นักกลยุทธ์รู้ดีว่ากลยุทธ์องค์การมี 3 ระดับคือ ระดับองค์การ (Cooperate strategy) ระดับธุกิจ หรือแผนก/ฝ่าย (Business strategy) และระดับปฏิบัติการ (Functional strategy) พูดง่าย ๆ ก็คือแผนกลยุทธ์ในแต่ละระดับนั่นเอง ดังนั้นในการพัฒนากลยุทธ์ก็ควรจะมีความชัดเจนแต่ต้นว่าจะเป็นกลยุทธ์ระดับใด หรือจะเป็นกลยุทธ์ทั้งสามระดับ หรือจะเป็นกลยุทธ์เหมารวมขององค์การ ผู้สนใจสามารถศึกษาเพิ่มเติมได้จากบทเขียน หรือหนังสือว่าด้วยกลยุทธ์ครับ แต่สำหรับบทเขียนนี้จะกล่าวถึงเครื่องมือบางอย่างที่เหมาะสมกับการวิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์ในแต่ละดับ ซึ่งเป็นความตั้งใจในการเขียนบทเขียน 4 เรื่องต่อเนื่องกันในครั้งนี้ 

Evans (2013: อ้างถึงแลัวในบทเขียนต้นๆ) ได้รวบรวมเครื่องมือการพัฒนากลยุทธ์ที่สามารถเลือกใช้ในการพัฒนากลยุทธ์องค์การทั้ง 3 ระดับไว้ 46 แบบ แยกเป็นเครื่องมือสำหรับระดับปฏิบัติการ 9 แบบ ระดับธุรกิจ 14 แบบ และ ระดับองค์การ 23 แบบ แต่ผมจะไม่นำมาเสนอไว้ในบทเขียนนี้ทั้งหมด แต่จะกล่าวถึงตัวอย่างเครื่องมือในแต่ละระดับ โดยเฉพาะที่เป็นเครื่องมือที่เราค้นเคย เพื่อชี้ให้เห็นว่าเครื่องมือเหล่านั้นแท้ที่จริงแล้วเป็นเครื่องมือในการพัฒนากลยุทธ์ และเครื่องมือนั้นเหมาะสำหรับการพัฒนากลยุทธ์ระดับใดนั่นเอง 

​The 7s ของ McKinsey

          McKinsey  เป็นบริษัทให้คำปรึกษาทางการบริหาร (ตั้งขึ้นปี 1926) และ​รูปแบบการวิเคราะห์องค์การที่เรียกว่า The 7s Framework นี้พัฒนาขึ้นโดย ​Robert H Waterman & Tom Peters ในปี 1980 เพื่อใช้ในการวิเคราะห์องค์การเพื่อการเปลี่ยนแปลงองค์การ ซึ่ง​ Evans  เสนอให้ใช้เครื่องมือนี้ในการวิเคราะห์และกำหนดกลยุทธ์ระดับปฏิบัติการขององค์การ 

        7​s ของรูปแบบการวิเคราะห์องค์การนี้ประกอบด้วย กลยุทธ์ (​​S: Strategy) โครงสร้าง (​S: Structure)  ระบบ (S: Systems) ทักษะ (S: Skills) คณะทำงาน (S: Staff)  วิธีทำงาน (S: Style) และ ค่านิยมร่วม ​(​Shared values) 

        กลยุทธ์ หมายถึงแผนสู่ความสำเร็จขององค์​การ ที่สำคัญคือต้องแตกต่างคู่แข่ง  

        โครงสร้าง หมายถึงสายการบังคับบัญชา การสั่งการ และการรายงานผลการดำเนินงาน ซึ่งต้องแยกกันให้ขัดเจน ไม่สับสน 

         ระบบ หมายถึงกระบวนการและกระบวนวิธีการดำเนินงานขององค์การ 

         ทักษะ หมายถึงความสามารถของบุคลากรที่จะทำให้การดำเนินงานขององค์การสู่ความสำเร็จ

         คณะทำงาน หมายถึงการสร้างทีมงานที่ประกอบด้วยบุคคลที่มีความรู้ความสามารถ และทำงานร่วมกันสู่ความสำเร็จขององค์การได้ 

        วิธีทำงาน หมายถึงสไตล์การบริหารงานขององค์การที่ตัดสินใจเกี่ยวกับงานที่จะดำเนินการ เลือกคณะทำงาน และผลผลิตขององค์การ 

         ค่านิยมร่วม หมายถึงความเชื่อและคุณค่าร่วมทุกบุคลากรในองค์การเชื่้อและทำร่วมกันเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น และการดำรงไว้ซึ่งสุขภาพองค์การ 

         รายละเอียดของหลักการ วิธีการ และประโยชน์ในการนำใช้ The 7s Framework  หรือ Model นี้ศึกษาเพิ่มเติมได้จากหนังสือของ Evans  และหนังสืออื่นอีกมากครับ 

​Blue Ocean Strategy 

          นักวิชาการไทยแปลแนวคิดนี้ไว้หมายแบบ เช่น ​กลยุทธ์น่านน้ำสีคราม กลยุทธ์คตลาดน่านน้ำสีฟ้า  หรือเขียนทับศัพท์ ผมขอใช้คำว่า ‘กลยุทธ์ทะเลฟ้า’ เพื่อให้เห็นความแตกต่างกับ ‘กลยุทธ์ทะเลเดือด (​​​​Red Ocean Strategy)’   เพราะกลยุทธ์ทะเลฟ้านี้เป็นทางเลือกเชิงกลยุทธ์ขององค์การจากแนวคิดเดิมที่ใช้การแข่งขันแบบแพ้-ชนะ หรือตายไปข้างหนึ่ง เป็นกลยุทธ์แบบร่วมกันหาทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับลูกค้า โดยไม่ทำลายกันเองน่าจะเป็นทางรอดร่วมกันของธุรกิจมากกว่า 

         Evans  เสนอให้ใช้แนวคิดนี้ในการวิเคราะห์และพัฒนากลยุทธ์ระดับธุรกิจ หรือแผนก โดยชี้ให้เห็นว่ากลยทธ์ในการดำเนินธุรกิจนั้นองค์การสามารถสร้างความแตกต่างในธรุกิจที่ทำ และผลตอบแทนที่พออยู่ได้ มีส่วนแบ่งการตลาดที่ยังมีช่องว่าง หรือช่องทางให้ธุรกิจเดียวกันอยู่ด้วยกันได้ บนหลักการสำคัญ 6 หลัก คือ 

         1. การทบทวนและกำหนดขอบเขตพื้นที่การตลาดใหม่ 

         2. มุ่งเน้นภาพรวมใหญ่ของธุรกิจมากกว่า 

         3. เข้าถึงอุปสงค์ใหม่ แทนที่เป็นอยู่ 

         4. หากลยุทธ์ต่อเนื่องที่ถูกต้องและเป็นไปได้ 

         5. ก้าวข้ามภาระที่องค์การต้องแบกอยู่ในปัจจุบันให้ได้ 

         6. สร้างปฏิบัติการขององค์การให้เป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ 

         การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์หรือบริหารของตนเองเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินการตามกลยุทธ์นี้โดยทบทวนปัจจัยความสำเร็จหลัก (​Key success factors) ขององค์การใหม่ โดยตั้งคำถามต่อไปนี้ 

  • ปัจจัยความสำเร็จหลักใดที่กำหนดไว้เพียงแค่ว่าให้มีปัจจัยนั้น โดยไม่ได้ใส่ใจมากนัก ควรตัดทิ้ง 
  • ปัจจัยความสำเร็จหลักใดที่ควรลดระดับมาตรฐานลงได้ ก็คือทำ 
  • ปัจจัยความสำเร็จหลักใดที่ควรเพิ่มระดับความสำคัญให้สูงกว่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ได้ ก็ควรทำ 
  • ปัจจัยความสำเร็จหลักใคที่องค์การไม่เคยกำหนดไว้ หรือไม่เคยแม้จะคิด แต่ถ้าสิ่งนั้นสำคัญ ก็ควรทำ

รายละเอียดของเครื่องมือนี้ยังมีอีก แต่คงไม่สามารถนำเสนอในบทเขียนนี้ได้ทั้งหมด และวัตถุประสงค์ของบทเขียนนี้ก็เพื่อชี้ให้เห็นว่า เครื่องมือการพัฒนากลยุทธ์มีมากกว่า ​SWOT  และเครื่องมือแต่ละแบบมีวัตถุประสงค์ต่างกันในการนำใช้ในการพัฒนากลยุทธ์

