ขอขอบคุณท่านอาจารย์พนิจ มาก ๆ ครับ
ขอขอบคุณท่านอาจารย์พินิจที่เคารพอย่างสูง ที่ท่านได้ตอบคำถามกวน ๆ ของกระผมที่ถามท่านอาจารย์ว่า รู้มาก ๆ แล้วรู้สึกหนักตัวเองบ้างไหม คำถามที่ถามไปนั้นขอสาบานว่าไม่มีเจตนาในทางลบเลยครับ แต่เป็นการถามที่มีเจตนาว่า คนเราที่ผ่านการเรียนรู้มาก ๆ จนถือได้ว่าเป็นผู้รอบรู้และรู้รอบ ที่มีความกรุณาถ่ายทอดความรู้แก่ศิษย์มากมาย และมีนำใจอันดีงามนั้นคือผู้ประเสริฐ ผมจะกลับไปอ่านคำตอบของอาจารย์หลาย ๆ ครั้งครับ ขอขอบพระคุณอย่างสูงครับ
ตามมาอ่านครับ
ขอบคุณที่ตั้งคำถามอันเป็นเหตุให้ผมได้เขียนอะไรๆ ที่เป็นความคิด และประสบการณ์ออกมา อันอาจก่อประโยชน์ หรืออย่างน้อยก็ช่วยต่อยอด เติมเต็มให้กับผู้สนใจเรื่องเดียวกันได้บ้าง
ว่างๆลองเขียนบันทึกเพิ่มเติมสิครับ ตั้งประเด็นที่อยากสื่อออกไปเพื่อแลกเปลี่ยนกับผู้คนในวงกว้าง เอาสิ่งที่เกิดขึ้นบนเส้นทางชีวิตและการงานนั่นแหละครับ แก้มาได้อย่างไร เจอปัญหา อุปสรรคอะไรบ้าง สั้นๆก็ได้ครับถ้าไม่ค่อยมีเวลา เป็นวิทยาทานที่น่าจะช่วยเสริมการเรียนรู้ให้ใครต่อใครได้มากทีเดียวครับ
ขอบคุณในคำตอบและข้อคิดเห็นของท่านอาจารย์พินิจมาก ๆ ครับ ประสบการณ์ในการใช้สื่อที่เป็นเทคโนโลยี่สมัยใหม่ที่เป็นประเด็นปัญหาสำหรับครูที่อายุ 40 ปี ขึ้นไปอีกหนึ่งคือ การใช้เครื่องมือเหล่านี้ไม่ค่อยจะเป็น(เป็นนิดหน่อย) และเวลาที่จะใช้ไม่คอยจะมี บางที่อาจเป็นข้ออ้างแต่มันก็เป็นอย่านั้นจริง ๆ คนในวัยกลางคน(แก่) ซึ่งต้องยอมรับคนในวัยนี้ กำลังอยู่ในวัยมีงานสาระพัดทั้งส่วนตัวและส่วนรวม คงไม่มีเวลาที่จะไปนั่งหน้า Computer เป็นเวลานาน ๆ แน่ ถ้าไม่มีอาชีพที่จะต้องใช้มันโดนตรง การแก้ปัญหาก็คือการพัฒนาคนรุ่นใหม่ คือ ลูกหลาน เยาวชนโดยส่งเสริมเขามีความรู้ เพื่อให้เขาทำหน้าที่ตามความถนัดและความชำนาญ โดยเราควรรู้หลักเกี่ยวกับการบริหารจัดการที่ดีครับ ขอบคุณมากครับอาจารย์