pdf_15/0

[3]แนวคิดการลดบทบาทราชการส่วนกลาง ภูมิภาคมิใช่เรื่องง่าย เพราะมีความพยายามดึงดันกันสองฝ่าย แต่ฝ่ายประชาชนและองค์กรประชาชนไม่เข้มแข็งพอ ทำให้ฝ่ายรัฐที่เป็นฝ่ายอำนาจนิยม คิดสูตรรูปแบบการปกครองท้องถิ่นไทย และ จัดรูปแบบบริหารแบบรวมอำนาจสู่ศูนย์กลางมาอย่างยาวนาน จนเรียกว่าไทยเป็น “รัฐราชการรวมศูนย์”

ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงประชาชน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ระบุว่า หากประเทศไทยไม่ให้อิสระกับท้องถิ่น จะไม่มีทางก้าวหน้าไปกว่านี้ได้ คณะก้าวหน้าและพรรคก้าวไกล ได้รณรงค์ภายใต้โครงการ “ขอคนละชื่อเพื่อปลดล็อกท้องถิ่น” รวบรวมชื่อประชาชนได้เกือบ 8 หมื่นชื่อ เพื่อเสนอแก้ไขรัฐ ธรรมนูญ ผ่านการรับฟังความคิดเห็นประชาชน แล้ว จะเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา ในวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2565 จึงขอเรียกร้องประชาชนและ อปท. ร่วมกันรณรงค์เรียกร้องให้ ส.ว.รับหลักการร่างแก้ไข นับเป็นอีกครั้งหนึ่งที่ภาคประชาชน และพรรคการเมืองจับมือกัน เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ แม้จะถูกอำนาจนิยมคว่ำอย่างซ้ำซาก 

ดู รัฐราชการรวมศูนย์, ไทยรัฐ, 18 พฤศจิกายน 2565, 05:06 น., https://www.thairath.co.th/news/politic/2555383

[4]แนวคิดในการจัดโครงสร้างการปกครองท้องถิ่นที่เป็นโครงสร้างแบบชั้นเดียว (Single-tier System) โดยที่องค์การบริหารจังหวัดจะมีอำนาจในการดำเนินกิจการในเขตจังหวัดซึ่งอยู่นอกเขตเทศบาลและสุขาภิบาลมาเป็นระบบโครงสร้างแบบ 2 ชั้น (Two-tier System) อันประกอบด้วยโครงสร้างชั้นบน (Upper- tier) ที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดถือเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดใหญ่ที่มีอำนาจหน้าที่ในการดำเนินภารกิจครอบคลุมพื้นที่ในเขตจังหวัด และโครงสร้างชั้นล่าง (Lower- tier) ที่องค์การบริหารส่วนตำบลและเทศบาลซึ่งถือเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขนาดเล็กและมีอำนาจในการดำเนินภารกิจภายในเขตองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ได้มีการกำหนดไว้อย่างชัดเจน

ดู บทสรุปผู้บริหาร “การสังเคราะห์ข้อเสนอการกระจายอำนาจและการปกครองท้องถิ่นเพื่อการปฏิรูปโครงสร้างการปกครองท้องถิ่น : การปกครองท้องถิ่นที่เสริมสร้างประชาธิปไตยท้องถิ่นและความเข้มแข็งชุมชน”, โดยสถาบันพระปกเกล้า, https://kpi.ac.th/media/pdf/M10_633.pdf

[5]Exclusive Economic Zones หรือ เขตเศรษฐกิจพิเศษ (Special Economic Zones : SEZ) หรือ ECOZONES คือ พื้นที่ที่ได้รับเลือกให้พัฒนาหรือมีศักยภาพที่จะ ได้รับการพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมเกษตร อุตสาหกรรมท่องเที่ยว หรือการนันทนาการ การค้า การธนาคาร ศูนย์กลางการลงทุนและ ศูนย์กลางการเงิน รูปแบบเขตเศรษฐกิจพิเศษมีความหลากหลาย และมีวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง ในระยะเวลาสี่ศตวรรษที่ผ่านมา ได้แก่ (1) 1960’s-80’s = Fee Zone SEZ (2) Late 1970’s-80’s = Special Economic Zone (3) 1990’s = Regional/Cluster Initiatives (4) Present (2001-2015) = 1990’s Regional/Cluster Initiatives

ดู เขตเศรษฐกิจพิเศษ - Eastern Economic Corridor (EEC), โดยอัฐพล จิรวัฒน์จรรยา ผู้เชี่ยวชาญ 12 “Thailand Industry Expo 2015”, 25 กันยายน 2558, https://www.eeco.or.th/th/filedownload/1513/cfedc0d808801703f6ffd157d8baca98.pdf

[6]จังหวัดจัดการตนเอง(Self-governing province) หมายถึง การที่ประชาชนในจังหวัดมีส่วนร่วมในการตัดสินใจกำหนดทิศทางการพัฒนา การบริหารจัดการจังหวัดของตนเองในทุกด้าน ทั้งด้านการเมืองเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สุขภาวะทางร่างกาย จิตใจ สังคมปัญญา ที่สอดคล้องกับปัญหาและความต้องการของประชาชน เมื่อเกิดปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและสังคม ก็สามารถจัดการแก้ไขปัญหาต่างๆในท้องถิ่นได้ด้วยตนเองและเท่าทันกับสถานการณ์

ดู จังหวัดจัดการตนเอง โดย ศรัณย์ จิระพงษ์สุวรรณ, สถาบันพระปกเกล้า, http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=จังหวัดจัดการตนเอง & “ร่างพระราชบัญญัติการบริหารจังหวัดปกครองตนเอง พ.ศ. ... “คำตอบหนึ่งของการ “ปฏิรูปประเทศ” โดยสรัล มารู ผู้ช่วยนักวิชาการปฏิรูปกฎหมาย สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย, public-law, 12 มกราคม 2557, 18:48 น., http://www.public-law.net/publaw/view.aspx?id=1922

