หลวงพระบาง เมืองมรดกโลก (6) วัดวิชุนราช พระธาตุหมากโม

วัดวิชุนราช พระธาตุหมากโม ตั้งอยู่บนถนนวิชุนราช ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองหลวงพระบาง สร้างขึ้นโดยพระเจ้าวิชุนราช เมื่อพ.ศ. 2046 วัดแห่งนี้จึงมีชื่อว่า "วัดวิชุนราช" ตามพระนามของกษัตริย์ผู้สร้างวัดแห่งนี้ จุดประสงค์ที่ทรงสร้างวัดวิชุนราชนั้นเพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบาง ซึ่งอาราธนามาจากเมืองเวียงคำ หรือ เมืองเวียงจันทน์ในปัจจุบัน พระบาง พระคู่บ้านคู่เมืองของหลวงพระบางเคยประดิษฐานอยู่ที่วัดวิชุนราชถึง 2 ครั้ง ครั้งแรกตั้งแต่ปี พ.ศ. 2058-2258 ครั้งที่สองตั้งแต่ปี พ.ศ.2382-2537
ตามตำนานของเมืองหลวงพระบางได้จดบันทึกเกี่ยวกับการสร้างวัดวิชุนราชว่าใช้ไม้ในการปลูกสร้างมากกว่า 4,000 ต้น
ภายในวัดมีปทุมเจดีย์หรือพระธาตุดอกบัวใหญ่ ซึ่งพระนางพันตีนเชียง อัครมเหสีของพระเจ้าวิชุนราช โปรดให้สร้างขึ้นในบริเวณวัดเมื่อ พ.ศ. 2057 อีก 1 องค์ รูปทรงของเจดีย์มีลักษณะคล้ายผลแตงโมผ่าซีกวางคว่ำลงบนฐาน ชาวเมืองหลวงพระบางจึงเรียกว่า "พระธาตุหมากโม"
พระธาตุหมากโมเป็นทรงโอคว่ำ ยอดพระธาตุมีลักษณะคล้ายรัศมีแบบเปลวไฟของพระพุทธรูปแบบลังกาหรือสุโขทัย บริเวณมุมฐานชั้นกลางและชั้นบนมีเจดีย์ทรงบัวตูมทั้งสี่ทิศ พระธาตุหมากโมนี้มีสีดำเก่าๆแม้ว่าจะเคยผ่านการบูรณะปฏิสังขรณ์มาแล้วถึงสองครั้ง ในปีพ.ศ. 2402 รัชสมัยเจ้ามหาชีวิตสักรินทร์ (คำสุก) ซึ่งเป็นพระราชบิดาของเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ ต่อมาในปี พ.ศ. 2457 รัชสมัยเจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์มีการปฏิสังขรณ์อีกครั้ง ซึ่งการบูรณะในครั้งนี้พบโบราณวัตถุมากมาย เช่น เจดีย์ทองคำ พระพุทธรูปหล่อสำริด พระพุทธรูปทองคำ พระพุทธรูปเงิน โดยเฉพาะพระพุทธรูปที่แกะสลักจากแก้วคล้ายกับพระแก้วมรกต โบราณวัตถุเหล่านี้เจ้ามหาชีวิตศรีสว่างวงศ์ทรงนำไปเก็บรักษาไว้ในพระราชวังหลวง หรือหอพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติหลวงพระบางในปัจจุบัน
พระอุโบสถ หรือที่ชาวลาวเรียกว่า สิม เป็นสิ่งก่อสร้างที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบาง ตัวอุโบสถมีรูปทรงอาคารไทลื้อสิบสองปันนา ซึ่งมีจุดเด่นคือส่วนคอชั้นสองจะยกระดับสูงขึ้นไป ส่วนบนหลังคาประดับด้วยโหง่ (ช่อฟ้า) ตรงกลางหลังคามีช่อฟ้าเป็นรูปปราสาทยอดฉัตรเล็กๆลดหลั่นหลายชั้น หน้าต่างพระอุโบสถประดับด้วยลูกมะหวด บานประตูด้านหน้าทั้งสามช่องแกะสลักลงรักปิดทอง มีรูปพระศิวะ พระวิษณุ พระพรหมและพระอินทร์ ศิลปะแบบเชียงขวาง
(ภาพจากอินเทอร์เน็ต)
พระประธาน หรือ พระองค์หลวงในพระอุโบสถมีขนาดใหญ่ที่สุดในหลวงพระบาง ด้านหลังพระประธานมีโบราณวัตถุที่เก็บรวบรวมมาจากวัดร้างต่างๆในหลวงพระบาง เช่น พระพุทธรูปสำริด พวกไม้จำหลักลวดลายต่างๆ พระพุทธรูปไม้แกะสลักลงรักปิดทองสูงเท่าคนจริงจำนวนมาก ทั้งนี้เนื่องจากวัดวิชุนราชเคยเป็นหอพิพิธภัณฑ์มาก่อนที่จะย้ายหอพิพิธภัณฑ์ไปที่พระราชวังภายหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง
ในวันที่ไปเยี่ยมชมวัดวิชุนราชนั้น ภายในพระอุโบสถกำลังบูรณะปฏิสังขรณ์ มีอุปกรณ์กีดขวางมากมาย ไม่สะดวกที่จะเข้าไปชมภายใน ทำได้เพียงสักการะอยู่ที่ประตูเท่านั้น
ด้านหน้าสิม คือ พระธาตุหมากโม ซึ่งเป็นจุดสนใจที่สำคัญของวัด เนื่องจากรูปทรงที่แตกต่างจากพระธาตุทั้งหลายในหลวงพระบาง ส่วนด้านข้างสิมมีทางเดินเชื่อมระหว่างวัดวิชุนราชกับวัดอาฮาม ตรงรอยต่อของเขตพัทธสีมาเป็นซุ้มประตูโขง อันเป็นลักษณะของวัดแบบล้านนาและล้านช้างในอดีต ซุ้มประตูโขงที่วัดนี้เก่าแก่ที่สุดในบรรดาประตูโขงทั้งหลายที่ยังเหลืออยู่ในหลวงพระบาง
ในสมัยฮ่อบุกปล้นเมืองหลวงพระบาง วัดวิชุนราชถูกเผาทำลายเสียหายมาก จนรัชสมัยพระเจ้าสักกะรินะรินได้บูรณะวัดแห่งนี้ขึ้นมาใหม่ในปี พ.ศ.2457 โดยมีอองรี มาร์แซล นายช่างฝรั่งเศส ผู้เคยเป็นแม่งานในการบูรณะนครวัด รับหน้าที่เป็นแม่งานในการบูรณะปฏิสังขรณ์
แม้ว่าปัจจุบันพระบาง พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองหลวงพระบางจะไม่ได้ประดิษฐานที่วัดวิชุนราช แต่ชาวเมืองหลวงพระบางและนักท่องเที่ยวก็ยังให้ความสำคัญกับวัดวิชุนราช พระธาตุหมากโม ในฐานะวัดเก่าแก่ และมาสักการะพระองค์หลวงในพระอุโบสถและพระธาตุหมากโมตลอดมา


































