Evans (2013) กล่าวถึงเครื่องมือในการวิเคราะห์​สภาวะองค์การไว้ 6 เทคนิค คือ การทำความเข้าใจส่วนประกอบสำคัญขององค์การ เครื่องมือวิเคราะห์ประเด็นปัญหาของ Minto หลักการ 80/20 ของ Pareto เครื่องมือแยกแยะส่วนประกอบองค์การของ Koch เครื่องมือวิเคราะห์5C และ​การวิเคราะห์ SWOT 

เครื่องมือที่ดีที่สุดในการวิเคราะห์สภาวะองค์การเพื่อให้ผู้วางแผนได้เข้าใจปัญหาขององค์การมากขึ้นในความเห็นของ​ Evans คือ เครื่องมือการวิเคราะห์ประเด็นปัญหาของ​ Minto 

คำถามที่นักวางแผนกลยุทธ์ต้องตอบในการพัฒนากลยุทธ์ คือ ขณะนั้นองค์การมีความเสี่ยงในเรื่องใด และมีโอกาสในเรื่องใด ในการดำเนินงานที่ผ่านมาองค์การเสียลูกค้ามากน้อยเพียงใด เพราะอะไร 

ความเสี่ยงและโอกาสอาจจะเกิดจากปัจจัยภายนอกองค์การ เช่น สภาวะเศรษฐกิจขณะนั้น หรือการขยับตัวของคู่แข่งในธุรกิจ  หรืออาจจะเกิดจากปัจัยภายในองค์การ การสูญเสียลูกค้าอย่างมีนัยสำคัญ หรือคู่แข่งจะแย่งทีมขายมือดีของเราไหม หรือมีใครในทีมขายของเราที่เตรียมย้ายไปอยู่กับคู่แข่งหรือไม่ เป็นต้น 

นักวางแผนกลยุทธ์ต้องตั้งคำถามและหาคำตอบในประเด็นเหล่านี้เพื่อนำมาใช้ในการกำหนดกลยุทธ์ขององค์การ ส่วนวิธีการในการวิเคราะห์ของนักวางแผนแต่ละชุดอาจจะแตกต่างกันไป สำหรับวิธีการของ ​Minto ที่เรียกว่าหลักการพีระมิดเริ่มต้นด้วย S-C-Q  framework คือ 

       ​​S: Situation เขียนบรรบายสถานการณ์ขององค์การสั้น ๆ ว่าองค์การทำธุรกิจเรื่องอะไร ปัจจุบันเป็นอย่างไร และที่ผ่านมาเป็นอย่างไร 

       C: Complication  เขียนบรรยายข้อจำกัดสำคัญที่จะส่งผลต่อการเติบโตการขายและกำไรขององค์การ 

       Q: Key question  อะไรคือคำถามเชิงกลยุทธ์ในการพัฒนากลยุทธ์ขององค์การ 

        หลังที่่ตั้งคำถามเชิงกลยุทธ์แต่ละคำถามแล้ว ให้ตั้งคำถามย่อย 3, 4, 5, … คำถามที่เกี่ยวข้องกับคำถามเชิงกลยุทธ์ดังกล่าว ก่อนจะตอบคำถามเชิงกลยุทธ์ดังกล่าว เสร็จแล้วให้ตั้งคำถามย่อยในแต่ละคำถามยอยชุดแรกไปเรื่อยๆ   3 - 4 ชุดย่อย หรือจนกว่าจะเห็นว่าไม่มีคำถามแล้ว โดยมีหลักในการตั้งคำถามดังนี้ 

          1. แต่ละคำถามมีตรรกะเชิงระดับการถาม เช่น ระดับสำคัญ ระยะเวลา หรือโครงสร้างความคิด 

          2. แต่ละคำถามควรแยกขาดจากกัน ไม่ซ้ำซ้อนกัน 

          3. เป็นคำถามที่จะตอบว่า ‘ใช่/ ไม่ใช่’ คำถามต้องไม่เป็นคำถามเชิงเหตุผล หรืออธิบาย 

          4. ลำดับชั้นของคำถามย่อยในแต่ละคำถามเชิงกลยุทธ์แต่ละประเด็นไม่ควรเกิน 7 ชั้น และควรมากกว่า 1 ชั้น 

         แล้วนำคำถามเหล่านั้นมาเขียนเป็นพีระมิดคำถาม เริ่มจากคำถามเชิงกลยุทธ์แต่ละข้อ เรียงลงไปตาลำดับของคำถามย่อย จนครบทุกลำดับชั้นของคำถามย่อย 