[7]การบังคับใช้กฎหมายและการปฏิบัติตามกฎหมาย (Law enforcement & Law compliance) 

แนวคิดหรือทฤษฎีเกี่ยวกับการดำเนินงานด้านกระบวนการยุติธรรม โดยทั่วไป สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ทฤษฎีคือ (1) ทฤษฎีการควบคุมอาชญากรรม (Crime Control Theory) (2) ทฤษฎีกระบวนการยุติธรรม (Due Process Theory) สำหรับสังคมไทยซึ่งมีวัฒนธรรมที่เป็นระบบอุปถัมภ์กระบวนการยุติธรรมนอกจากจะเป็นไปตามทฤษฎีดังกล่าวแล้ว ยังมีอีกทฤษฎีหนึ่งคือ “ทฤษฎีใบสั่ง” ซึ่งเป็นการดำเนินกระบวนการที่ขาดอิสระและมิได้เป็นไปตามกฎหมายอย่างแท้จริง โดยผู้ที่ได้รับการปฏิบัติตามทฤษฎีดังกล่าวย่อมจะต้องมีทั้งฝ่ายที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยจากผลกระทบที่ได้รับ ส่งผลให้ประชาชนเข้าใจได้ว่ากระบวนการยุติธรรมของไทยนั้นมีสองมาตรฐาน ดังนั้นเพื่อชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนจึงขอสรุปกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นในประการดังต่อไปนี้ (1) กฎหมายฉบับเดียวกันแต่มีการปฏิบัติที่แตกต่างกันมีหรือไม่ (2) มีการนำกฎหมายไปใช้เพื่อประโยชน์แต่เพียงฝ่ายเดียวมีหรือไม่ (3) มีการขยายความหรือตีความกฎหมายในแนวทางที่ไม่ชัดเจนมีหรือไม่ (4) ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ “หลักกฎหมายห้ามมิให้มีผลย้อนหลัง” มีหรือไม่ (5) ปัญหาความศักดิ์สิทธิ์ในการบังคับใช้กฎหมาย (6) ปัญหาการตั้งข้อหาการก่อการร้าย (7) สำนึกของความยุติธรรมกับความเป็นนักกฎหมาย

ดู ปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย ปัญหาสองมาตรฐานในกระบวนการยุติธรรมไทย, โดยนางสาวเพลินตา ตันรังสรรค์ นิติกร สำนักกฎหมาย, สรุปการสัมมนาทางวิชาการ จัดโดย กระทรวงยุติธรรม โดยสำนักงานกิจการยุติธรรม ร่วมกับคณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขานิติศาสตร์  ในการจัดการประชุมทางวิชาการระดับชาติว่าด้วยงานยุติธรรม ครั้งที่ 8 และการประชุมนิติศาสตร์แห่งชาติ ครั้งที่ 7 ในหัวข้อ “นิติรัฐและพลเมือง  : ทางออกประเทศไทย” ในวันพฤหัสบดีที่ 2 กันยายน 2553 เวลา 13.00 - 16.30 นาฬิกา ณ ห้องแซฟไฟร์ 5 อาคารคอนเวนชั่น เซ็นเตอร์ศูนย์การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานีอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี, ใน วารสารจุลนิติ พ.ย. - ธ.ค. 2553, http://web.senate.go.th/lawdatacenter/includes/FCKeditor/upload/Image/b/s37%20jun_7_6.pdf 

[8]เปิดรายงานธนาคารโลก ชี้ประเทศไทยบริหารงบประมาณรัฐบาลกลาง-ท้องถิ่นไร้ ประสิทธิภาพ สร้างความเหลื่อมล้ำ, thaipublica, 11 พฤษภาคม 2555, https://thaipublica.org/2012/05/world-bank-report-the-federal-budget-local/https://documents.worldbank.org/en/publication/documents-reports/documentredirects

& ผลกระทบจากร่างกฎหมายการควบรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, โดยพิชิต กันยาวรรณ และคณะ, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม : Journal of Mani Chettha Ram Wat Chommani Vol.2 No.1 (January-June 2019, ThaiJO, 2562, https://so07.tci-thaijo.org/index.php/JMCR/article/download/157/131/762

[9]สภาพลเมือง (Civil Juries หรือ Citizen Juries) เป็นรูปแบบที่ใช้ในสหรัฐอเมริกามาตั้งแต่ทศวรรษ 70s โดยมีการคัดเลือกลูกขุนมาจำนวนหนึ่งเพื่อทำหน้าที่พิจารณากิจกรรมต่างๆ ซึ่งอาจจะใช้ระยะเวลามากน้อยแล้วแต่ภารกิจ โดยสภาพลเมืองนี้จะเป็นตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์ต่างๆ (Interest Groups) โดยคณะลูกขุน (ซึ่งของไทยเราผมใช้คำว่า “สภาพลเมือง” แทนเพื่อมิให้สับสนกับคำว่าลูกขุนในระบบศาล) จะทำหน้าที่ฟังการอภิปรายหรือการชี้แจงของฝ่ายต่างๆ รวมทั้งซักถามและฟังเหตุผลของแต่ละฝ่าย โดยเรื่องราวต่างๆ ที่จะเข้าสู่สภาพลเมืองนี้จะเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับนโยบายสาธารณะที่จะต้องร่วมกันตัดสินใจโดยใช้หลักของการมีฉันทามติร่วมกัน (consensus) แทนการโหวตเพื่อเอาแพ้เอาชนะ 

