บทที่ ๖ เรียนรู้เชิงรุก และกระจ่างชัด (visible learning)
การเรียนรู้เชิงรุก ใช้ทั้งการสอนโดยตรง (declarative mode of learning) และการฝึกปฏิบัติหรือฝึกใช้ความรู้ (procedural mode of learning) จนในที่สุดทั้งความรู้ทฤษฎีและความรู้ปฏิบัติจารึกฝังแน่นอยู่ในความจำระยะยาว (long-term memory) สามารถดึงออกมาใช้ได้อย่างอัตโนมัติ และใช้ได้ในสถานการณ์ที่ไม่คุ้นเคยมาก่อน (transfer learning)
เพื่อช่วยให้เกิดกระบวนการเรียนรู้ที่มีพลัง การเรียนรู้นั้นต้องกระจ่างชัด (visible) ต่อนักเรียน ซึ่งหมายความว่า ครูต้องกระจ่างชัดก่อน เพื่อหาวิธีช่วยให้มีความกระจ่างชัดต่อนักเรียน
การเรียนรู้ที่กระจ่างชัด เริ่มจากเป้าหมายชัด เส้นทางสู่เป้าหมายชัด เห็นความก้าวหน้าเป็นระยะๆ และรู้ว่าการบรรลุเป้าหมายระดับดีเลิศ ดี พอใช้ และ ต้องปรับปรุง เป็นอย่างไร นักเรียนแต่ละคนมีเป้าหมายระดับการบรรลุผลการเรียนรู้ และมุ่งมั่นเรียนเพื่อบรรลุผลนั้น โดยมีความกระจ่างชัดว่า ครูจะคอยช่วยเหลือสนับสนุนอย่างจริงจัง (High expectation, High support)
ผมมีความเห็นว่า ทั้งครูและนักเรียนต้องตระหนักอยู่เสมอว่า นักเรียนต้องเรียน ๔ มิติอย่างบูรณาการกันอยู่ตลอดเวลา คือ VASK (V = values -ค่านิยม, A = attitude - เจตคติ, S = skills - ทักษะ, K = knowledge – ความรู้) ต้องไม่เผลอเอาใจใส่เฉพาะการเรียนความรู้เท่านั้น
ไม่ว่าในชั่วโมงเรียนวิชา หรือชั่วโมงเรียนบูรณาการวิชา ครูพึงเตือนสตินักเรียนว่า กำลังเรียนหรือฝึกทั้ง ๔ มิติของ VASK และครูพึงสังเกตหรือประเมิน VASK ของนักเรียนทั้งชั้น และเป็นรายคน เพื่อใช้เป็นข้อมูลออกแบบการเรียนรู้ทั้ง ๔ มิติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อสังเกตเห็นข้อย่อหย่อนด้าน V และ A ของชั้น หรือของนักเรียนบางคน ครูต้องมีกุศโลบายในการแก้ไขด้านลบของ V และ A ด้วยมาตรการเชิงบวก ไม่ใช้มาตรการเชิงลบหรือการลงโทษ
วิจารณ์ พานิช
๓๐ เม.ย. ๖๖
ห้อง ๑๖๐๒ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช