บันทึกชุด เรียนรู้จากประสบการณ์ นี้ ตีความจากหนังสือ Experiential Learning : Experience as the Source of Learning and Development, 2nd Edition (2015)  เขียนโดย David A. Kolb   

ตอนที่ ๒ นี้ ตีความจากบทที่ ๑ The Foundation of Contemporary Approach to Experiential Learning   โดยสรุปคือทฤษฎีเรียนรู้จากประสบการณ์ในปัจจุบันยืนบนไหล่ยักษ์ ๓ ท่านคือ John Dewey, Kurt Lewin และ Jean Piaget   ดังแสดงในไดอะแกรมที่คัดลอกมาจากหนังสือ 

เป็นการบอกว่า ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์มีที่มาจากหลายฐาน อย่างน้อยก็ ๓ ฐาน    คือ John Dewey, Kurt Lewin และ Jean Piaget    แต่เมื่อขยายความก็มี “ยักษ์” เพิ่มผู้วางรากฐานของการเรียนรู้จากประสบการณ์ รวมเป็น ๙ ท่าน ดังระบุชื่อในตอนที่ ๑ แล้ว   คือ

William James (1841 – 1910)   ได้รับการยกย่องจาก Kolb ใน ๒ ด้านหลักๆ   คือเรื่อง ทฤษฎีความรู้สองด้าน (dual knowledge theory) คือความรู้ที่เกิดจากความสงสัย (apprehension)   กับความรู้ที่เกิดจากความเข้าใจ (comprehension)    อีกด้านหนึ่งเป็นหลักการ  ว่าการเรียนรู้มาจากประสบการณ์เท่านั้น (radical empiricism)   

Kurt Lewin (1890 – 1947)    เป็นผู้สร้าง “เทคนิค T Group” เพื่อให้ผู้เข้ารับการอบรมได้เรียนรู้จากประสบการณ์สมมติ    และเป็นผู้เสนอหลักการ “พื้นที่ชีวิต” (life space) ว่าเป็นปัจจัยสู่การเรียนรู้   ซึ่งผมตีความว่า หมายถึงการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงในชีวิต    องค์ประกอบใน “พื้นที่ชีวิต” มีมากมาย ได้แก่ ความต้องการ เป้าหมาย  ความทรงจำ  เหตุการณ์ในสภาพแวดล้อม  อุปสรรค และเส้นทางชีวิต   ปัจจัยเหล่านี้มีปฏิสัมพันธ์กันอย่างซับซ้อน    และนำสู่ความเชื่อของผมว่า “ชีวิตที่ลำบาก เป็นชีวิตที่เจริญ”  

วงจรเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ David A. Kolb เสนอ ได้แนวคิดมาจาก Kurt Lewin มากที่สุด    โดย Lewin แนะนำว่าต้องมี กระบวนการป้อนกลับ (feedback) เป็นตัวช่วยการเรียนรู้   โดยท่านได้ออกแบบ กระบวนการ T Group และ action research เป็นเครื่องมือให้ feedback  

Carl Rogers (1902 – 1987)  มีคุณูปการต่อพัฒนาการของทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ ๓ ประการ คือ  (๑) ประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่ช่วยให้คนเราพัฒนาเป็นคนที่เต็มคน  ช่วยให้เกิดการเรียนรู้และเปลี่ยนแปลง   (๒) ความสำคัญของจิตวิทยาเชิงบวก หรือความสัมพันธ์ (ความรักความหวังดี) แบบไร้เงื่อนไข ต่อการเรียนรู้เชิงลึกจากประสบการณ์  และ (๓) ทักษะการมีประสบการณ์เชิงลึก (deep experiencing)  นำสู่การค้นพบตนเอง (self-actualization)     จากการอ่านหนังสือ Experiential Learningเล่มนี้    และจากการค้นเพิ่มเติมในวิกิพีเดีย    ผมคิดว่าท่านผู้นี้น่าสนใจที่สุด ในด้านความลึกซึ้งเรื่องการเรียนรู้ของมนุษย์       