ดู สภาพลเมืองเชียงใหม่ : ประชาธิปไตยที่ปฏิบัติได้ โดยชำนาญ จันทร์เรือง นักวิชาการอิสระ, public-law, 18 กุมภาพันธ์ 2561, 18:31 น., http://public-law.net/publaw/view.aspx?id=2005

[10]“สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ” เป็นเวทีกลางของเครือข่ายที่ขับเคลื่อนคุณธรรมความดีทุกภาคส่วนของสังคม ทั้งภาครัฐ และประชาชน เพื่อร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ติดตามความก้าวหน้า กำหนดทิศทาง และพัฒนานโยบายสาธารณะในการขับเคลื่อนวาระด้านคุณธรรมความดี ให้สอดคล้องกับแผนแม่บทส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรมแห่งชาติ และรณรงค์สร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมในสังคมไทย ที่ผ่านมาศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) ได้ร่วมกับองค์กรภาคีทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และประชาชน ร่วมกันจัดสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติเพื่อการขับเคลื่อนงานคุณธรรมทั้งระดับนโยบายและปฏิบัติอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2548 จนถึงปัจจุบัน, https://www.moralcenter.or.th/%E0%B8%87%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%AA%E0%B8%A1%E0%B8%B1%E0%B8%8A%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B8%98%E0%B8%A3%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B9%81%E0%B8%AB%E0%B9%88%E0%B8%87%E0%B8%8A%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B4-%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B1%E0%B9%89%E0%B8%87%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%88-%E0%B9%98.html

& งานสมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ ครั้งที่ 8 - moralcenter, วันพฤหัสบดีที่ 1 กันยายน - วันศุกร์ที่ 2 กันยายน 2559 ณอาคารอิมแพ็คฟอรั่ม1 (ฮอลล์9)เมืองทองธานีจังหวัดนนทบุรี จัดโดย คณะกรรมการส่งเสริมคุณธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) และองค์กรภาคีร่วมจัด 78 องค์กร, https://www.moralcenter.or.th/images/Summary_Report_assembly8.PDF 

[11]ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC : ASEAN Economic Community) คือ การร่วมกันทางเศรษฐกิจของประเทศในเขตอาเซียน เพื่อผลประโยชน์ในอำนาจการต่อรองทางเศรษฐกิจ การส่งออก และการนำเข้าของสินค้า จะเริ่มใช้ใน พ.ศ.2558 ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ดำเนินการควบคู่ไปกับ ประชาคมการเมืองและความมั่นคงอาเซียน และประชาคมสังคม-วัฒนธรรมอาเซียน ซึ่งเป็นสามส่วนหลักของประชาคมอาเซียน ก่อตั้ง พ.ศ.2558 : วิกิพีเดีย

[12]นายกฯ ชี้แจงสภา รัฐบาลปฏิรูปกฎหมาย ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมให้ประเทศชาติและประชาชนโดยรวม ยืนยันทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน 

ดู นายกฯ ชี้แจงสภา รัฐบาลปฏิรูปกฎหมาย ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเป็นธรรมให้ประเทศชาติและประชาชนโดยรวม ยืนยันทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน, ข่าวทำเนียบรัฐบาล thaigov.go.th, 16 กุมภาพันธ์ 2566, https://www.thaigov.go.th/news/contents/details/65064

[13]พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว ผบก.ปปป. รักษาราชการแทน ผบก.ทล. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการตรวจสอบกรณี ส่วยสติ๊กเกอร์ รถบรรทุก ที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ สส.พรรคก้าวไกล เป็นผู้เปิดประเด็นขึ้นมา จนนำไปสู่การตรวจสอบทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตำรวจทางหลวงเป็นอีกหน่วยงานที่มีการตรวจสอบเพื่อหาหลักฐาน และเร่งคลี่คลายปัญหาดังกล่าวให้ประชาชนความคลางแคลงใจได้โดยรวดเร็ว 

ดู เด้งกราวรูด 40 'ตำรวจทางหลวง' เข้ากรุ เซ่นปม 'ส่วยสติ๊กเกอร์รถบรรทุก', คมชัดลึก, 8 มิถุนายน 2566, 18:15 น., https://www.komchadluek.net/news/crime/550671

[14]'ชัชชาติ' สวมกอด 'วิโรจน์' ฝากจัดการส่วยกทม., โพสต์ทูเดย์, 6 มิถุนายน 2566, https://www.posttoday.com/politics/695504

[15]ร.ศ.116 เป็นจุดตั้งต้นสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนารูปแบบของปกครองท้องถิ่นในลักษณะ “สุขาภิบาล” ซึ่งเริ่มต้นที่สุขาภิบาลกรุงเทพฯ ในปี ร.ศ.116 หรือ พ.ศ.2440 จากนั้น ได้พัฒนาไปสู่สุขาภิบาลหัวเมืองแห่งแรก คือ สุขาภิบาลท่าฉลอม ในปี ร.ศ.124 หรือ พ.ศ.2448 ก่อนที่จะมีการวางระบบด้วยการออกพระราชบัญญัติจัดการสุขาภิบาลตามหัวเมือง ร.ศ.127 เพื่อให้สุขาภิบาลมีโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ที่ชัดเจน สุขาภิบาลมีพัฒนาต่อเนื่องเรื่อยมาจนถึงปี พ.ศ.2495 มีการออกพระราชบัญญัติสุขาภิบาล พ.ศ.2495 มีทั้งในพื้นที่เขตเมือง (เทศบาล) และพื้นที่กึ่งเมืองกึ่งชนบท (สุขาภิบาล) และพื้นที่ชนบท คือ องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) ซึ่งเป็นนิติบุคคลที่มีอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบเป็นของตนเอง และมีอำนาจความรับผิดชอบในพื้นที่นอกเขตเทศบาลและเขตสุขาภิบาลเท่านั้น