          กระบวนการตั้งคำถามและวิเคราะห์องค์การดังกล่าวจะทำให้คณะวางแผนได้เห็นและเข้าใจสภาวะที่องค์การเผชิญอยู่ชัดเจนยิ่งขึ้น และนำไปสู่ข้อสรุปเชิงกลยุทธ์ขององค์การ ซึ่งเป็นคำตอบเดียวในแต่ละประเด็นกลยุทธ์ที่ไม่ใช่คำถามแบบ​ ‘ ใช่/ ไม่ใช่’ แต่เป็นข้อความเชิงกลยุทธ์ 

ส่วนการวิเคราะห์ SWOT นั้น Evans นำเสนอไว้ว่าเป็นเทคนิคที่เข้าใจง่าย ใช้กันแพร่หลาย ดูดี แต่ไม่ได้ช่วยให้กำหนดกลยุทธ์เท่าที่ควร หรือไม่แต่ชี้ทิศกลยุทธ์ว่าจะเป็นอะไร อย่างไร 

สำหรับ ​SWOT Analysis  เป็นเทคนิคการวิเคราะห์ที่พัฒนาขึ้นโดย Kenneth R Andrews ในปี 1960 เป็นแมตริกแบบ 2 x 2 ​ด้านหนึ่งเป็นปัจจัยภายใน ประกอบด้วยจุดแข็งและจุดอ่อนขององค์การ (Strengths, Weaknesses) ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นปัจจัยภายนอก ประกอบด้วยโอกาส และภัยคุกคาม (Opportunities, Treats)  

การนำใช้ SWOT ในการวิเคราะห์สภาวะองค์การนัั้นเป็นเทคนิคการระดมสมองอีกแบบหนึ่ง ซึ่งเป็นเครื่องมือที่ดีอีกอันหนึ่ง แต่ ​Evans ชี้ว่าข้อมูลจาก​ SWOT ค่อนข้างกว้างไม่ชี้ชัดว่าปัจจัยใดส่งผล หรือไม่ส่งผลต่อผลิตภัณฑ์ หรือการตลาดขององค์การ ไม่บอกถึงความต้องการของตลาด การซื้อของลูกค้า การแข่งขันกับคู่แข่ง หรือความสามารถขององค์การ ขาดข้อมูลเชิงนำหนักของปัญหา และบางทีข้อมูลที่ได้จากการระดมสมองมีมากมาย แต่ไม่รู้ว่าจะนำไปใช้ในการกำหนดกลยุทธ์อย่างไร 

ผมเองก็ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างผลการวิเคราะห์ SWOT กับการกำหนดกลยุทธ์เช่นกัน แม้ว่าตอนหลังจะมีการนำเข้าเมตริก TOWS และนำไปสู่ข้อสรุปว่าองค์การมีจุดอ่อนจุดแข็งอะไร โอกาสเป็นอย่างไร แต่การจะกำหนดกลยุทธ์ยังมีประเด็นที่ต้องคิดต่ออีก อย่างไรก็ตามผมเห็นว่าการนำใช้ SWOT จะมีคุณค่ามากขึ้น และมีประเด็นในการกำหนดกลยุทธ์ได้นั้นก็ควรดำเนินการควบคู่ไปกับการกำหนดจุดหมายเชิงกลยุทธ์ขององค์ กล่าวคือ การวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็ง โอกาส หรือภัยคุกคามขององค์การนั้น ควรวิเคราะห์โดยมีจุดหมายเชิงกลยุทธ์เป็นที่ตั้ง เช่น ถ้าสมมติว่าโรงเรียนจะตั้งเป้าเป็นโรงเรียนสองภาษา (ภาษาไทยและภาษาอังกฤษ) ชั้นเยี่ยมของประเทศ การวิเคราะห์จุดอ่อนหรือจุดแข็งก็จะดูจากสภาพปัจจุบันว่าโรงเรียนมีครูภาษาไทย และภาษาอังกฤษชั้นเยี่ยมหรือไม่ ถ้าโรงเรียนมีครูทั้งสองภาษาเพียงพอและมีคุณภาพก็คือจุดแข็ง ถ้าโรงเรียนไม่มีครูดังกล่วก็คือจุดอ่อน แต่ถ้าโรงเรียนยังยืนยันจะเป็นโรงเรียนสองภาษาชั้นเยี่ยม ก็ต้องหาครูมาให้เพียงพอ ส่วนโอกาสและภัยคุกคาม ก็ต้องดูว่าแถบนั้นมีโรงเรียนสองภาษาชั้นเยี่ยมหรือยัง ถ้ามีนั่นคือภัยที่ต้องสู้ ถ้าไม่มีนั่นคือโอกาสที่โรงเรียนสองภาษาชั้นเยี่ยมของเรา เป็นต้น จุดหมายเชิงกลยุทธ์กับการวิเคราะห์ SWOT ควรดำเนินการควบคู่กันดังกล่าวมาแล้วข้างต้น 

สมา อัศวภูมิ 

7 เมษายน 2566