Carl Jung (1875 – 1961)   เป็นนักวิชาการด้านการเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงที่ชีวิตโลดโผนที่สุด    คือเรียนรู้จากประสบการณ์ตรงของตนเองที่เกิดอาการประสาทหลอน   เป็นผู้เสนอการพัฒนาความเป็นปัจเจก (individuation) ด้วยการเคลื่อนตัวจากการเรียนรู้เฉพาะด้าน (specialization)  สู่การบูรณาการความรู้ (integration) ที่เป็นขั้วตรงกันข้าม    เช่น มีสติระลึกรู้ (conscious)  - ไร้สติ (unconscious),  คุยกับภายในตน (introvert) – คุยกับบุคคลภายนอก (extrovert), อยู่กับความคิด (thinking) – อยู่กับความรู้สึก (feeling) เป็นต้น    ตัวผมเอง มีความเชื่อว่า ผู้มีปัญญาที่แท้จริง คือผู้สามารถนำเอาสิ่งที่เป็นขั้วตรงกันข้ามมาบูรณาการ ยกระดับสู่การใช้ประโยชน์ยิ่งใหญ่ในมิติที่สูงขึ้นได้   

John Dewey (1859 – 1952)    สนับสนุน William James ว่า การเรียนรู้มาจากประสบการณ์เท่านั้น    ซึ่งหมายความว่าท่านเชื่อในทฤษฎีปฏิบัตินิยม (pragmatism)    เป็นนักขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงระบบอุดมศึกษา ให้เน้นภาคปฏิบัติเป็นหลัก   มีความเชื่อว่า การเรียนรู้เป็นเรื่องของที่นี่และเดี๋ยวนี้ (ปัจจุบันขณะ) เป็นเป้าหมายหลัก   ไม่ใช่เน้นอนาคตเป็นเป้าหมายหลัก   และผู้ใหญ่ต้องสังเกตความสนใจ (แรงบันดาลใจ) ของเด็ก และสนับสนุนให้เด็กได้เรียนตามแรงบันดาลใจของตน         

Jean Piaget (1896 – 1980)   เป็นผู้เสนอทฤษฎี constructivism   ว่าเด็กสร้างความรู้ที่ซับซ้อนมากขึ้นใส่ตัวผ่านประสบการณ์ ที่ก่อให้เกิดความฉงนหรือความอึดอัด  ว่าสิ่งที่ประสบไม่ตรงกับความรู้ความเข้าใจเดิมของตน   เกิดการบูรณาการ (assimilation) ความรู้ใหม่เข้าไป    เกิดการปรับ (accommodation) ความเข้าใจเดิม 

Lev Vygotsky (1896 – 1934)   ผู้เสนอหลักการ Zone of Proximal Development   ซึ่งหมายถึงการเรียนรู้ในระดับซึมซับเข้าไปภายในตัว ภายในใจ (internalization)    ที่เป็นกระบวนการช่วยให้เด็กสร้างใส่ตัวผ่านกระบวนการทางสังคม (social constructivism)   โดยเครื่องมือที่ครูและผู้ใหญ่ใช้หนุนเด็ก คือ “เทคนิคให้นั่งร้าน” (scaffolding)     

Paulo Freire (1921 – 1997)  เสนอแนวทาง “เสวนาระหว่างคนที่เสมอกัน” (dialogue among equals) เพื่อให้ผู้เข้าร่วมเกิดการสร้างทฤษฎีจากการปฏิบัติ (praxis)  ที่นำสู่การสร้างสรรค์ และการเปลี่ยนแปลงตนเอง    จากแนวคิดนี้ David Kolb นำไปพัฒนา ทฤษฎีการเรียนรู้จากการสนทนา (conversational learning)    ท่านที่สนใจการประยุกต์ใช้ในโรงเรียน อ่านได้จากหนังสือ สอนเสวนา สู่การเรียนรู้เชิงรุก ที่ดาวน์โหลดได้ฟรีที่ https://pubhtml5.com/sodgg/awyk/basic/   หรือค้นด้วยชื่อหนังสือ แล้วดาวน์โหลด pdf file จากเว็บไซต์ของมูลนิธิสยามกัมมาจลก็ได้     