ดู การปกครองท้องถิ่น ร.ศ.116 โดยรองศาสตราจารย์ ดร.อรรถสิทธิ์ พานแก้ว, ฐานข้อมูลการเมืองการปกครอง สถาบันพระปกเกล้า, http://wiki.kpi.ac.th/index.php?title=การปกครองท้องถิ่น_ร.ศ._116

[16]จากข้ออ้างว่าได้มีการกระจายอำนาจ 101 PUB ชวนสำรวจสถานะของการกระจายอำนาจท้องถิ่นในประเทศไทยในช่วงเวลากว่าสองทศวรรษที่ผ่านมาว่ามีพลวัตเป็นอย่างไรและมีปัญหาใดบ้างที่รอการแก้ไขเพื่อให้ท้องถิ่นสามารถบริหารจัดการได้ดีกว่าที่เป็นอยู่ อปท. หน้าที่มาก ทรัพยากรน้อย ถูกรัฐบาลส่วนกลางควบคุมผ่านงบประมาณ ตามที่ระบุไว้ใน พ.ร.บ.กำหนดแผนฯ 2542

ดู ประเมินสถานะการกระจายอำนาจ: 2 ทศวรรษที่ยังไปไม่ถึงเป้า, โดยสรวิศ มา, The 101 World, 3 พฤศจิกายน 2565, https://www.the101.world/two-decades-of-decentralization/ 

[17]ตามมติของที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2563 เห็นชอบมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนการใช้และสวมใส่ผ้าไทย โดยการรณรงค์เชิญชวนคนไทยสวมใส่ผ้าไทยอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน ตามที่กระทรวงมหาดไทย โดยกรมการพัฒนาชุมชนนำเสนอ เพื่อส่งเสริมให้ข้าราชการ ประชาชน แต่งกายด้วยผ้าไทยตามความเหมาะสมของท้องถิ่น “เพิ่มขึ้น” หรือ “อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 วัน” สนับสนุนและเผยแพร่ภูมิปัญญาผ้าพื้นถิ่นไทยให้ดำรงคงอยู่ปรากฏเป็นความภาคภูมิใจของคนไทย พร้อมปลุกเศรษฐกิจชุมชนให้กลับมาคึกคักในช่วงวิกฤตโควิด-19 อีกทั้งเป็นการสืบสานพระราชปณิธานของ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” 

ดู สืบสาน อนุรักษ์ศิลป์ผ้าถิ่นไทย ดำรงไว้ในแผ่นดิน ร่วมใจ “ใส่ผ้าไทย” ชุมชนเข้มแข็ง พึ่งพาตนเองยั่งยืน, นิตยสารศิลปวัฒนธรรม, 17 กรกฎาคม 2563, https://www.silpa-mag.com/advertorial/article_52841

[18]ตัวอย่างกิจกรรมจังหวัดอุตรดิตถ์มีร้านค้าทั้งหมดเข้าร่วมทั้งหมด จำนวน 50 ร้านค้า ประกอบด้วย กลุ่มเป้าหมายตามโครงการ KBO กลุ่มเป้าหมาย สมาชิกกองทุนพัฒนาบทบาทสตรี และร้านค้าต้นไม้ สินค้า OTOP และสินค้าชุมชน ทั้งในจังหวัดอุตรดิตถ์ 

ดู จังหวัดอุตรดิตถ์ ทดสอบตลาดโครงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ OTOP โดยเครือข่ายองค์ความรู้ KBO (Knowledge - Based OTOP : KBO), สำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์, 3 พฤษภาคม 2566, https://thainews.prd.go.th/th/news/detail/TCATG230503184149757 & ปัญหาและแนวทางส่งเสริมการขายสินค้าโอทอปบนตลาดออนไลน์ โดย จังหวัดอุตรดิตถ์ : UT PROVINCE, 2562, https://so03.tci-thaijo.org/index.php/JMND/article/download/224241/154862/753790

& ปัญหาของ OTOP โดยรวมของทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ ในการเตรียมความพร้อมของผู้ประกอบการ OTOP สู่การรวมตัวของ AEC ตามกรอบ ASEAN SMEs เกี่ยวข้องกับการสร้างเครือข่ายธุรกิจ ด้านการบริหารจัดการ ด้านการตลาด ด้านการผลิต ด้านการเงินและแหล่งเงินทุน ด้านเทคโนโลยีและด้านการสนับสนุนจากภาครัฐ

ดู ปัญหาและแนวทางการปรับตัวของ OTOP เพื่อพร้อมรับการเปิด AEC (The Problems and the Adaptation of OTOP to AEC), โดยดร.ธันยมัย เจียรกุล, มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ, ในวารสารวารสารนักบริหาร : Executive Journal ปีที่ 34 ฉบับที่ 1 มกราคม-มิถุนายน 2557, https://www.bu.ac.th/knowledgecenter/executive_journal/jan_june_14/pdf/aw18.pdf

[19]งานแฮนด์เมด (Handmade)คือ ชิ้นงานที่ทำด้วยมือ ล้วนๆ ไร้เครื่องจักรอุตสหกรรมมาเกี่ยวข้อง ใครใช้จักรไม่เป็น ไม่มีปัญหา เพราะงานนี้ใช้ฝีมือ และความตั้งใจล้วนๆ เหล่านี้เป็นเสน่ห์ของชิ้นงาน บรรจงทำด้วยมือ ไม่ว่าจะงานผ้า งานกระดาษ หรืองานหนังแท้ เป็นต้น

[20]โครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษาเริ่มทดลองเมื่อ พ.ศ.2495 แต่ขาดงบประมาณทำให้ไม่สามารถจัดอาหารกลางวันให้กับนักเรียนที่ขาดแคลนได้อย่างทั่วถึง ต่อมา พ.ศ.2530 สำนักงานคณะกรรมการประถมศึกษาแห่งชาติ มีนโยบายให้โรงเรียนประถมศึกษาทุกโรงเรียนดำเนินโครงการอาหารกลางวัน