​The eight phases of change ของ Kotter

          Evans เสนอ เครื่องมือนี้เป็นหนึ่งในจำนวน 23 เครื่องมือการพัฒนากลยุทธ์ระดับองค์การ และผมเลือกเครื่องมือนี้มานำเสนอเพราะจุดมุ่งหมายหลักของการกำหนดกลยุทธ์ขององค์การก็เพื่อสร้างความเปลี่ยนแปลงอย่างมีแผนให้กับองค์การนั่นเอง 

           8 ระยะในการเปลี่ยนแปลงองค์การของ​ Kotter มีสาระโดยสรุปดังนี้ 

           1. การสร้างวาระความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลง (Establishing a sense of urgency)  ศึกษาตลาดและการแข่งขันที่เป็นอยู่ ระบุและวิพากษ์วิกฤติ และโอกาสขององค์การ 

           2. สร้างแนวร่วม (​Creating the guiding coalition) แสวงหาแนวร่วมหลักเพื่อการเปลี่ยนแปลง สร้างความเข้าใจและเชิญชวนเป็นทีมงานขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง 

           3. พัฒนาวิสัยทัศน์การเปลี่ยนแปลง (Developing change vision) กำหนดวิสัยทัศน์ที่เป็นเป้าหมายการเปลี่ยนแปลง และพัฒนากลยุทธ์ที่จะทำให้องค์บรรลุการเปลี่ยนแปลงดังกล่า 

            4. สื่อสารการเปลี่ยนแปลงเพื่อขยายแนวร่วม (Communicating the vision for buy-in) ทำทุกวิถีทางในการสร้างความเข้าใจวิสัยทัศน์และกลยุทธ์การเปลี่ยนแปลง สอนพฤติกรรมการเปลี่ยนแปลงตามวิสัยทัศน์โดยพฤติกรรมตัวอย่างของทีมแนวร่วมขับเคลื่อน 

           5. เสริมสร้างพลังการเปลี่ยนแปลงให้กว้างขวางยิ่งขึ้น (Empowering broad-based action)  ขจัดอุปสรรคการเปลี่ยนแปลง ยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงระบบ หรือโครงสร้างองค์การที่เป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ยนแปลง ส่งเสริมความกล้าเสี่ยง และลดความคิดการต่อต้านดังเดิม หรือกิจกรรม หรือ การกระทำที่ขัดขวางการเปลี่ยนแปลง 

          6. สร้างความสำเร็จระยะสั้นให้เกิดขึ้น (Generate short-term wins)  มีแผนที่จะทำให้เกิดความสำเร็จระยะสั้นของการเปลี่ยนแปลง ดำเนินการให้สำเร็จ ให้รางวัลความสำเร็จและบุคคลที่เกี่ยวข้องกับความสำเร็จดังกล่าว

          7. กัดไม่ปล่อย (Never letting up) แม้ว่าการดำเนินการจะมีปัญหา จงอย่าถอดใจ และถ้าจำเป็นก็ต้องรื้อระบบ ปรับโครงสร้าง และเปลี่ยนนโยบายที่ไม่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลง ถ้าจำเป็นอาจจะต้องจ้างบุคลากร หรือ​ change agent ที่จะทำให้การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นให้จงได้

          8. ผนวกการเปลี่ยนแปลงเป็นวัฒนธรรมองค์การ (Incorporating changes into the culture)  สื่อสารให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมใหม่และความสำเร็จขององค์การ และพัฒนาวิธีการเพื่อพัฒนาภาวะผู้นำและผู้สืบทอดการเปลี่ยนแปลง และวัฒนธรรมใหม่ขององค์การ 

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเครื่องมือและแนวทางในการพัฒนากลยุทธ์ ผู้สนใจควรศึกษาเพิ่มเติมในหนังสือของ Evans ซึ่งผมได้เสนอไปแล้วในบทเขียนก่อน ๆ โน้น 

และหวังว่าบทเขียน 4 เรื่องที่ผ่านมาจะเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจ และนักพัฒนากลยุทธ์พอสมควรนะครับ 

สมาน อัศวภูมิ 

9 เมษายน 2566