Mary Parker Follett (1868 – 1933)  เชื่อว่าการเรียนรู้เกิดจากปฏิสัมพันธ์   การศึกษาที่ดีเกิดจากปฏิสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนักเรียนกับครู   ท่านเชื่อว่าการเรียนรู้เกิดขึ้นในปัจจุบันขณะ   การเรียนรู้ที่ดีเกิดจากผู้เรียนถวายกายและใจให้แก่สิ่งนั้นหรือเหตุการณ์นั้น เพื่อเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงตนเอง   ท่านเชื่อว่ามนุษย์เรียนรู้และเปลี่ยนแปลงตนเองอยู่ตลอดเวลา     

เมื่อรวมกับ David A. Kolb จึงมี “ยักษ์” ๑๐ ท่าน   เป็นผู้ร่วมกันสร้างสรรค์ความรู้ความเข้าใจเรื่องการเรียนรู้จากประสบการณ์ที่นำสู่หนังสือเล่มที่ท่านกำลังถืออยู่นี้    โดยผมตีความนำเสนออีกชั้นหนึ่ง    และสรุปสั้นที่สุดได้ว่าทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์เป็นทฤษฎีที่ซับซ้อน    และตัวการเรียนรู้จากประสบการณ์เอง ก็เป็นกิจกรรมหรือกระบวนการที่ซับซ้อนยิ่ง   ต้องทำความเข้าใจผ่านหลายมุมมองหรือหลายทฤษฎี    ที่ในบางกรณีทฤษฎีเหล่านี้ขัดกัน  ที่เมื่อมองในอีกมุมหนึ่ง ทฤษฎีเหล่านี้ช่วยเติมเต็มซึ่งกันและกัน   

ทั้งหมดนั้น นำสู่ข้อสรุปว่า การเรียนรู้ของมนุษย์เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนยิ่ง    มนุษย์เองยังเข้าใจความซับซ้อนนี้ไม่ครบถ้วน    ท่านผู้อ่านหนังสือ หรือบันทึกชุด เรียนรู้จากประสบการณ์ พึงตระหนักในความเป็นจริงนี้   

ผมสรุปกับตนเองว่า ทฤษฎีการเรียนรู้จากประสบการณ์ ยืนบนฐานของความเชื่อด้านมนุษยนิยม    คือมีศรัทธาในคุณค่าของความเป็นมนุษย์ สูงกว่าศรัทธาในคุณค่าของวิชาการ   ไม่ทราบว่าผมสรุปถูกหรือผิด   

กลับไปที่ ภาพที่ 1.2 ในหนังสือ Experiential Learning ที่นำมาลงไว้ข้างต้น  ส่วนล่างของภาพระบุการนำทฤษฎีการเรียนรู้ไปใช้ประโยชน์ ๕ ประการ คือ (๑) ด้านการพัฒนาและประยุกต์ใช้ในนโยบายด้านสังคม (๒) การศึกษาฐานสมรรถนะ  (๓) การเรียนรู้ตลอดชีวิตและการพัฒนาชีวิตการทำงาน  (๔) การศึกษาจากประสบการณ์  (๕) การพัฒนาหลักสูตร    ขอย้ำประเด็นการนำไปใช้ประโยน์ดังกล่าว

และขอเถียง Mary Parker Follett ว่าการเรียนรู้ไม่ได้เกิดในปัจจุบันขณะเท่านั้น    ยังเกิดขึ้นขณะหลับ ที่สมองมีการทำงานจัดระบบข้อมูลในสมองแบบเราไม่รู้ตัว   นอกจากนั้นยังมีการเรียนรู้แบบไม่ได้ใช้ความคิดเชิงเหตุผล  ที่เรียกว่า ปัญญาญาณ (intuition) อีกด้วย   

ขอขอบคุณ นพ. เนตร รามแก้ว ที่กรุณาส่งหนังสือมาให้ 

วิจารณ์ พานิช

๙ เม.ย. ๖๖   ปรับปรุง ๓๐ เม.ย. ๖๖ ที่ห้อง ๑๖๐๒  อาคารเฉลิมพระเกียรติ  โรงพยาบาลศิริราช