ต่อมา พ.ศ.2535 จึงได้มีพระราชบัญญัติกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา มีการจัดตั้งกองทุนเพื่อโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียนประถมศึกษา วงเงิน 6,000 ล้านบาท เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนช่วยเหลือเด็กที่มีปัญหาทุพโภชนาการ

พ.ศ.2542 คณะรัฐมนตรีมีมติให้นักเรียนทุกคนได้รับประทานอาหารกลางวันทุกวัน โดยให้เป็นความร่วมมือระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และทุกกระทรวง ทบวง กรม ให้การสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการ ถือเป็นนโยบายที่สำคัญของรัฐบาล

ต่อมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2544 กระทรวงศึกษาธิการได้ถ่ายโอนงบประมาณค่าอาหารกลางวันไปให้กระทรวงมหาดไทย ตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ.2542 ซึ่งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นได้จัดสรรงบประมาณค่าอาหารกลางวันและนมโรงเรียนให้แก่โรงเรียนตั้งแต่ปีงบประมาณ 2546 จนถึงปัจจุบัน

ดู ปัญหาอาหารกลางวันและนมโรงเรียน, โดยสายพิน แก้วงามประเสริฐ, มติชน, 12 กรกฎาคม 2562, 12:59 น., https://www.matichon.co.th/article/news_1575585 

[21]สถานการณ์พลังงานของไทย สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เผยสถานการณ์ไฟฟ้าปี พ.ศ.2565 มียอดใช้พลังงานขั้นต้น อยู่ที่ระดับ 1,990 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ลดลงเล็กน้อยเพียงร้อยละ 0.1 เมื่อเทียบกับปี พ.ศ.2564 เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 คลี่คลายลงและประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสู่ภาวะปกติเพิ่มมากขึ้น สำหรับปี พ.ศ.2566 คาดการณ์ว่าการใช้พลังงานขั้นต้นปีจะเพิ่มเพียงร้อยละ 2.8 จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ และการเดินทางภายในประเทศและการเดินทางระหว่างประเทศมากขึ้น

ดู สนพ. คาดการณ์การใช้พลังงานปี’66 เพิ่มขึ้น 2.8% จากการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ, Green Network thailand, 4 เมษายน 2566, https://www.greennetworkthailand.com/eppo-energy-update-2566/

[22]การวิเคราะห์สถานการณ์โควิด-19 และมาตรการทาง เศรษฐกิจและสังคมสำหรับประเทศไทย ปี 2565-2566 จากสถานการณ์โควิด-19 ในโลกโดยทั่วไปดีขึ้นตามลำดับ อย่างไรก็ดีล่าสุดในวันที่ 1 เมษายน 2566 เมื่อตรวจสอบข้อมูลยังพบว่า หลายประเทศยังมีอัตราผู้ติดเชื้อค่อนข้างสูง รวมถึงยังมีอัตราการตายด้วย ดังแสดงในรูปที่ 1 และ 2 แสดงอัตราการตายรายสัปดาห์แยกตามภูมิภาคในโลก และอัตราการตายย้อนหลัง 7 วัน แยกรายประเทศที่น่าสนใจ เช่น ในสหรัฐอเมริกา รัสเซีย เกาหลี ฝรั่งเศส ญี่ปุ่น และเยอรมัน เป็นต้น ซึ่งจากข้อมูลของ WHO หรือองค์การอนามัยโลก ยังมีคนตายวันในประเทศอเมริกาในช่วง 7 วันที่ผ่านมาถึง 2,084 คน เป็นต้น โดยประเทศในโลกส่วนใหญ่ก็ยังมีอยู่มากน้อยลดหลั่นกันไปในแต่ละสัปดาห์ ที่น่าสนใจคือประเทศนิวซีแลนด์ที่เริ่มสูงขึ้น และประเทศอินเดีย ผู้ติดเชื้อรายใหม่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วภายในเดือนที่ผ่านมา นอกจากนี้ยังมีอัตราการตายที่เพิ่มขึ้นด้วย ข่าวดีคือมีอัตราการรักษาหายรวดเร็ว ผู้เขียนเห็นว่าสำหรับการเตรียมตัวส่วนบุคคลอาจมีการเว้นระยะห่าง และใส่หน้ากาก ตามความเหมาะสมแล้วแต่สถานการณ์ และตามการพิจารณาของแต่ละบุคคลแต่ละท่านได้ ทั้งนี้ ในส่วนของวัคซีนนั้น หากมีการฉีดวัคซีนแล้ว เชื่อว่าน่าจะช่วยลดความรุนแรงของโรคโควิดไปได้ ในส่วนของสายพันธุ์ใหม่ เช่น ในปัจจุบันนี้มีข่าวในประเทศสหรัฐอเมริกาเช่นสายพันธุ์ย่อย XBB.1.5, BQ.1.1 and BQ.1 เป็นต้น หรือในประเทศอินเดียเอง ที่มี XBB.1.16 ซึ่งในความเป็นจริงทุกครั้งที่มีการระบาดมาก เป็นไปได้ว่าตามธรรมชาติความเก่งของไวรัสก็จะมีสายพันธุ์ใหม่ๆ โดยล่าสุดเท่าที่ผู้เขียนทราบมา ยังไม่ได้มีสถานการณ์ขั้นรุนแรงที่น่าเป็นกังวลจนเกินไป

