วันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๖ ผมเตรียมไปพบคุณ Victoria Subirana วิทยากรด้าน mindfulness จากประเทศสเปน และเนปาล โดยลูกชายชวนไป
เตรียมโดยทบทวนว่าผมพบเธอทางออนไลน์วันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕ ในการประชุมวิชาการ Virtual Conference : Mindfulness in Action : From Classroom to Community Enhancement จัดโดยศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล ร่วมกับสถาบันอาศรมศิลป์ โดยเธอเป็น keynote speaker พูดเรื่อง The Evolution of the Mind : The only revolution in the 21st Century โดยใช้หลักการ Pedagogy for Transformation and Evolution ที่เธอจดสิทธิบัตรไว้ที่สเปน ในปี 2005
ที่ได้นำผมสู่การสะท้อนคิด และค้นคว้าต่อ เขียนบันทึกเรื่อง การเรียนรู้ทางจิตใจจากประสบการณ์ ที่เมื่อได้อ่านทบทวนตอนเช้าตรู่วันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๖ (ที่อากาศเย็นสบาย อุณหภูมิ ๒๓ องศา) ก็เกิดความคิดเสนอวิธีดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาสังคม โดยเฉพาะการแก้ปัญหาเด็กนอกระบบการศึกษา ที่เข้าใจว่าส่วนใหญ่เบื่อ ปฏิเสธ หรือเข้ากันไม่ได้กับระบบการศึกษาตามปกติด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง
ผมตีความว่า (ไม่ทราบว่าตีความถูกหรือไม่) เด็กเหล่านี้เข้ากันไม่ได้กับการเรียนรู้แบบปัจจุบัน ที่เน้นเรียนทฤษฎี สำหรับเป็นพื้นฐานสู่การปฏิบัติ ระบบการศึกษาปัจจุบันดีดเขาออกมา จะให้เขากลับเข้าสู่ระบบเดิมน่าจะยาก จึงน่าจะทดลองหาระบบใหม่ ที่ผมขอเรียกว่า ชาลาการเรียนรู้แบบใหม่ (new learning platform) สำหรับเด็กเหล่านี้ โดยเป็นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติ วนสู่การเรียนรู้ทฤษฎี
อาจเรียกว่า การเรียนรู้กลับทางก็ได้ คือทางปกติเรียนทฤษฎีก่อน นำไปฝึกปฏิบัติทีหลัง แต่แนวทางใหม่ที่เสนอ เริ่มจากการปฏิบัติ แล้วสะท้อนคิดวนกลับไปที่ทฤษฎี
ซึ่งเป็นไปตาม Kolb’s Experiential Learning Cycle และตาม บันทึกเรื่อง การเรียนรู้ทางจิตใจจากประสบการณ์
เมื่อวันที่ ๒๗ กรกฎาคม ๒๕๖๕ รศ. ดร. ลือชัย ศรีเงินยวง ผอ. ศูนย์จิตตปัญญาฯ บอกผมว่า มีหลายพื้นที่ดำเนินการใช้ DE เพื่อแก้ปัญหาเด็กและเยาวชนที่แปลกแยกกับระบบการศึกษา ต่อเนื่องจากโครงการ เด็กและเยาวชนนอกระบบการศึกษาบนเส้นทางความซับซ้อน สถานการณ์และทางออก ดำเนินการโดยศูนย์จิตตปัญญาศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล
ผมกลับไปอ่าน รายงานฉบับสมบูรณ์ของโครงการดังกล่าว ที่เพิ่งส่งให้ กสศ. เมื่อเดือน มิถุนายน ๒๕๖๕ พบประโยคสำคัญในรายงานดังกล่าวว่า เด็กเหล่านี้ “ต้องการระบบการศึกษาที่หลากหลายและเป็นหนึ่งเดียวกับชีวิต” โดยผมขอย้ำคำว่า “เป็นหนึ่งเดียวกับชีวิต”
กลับไปที่เด็กที่เข้ากับระบบการศึกษาในปัจจุบันไม่ได้ (ขอย้ำว่า ผมไม่คิดว่าเขาเป็นเด็กนอกระบบการศึกษา ผมคิดว่าเขาเป็นเด็กที่เข้ากับระบบการศึกษาในปัจจุบันไม่ได้ เพราะระบบการศึกษาในปัจจุบันไม่ยืดหยุ่นพอ) เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา กสศ. น่าจะสนับสนุนการสร้าง ชาลาการเรียนรู้แบบใหม่ (new learning platform) สำหรับเด็กเหล่านี้ โดยสนับสนุนให้กลไกในพื้นที่ของเด็กเหล่านี้เป็นผู้สร้างชาลาใหม่ ที่สอดคล้องกับบริบททางสังคมของพื้นที่นั้นๆ
จึงขอเสนอต่อ กสศ. ให้จัดการประชุมหารือ เรื่องการสร้างชาลาการเรียนรู้แบบใหม่ สำหรับเด็กที่เข้ากับระบบการศึกษาปัจจุบันไม่ได้ โดยเชิญผู้เข้าร่วมหารือ ได้แก่ รศ. ดร. ลือชัย ศรีเงินยวง ผอ. สำนักต่างๆ ใน กสศ. คือ สำนักพื้นที่ สำนักเด็กนอกระบบ สำนักครู และวสศ. ศ. ดร. สมพงษ์ จิตระดับ ผู้แทน สพฐ. คุณปิยาภรณ์ มัณฑะจิตร (ผู้จัดการมูลนิธิสยามกัมมาจล ที่มีประสบการณ์สนับสนุนทุนดำเนินการต่อเยาวชนในทำนองนี้) และผู้นำพื้นที่ที่กำลังดำเนินการเรื่องนี้ต่อเนื่องจากโครงการ เด็กและเยาวชนนอกระบบฯ ที่ ดร. ลือชัยดำเนินการให้แก่ กสศ. และผู้แทน อปท. ในพื้นที่ดังกล่าว เข้าร่วมหารือ โดยผมจะเข้าร่วมประชุมด้วย เพื่อ หาทางสร้าง โมเดลการเรียนรู้จากการปฏิบัติ ที่ตรงกับความถนัดและความต้องการของเด็กและเยาวชนกลุ่มนี้
และขอเสนอให้เชิญคุณวิกตอเรีย เข้าร่วมหารือด้วย เข้าใจว่าประสบการณ์ ๒๘ ปีของเธอที่ประเทศเนปาล และ Pedagogy for Transformation and Evolution ที่เธอออกแบบไว้ น่าจะเป็นประโยชน์ต่อการคิดออกแบบการเรียนรู้ของเด็กไทยที่เข้ากับการศึกษาในระบบไม่ได้
เป็น โมเดลการเรียนรู้จากการปฏิบัติ ที่หนุนการเรียนรู้ ๒ เป้าหมาย คือเพื่อเรียนรู้ S&K ที่จำเป็นในการดำรงชีพ และเป้าหมายที่สองคือ เพื่อเรียนรู้ เรื่อง การเรียนรู้ทางจิตใจจากประสบการณ์ ที่หนุนการพัฒนา V&A ให้ครบการพัฒนา VASK เพื่อการพัฒนามนุษย์ในศตวรรษที่ ๒๑
วิจารณ์ พานิช
๕ ม.ค. ๖๖