ดู สงกรานต์ 2566 ยังต้องกังวลโควิด-19 แค่ไหน & ปีกระต่ายท่ามกลางสถานการณ์ผันผวนเศรษฐกิจ(ภาคต่อ), โดย รองศาสตราจารย์ ดร.อภิรดา ชิณประทีป คณะพัฒนาการเศรษฐกิจ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์, NIDA Digest, 4 เมษายน 2566, https://nida.ac.th/economic-volatility-situation/

[23]นอกเหนือจากความวิตกถึงสถานการณ์โควิดที่คาดพุ่งสูงขึ้นช่วงสงกรานต์ สังคมไทยยังกำลังวิตกถึงการระบาดของโควิดสายพันธุ์ใหม่ XBB.1.16 หรือ “อาร์คตูรุส” ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่อยู่ในการสังเกตการณ์ขององค์การอนามัยโลก ตั้งแต่วันที่ 22 มีนาคม 2566 หลังพบว่ามีผู้ป่วยในไทยแล้ว 27 ราย และเสียชีวิต 1 ราย จากข้อมูลจนถึงวันที่ 17 เมษายน 2566

“กรณีการแพร่ระบาดของเชื้อสายพันธุ์โควิด XBB.1.16 ที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก พบเชื้อแล้วใน 22 ประเทศโดยเฉพาะประเทศอินเดีย เชื้อสายพันธุ์ล่าสุดนี้มีความสามารถในการติดต่อสูงกว่าเชื้อสายพันธุ์ในอดีต เป็นที่จับตาขององค์การอนามัยโลก” นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค เปิดเผย

ดู โควิด XBB.1.16: อันตรายแค่ไหน เสี่ยงกลายเป็นสายพันธุ์หลักในไทยและทั่วโลกหรือไม่, BBC Thai, 17 เมษายน 2566, https://www.bbc.com/thai/articles/cje5e3z0xz7o

[24]ฝุ่น PM 2.5 : ความหวังรัฐบาลใหม่กับการบังคับใช้ พ.ร.บ.อากาศสะอาด โดยวีณาริน ลุลิตานนท์ และ Danny Marks, ENVIRONMENT, workpointtoday, 8 พฤษภาคม 2566, https://workpointtoday.com/thailand-air-pollution/

[25]ค่ายยักษ์ใหญ่มหาอำนาจสองขั้ว มหาอำนาจสหรัฐอเมริกา กับ รัสเซีย จีน ยุคสมัยแห่งภูมิรัฐศาสตร์: ก้าวสู่ระเบียบโลกสองขั้วอำนาจแห่งศตวรรษที่ 21 “การปะทะกันระหว่างประชาชาติ (clash of nations) กำลังจะกลับมาเป็นหัวใจของระบบการเมืองระหว่างประเทศในปัจจุบัน” ไม่มีใครปฏิเสธว่า ‘โรค’ ได้เปลี่ยน ‘โลก’ ไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ เมื่อโควิด-19 ทำปฏิกิริยาต่อดุลอำนาจภูมิรัฐศาสตร์โลกและดิสรัปต์ระเบียบโลก อย่างที่ จิตติภัทร พูนขำ เรียกโควิดว่าเป็น ‘ตัวเปลี่ยนเกม’ (game changer) หรือ ‘ตัวเร่งขนาดใหญ่’ (great accelerator) ในกระบวนการเปลี่ยนผ่านดุลอำนาจโลกไปสู่สองขั้วอำนาจ นั่นหมายความว่า สิ่งที่โลกกำลังเผชิญคือการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์ระหว่างมหาอำนาจพญาอินทรีและพญามังกรที่ทวีความเข้มข้น และความตึงเครียดระหว่างรัฐต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น คงไม่ผิดนัก หากจะกล่าวว่าปี 2022 ได้พาโลกเข้าสู่อีกยุคแห่งการแข่งขันทางภูมิรัฐศาสตร์อย่างเต็มตัว สิ่งที่เราเห็นในปีที่ผ่านมา คือระเบียบโลกที่เปลี่ยนดุลอำนาจไปสู่ระบบสองขั้วอำนาจ (Bipolar world) มากขึ้น

ดู สงคราม-มหาอำนาจแยกขั้ว: การเมืองโลก 2022 กลางทวิวิกฤต โดย ณรจญา ตัญจพัฒน์กุล, 27 ธันวาคม 2565, https://www.the101.world/world-2022/

[26]แนวคิด 2 ขั้วระหว่างมโนสำนึกส่วนรวมเพื่อรักษาเอกลักษณ์ กับเสรีภาพของปัจเจกเพื่อความก้าวหน้า ต่างโต้เถียงเพื่อต่อรองความอยู่รอด-ผิดถูกของมูลเหตุการณ์ที่ปรากฏในสังคม รศ.ดร.อรรถจักร์ สัตยานุรักษ์ ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ บอกว่าโดยสัดส่วนรวมๆ ของมนุษย์หรือสังคมมันก็ผสมๆ กันไป ไม่มีหัวก้าวหน้า 100 เปอร์เซ็นต์ และไม่มีอนุรักษ์นิยม 100 เปอร์เซ็นต์ หมายความว่า ต้องทะเลาะกันอย่างนี้ตลอดชาติ หรือมีทิศทางอื่นให้มองออกไป จากประวัติศาสตร์ เราจะเห็นถึงร่องรอยการปะทะระหว่างแนวคิดอนุรักษ์นิยมกับก้าวหน้ามาโดยตลอด อะไรคือตะกอนของแนวคิดทั้ง 2 ขั้วที่ตกค้างมาสู่ยุคสมัยปัจจุบัน

“อนุสรณ์ ธรรมใจ” (22 พฤษภาคม 2566) ชี้บทเรียนรัฐประหาร ปลุกสร้างประชาธิปไตยเข้มแข็งก้าวข้ามเผด็จการ ตามรอยอินโดนีเซีย ชู 8 ข้อเสนอทางออกจากวิกฤติทางการเมืองรอบใหม่ อย่างไรก็ตาม การต่อสู้กันแนวคิดที่เรียกกันว่า “ต่อสู้กับ Lawfare” หรือ “ต่อสู้กับนิติสงคราม” ตามที่ฝ่ายอำนาจนิยมได้เปิดศึกในหลายๆ รูปแบบ รวมทั้งการใช้ IO หรือการ Bullying การปล่อยข่าวปลอม การใช้ทฤษฎีสมคบคิด (Conspiracy Theory) การร้องเรียนกล่าวหาในทุกๆ เรื่อง หรือการฟ้องคดีปิดปากในเรื่องต่างๆ (Slap) ทำให้เป็นภาระหนักของฝ่ายประชาธิปไตยที่สังคมมองว่าถูกสกัด กลั่นแกล้ง ไม่ได้รับความเป็นธรรม เพื่อการสกัดกันฝ่ายตรงข้าม (ฝ่ายประชาธิปไตย) เป็นการมุ่งกำจัดฝ่ายประชาธิปไตยออกไปจากพื้นที่ทางการเมือง

ดู ก้าวหน้าไหว้สงฆ์ อนุรักษ์ไหว้ทุน, โดย พีชศิลป์ ชนินทร์พงศธร และ ศรีศักดิ์ พิกุลแก้ว, waymagazine, 11 ตุลาคม 2555, https://waymagazine.org/ก้าวหน้าไหว้สงฆ์-อนุรัก/& โลกที่ เสกสรรค์ เห็น คือโลกที่ฝ่ายอนุรักษ์นิยม-ก้าวหน้า ไม่เคยคิด, BBC Thai, 9 มีนาคม 2561, https://www.bbc.com/thai/thailand-43341487 & สงครามไฮบริด-สงครามพันทาง:แบบแผนการสงครามใหม่ยุคปัจจุบัน, คมชัดลึก, 16 สิงหาคม 2562, https://www.komchadluek.net/scoop/383825 & เมื่อรัฐก่อ “นิติสงคราม” กับประชาชนเราจะหยุดยั้งมันได้อย่างไร, โดยปิยบุตร แสงกนกกุล, 13 พฤษภาคม 2564, https://www.facebook.com/PiyabutrOfficial/photos/a.2260389780911559/3008404832776713/?type=3 & ย้ำบทเรียนรัฐประหาร ชู 8 ข้อเสนอก้าวข้ามวิกฤติการเมืองรอบใหม่, PPTVHD36, 22 พฤษภาคม 2566, https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%87/196976 & โฟกัส “ก้าวไกล” โชว์กระบวนท่า “บริหารล่วงหน้า” : จุดกระแสใหม่ ทะลวงเกมเก่า, ไทยรัฐ, 4 มิถุนายน 2566, https://www.thairath.co.th/news/politic/2699065

[27]มาตรา 127 ในการเลือกตั้งทั่วไป ให้คณะกรรมการประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขตเลือกตั้งได้เมื่อตรวจสอบเบื้องต้นแล้วมีเหตุอันควรเชื่อว่า ผลการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม และมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละเก้าสิบห้าของเขตเลือกตั้งทั้งหมดซึ่งคณะกรรมการต้องตรวจสอบเบื้องต้นและประกาศผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่ต้องไม่ช้ากว่าหกสิบวันนับแต่วันเลือกตั้ง

ในการตรวจสอบเบื้องต้นตามวรรคหนึ่ง คณะกรรมการต้องรับฟังรายงานของผู้ตรวจการเลือกตั้งและข้อมูลข่าวสารที่ได้รับจากแหล่งต่างๆ มาประกอบการพิจารณาด้วย

ให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับแกการประกาศผลการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่างด้วยโดยอนุโลม

ในกรณีที่มีการเลือกตั้งใหม่ กำหนดเวลาการประกาศผลการเลือกตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้เริ่มนับตั้งแต่วันที่มีการเลือกตั้งใหม่

ดู พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2561, https://www.ect.go.th/ect_th/download/article/article_20180913155522.pdf 

[28]พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคก้าวไกล และแกนนำพรรคร่วมในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชาติ พรรคไทยสร้างไทย พรรคเสรีรวมไทย พรรคเพื่อไทรวมพลัง พรรคเป็นธรรม และ พรรคพลังสังคมใหม่ แถลงภายหลังการหารือว่า มีข้อสรุป หัวหน้าพรรค 8 พรรคมีมติตั้งคณะกรรมการประสานงานช่วงเปลี่ยนผ่าน มีประธานฯ คือ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ มีตัวแทนจากพรรคการเมืองต่างๆ 

ดู เลือกตั้ง2566 : “พิธา” แถลง ตั้ง 7 คณะแรกทำงานช่วงเปลี่ยนผ่าน, Thai PBS, 30 พฤษภาคม 2566, 16:54 น., https://www.thaipbs.or.th/news/content/328332

[29]สัมภาษณ์ "อ.สุรชาติ" ฝ่ายขวาอย่าปลุกกระแสต้านก้าวไกล แนะตั้งพรรคสู้ ที่ไม่พึ่งทหาร, มติชนทีวี, 5 มิถุนายน 2566, https://m.youtube.com/watch?v=PSrA0kl43Pg

[30]รัฐประหารเงียบ คือ การใช้กองกำลังทหารเข้าควบคุมเงื่อนไขทางการเมืองต่างๆ โดยที่ไม่ยึดอำนาจนายกฯ แบบที่ประชาชนเคยเห็นในปี 2549 และปี 2557 (โพสต์ทูเดย์, 15 ตุลาคม 2563) การเลื่อนการเลือกตั้ง ก็คือรัฐประหารเงียบอย่างหนึ่ง (เอกชัย ไชยนุวัติ, 15 มกราคม 2557) และปัจจุบันหลังการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2566 เป็นต้นมากระแสเกมการเมืองสกัดพรรคที่ชนะการเลือกตั้งฝ่ายประชาธิปไตยและแนวร่วม เพื่อมิให้เป็นรัฐบาลหรือจัดตั้งรัฐบาลได้โดยง่าย ซึ่งมีผู้รู้เปรียบเปรยว่า นี่ก็คือรัฐประหารรูปแบบหนึ่ง ที่ไม่ต้องใช้กำลังทหาร แต่ใช้กฎหมายสกัดฝ่ายตรงข้าม เป็นต้น

หลังรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2549 ดร.สุรชาติ (2550) เห็นว่าเป็นการ “การรัฐประหารเงียบ” จากการผลักดันให้ ครม. นำเอาร่างพระราชบัญญัติการรักษาความความมั่นคงภายในราชอาณาจักรของคณะรัฐมนตรีผ่านเมื่อวันอังคารที่ 19 มิถุนายน 2550 ก็คือการยึดอำนาจของทหารในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งอาจจะเป็นรูปแบบที่คนโดยทั่วไปไม่คุ้นเคย เพราะเรามักคุ้นอยู่กับรูปลักษณ์ของการนำรถถังและกำลังพลทหารราบออกมาวิ่งแสดงกำลังให้เห็นอย่างน่าเกรงขามบนถนน เพื่อประกาศศักดาว่าทหารได้ยึดอำนาจแล้ว

ในรอบ 4 ปีที่ผ่านมามีศัพท์การเมืองไทยใหม่ที่นำมาใช้ เริ่มจาก ผบ.ทบ.ในสมัยนั้น (2562) คือ คำว่า “การสงครามผสมผสาน” (Hybrid warfare) ยุทธศาสตร์ทางทหารซึ่งใช้การสงครามทางการเมือง และผสมรวมการสงครามตามแบบ การสงครามนอกแบบ และการสงครามไซเบอร์ กับวิธีชักจูงจิตใจแบบอื่น ซึ่ง ตามมาด้วยคำว่า “นิติสงคราม” หรือ “Lawfare” (2564) เป็นการเล่นกับคำว่า “Warfare” ที่แปลว่าการสงคราม แทนที่รัฐจะใช้อาวุธยุทโธปกรณ์เข้าทำสงครามกับประชาชน ก็เปลี่ยนมาใช้กฎหมายเข้าทำสงครามกับประชาชนแทน ดังนั้น “นิติสงคราม” จึงหมายถึง การกำจัดศัตรูหรือฝ่ายตรงข้ามที่ต่อต้านรัฐหรือรัฐบาลโดยใช้กฎหมายและกระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ

นอกจากนี้ล่าสุดคำว่า “รัฐประหารเงียบ” ยังอาจหมายรวมถึงความหมายที่ฝ่ายอำนาจนิยมใช้สกัดฝ่ายประชาธิปไตยในทางการเมือง เช่น การปล่อยไว้เฉยๆ โดยอาศัยกฎหมายเป็นเครื่องมือ เช่น การดึงเรื่องประวิงเวลาไม่เห็นชอบรายชื่อนายกรัฐมนตรี เป็นต้น (อ้างจากรายการเจาะลึกทั่วไทย Inside Thailand หมาแก่-แมวสาว, มิถุนายน 2566)

ดู บทความ “สุรชาติ บำรุงสุข” : รัฐประหารเงียบ, โดยสุรชาติ บำรุงสุข, ข่าวประชาไท, 19 กันยายน 2550, 04:11 น., https://prachatai.com/journal/2007/09/14216 & เอกชัย ไชยนุวัติ :การเลื่อนการเลือกตั้ง คือ รัฐประหาร(เงียบ), ประชาไท, 15 มกราคม 2557, https://prachatai.com/journal/2014/01/51160 & สงครามไฮบริด-สงครามพันทาง:แบบแผนการสงครามใหม่ยุคปัจจุบัน, คมชัดลึก, 16 สิงหาคม 2562, อ้างแล้ว & รัฐประหารเงียบ กลุ่มปลดเอกจี้ประธานรัฐสภา-ส.ส.แสดงจุดยืนประชาธิปไตย, โดย คณะประชาชนปลดแอก - Free People, โพสต์ทูเดย์, 15 ตุลาคม 2563, https://www.posttoday.com/politics/635638 & เมื่อรัฐก่อ “นิติสงคราม” กับประชาชนเราจะหยุดยั้งมันได้อย่างไร, โดยปิยบุตร แสงกนกกุล, 13 พฤษภาคม 2564, อ้างแล้ว & “ประเทศนี้ระวังรัฐประหารไม่ได้ แต่ต้องคิดหาทางสู้กลับมากกว่า” ประมวลภูมิทัศน์การเมืองไทยทศวรรษ 60 กับ ยุกติ มุกดาวิจิตร, โดย สุดารัตน์ พรมสีใหม่, สนทนากับรศ.ดร. ยุกติ มุกดาวิจิตร, the101world, 11 พฤษภาคม 2566, https://www.the101.world/yukti-re-examining-the-thai-political-60/

+++

NB : 

บทความนี้ได้เผยแพร่ในเพจสิทธิมนุษยชนและการแรงงาน, เรื่อง ปรากฏการณ์ใหม่การเมืองไทย (1) : จับกระแสขั้วการเมืองไทยที่ย้อนแย้งแตกต่าง, 7 มิถุนายน 2566, 

https://www.facebook.com/laborphachern/posts/pfbid02y9orxvAHK8qoMZc4YokXHLsHwz3JrT6nmc8oBympNfaAaByYmC6Xkom7B5oV7mMZl