เราคบคิดกันจัดทำ “หอจดหมายเหตุ ประเวศ วะสี” กันมาสองสามปีแล้ว โดยต้องแอบทำ เพื่อหลบไม่ให้โดน อ. หมอประเวศ ห้าม เพราะท่านไม่ต้องการสร้างความเด่นหรือสีสันให้ตนเอง
มีการประชุมและดำเนินการเรื่อยมา จนในการประชุมปรึกษาหารือกันเมื่อวันที่ ๗ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ มีการเสนอโครงการของบริษัทคิดเปลี่ยนเรียนรู้ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด (ภายใต้มูลนิธิสดศรีสฤษดิ์วงศ์) เรื่องการศึกษาเส้นทางความคิดที่เชื่อมโยงกับระบบสุขภาพและสังคม เพื่อจัดทำคลังข้อมูลเพื่อการสืบค้นออนไลน์ ศาสตราจารย์ นายแพทย์ประเวศ วะสี และผมจะต้องไปให้สัมภาษณ์ ในวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ นำสู่การเขียนบันทึกนี้
ศ. นพ. ประเวศ วะสี ในสายตาของผมและของทุกคนที่ได้สัมผัสใกล้ชิดกับท่าน เป็นบุคคลที่พิเศษมาก ที่เราอยากใช้เรื่องราวของท่านในการสร้างแรงบันดาลใจต่อการใช้ชีวิตของเยาวชนรุ่นหลัง เพื่อประโยชน์ของสังคม เพื่อการสร้างสังคมที่มีการเรียนรู้และพัฒนา ด้วยปัญญา
ผมจึงเตรียมไปให้สัมภาษณ์ เสนอแนวทางใช้ “คลังข้อมูลเพื่อการสืบค้นออนไลน์” ให้เป็น “คลังข้อมูลเพื่อการเรียนรู้ออนไลน์” แทน เน้นเพื่อสร้าง “แรงบันดาลใจ” มากกว่าเพื่อให้เกิดความรู้
ใช้ความเป็น “ประเวศ วะสี” สร้างแรงบันดาลใจ ในการสร้างตัวตนของคนรุ่นใหม่ ซึ่งไม่ใช่การสร้าง “ประเวศ วะสี” คนเดิม ในสังคมยุคใหม่ ไม่ใช่การสร้าง “ประเวศ วะสี” ตามความคิดของคนรุ่น “ประเวศ วะสี” หรือรุ่นลูกศิษย์ของ “ประเวศ วะสี” อย่างผม แต่เป็นการสร้างตามความคิดของคนรุ่นที่กำลังสร้างตัวในปัจจุบัน ที่มีอายุระหว่าง ๒๐ - ๔๐ ปี
เป็นการใช้ประโยชน์เรื่องราวชีวิตของ “ประเวศ วะสี” เพื่อประโยชน์ของสังคม ในลักษณะที่คนรุ่นใหม่ได้เลือกใช้ สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ตนเอง ตามแนวทางของตนเอง โดยโครงการหอจดหมายเหตุ (archive) เปิดช่องให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสกับ “ประเวศ วะสี” ในลักษณะของ virtual contact และได้ฝึกสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ตนยเองในสภาพชีวิตจริงของตน ซึ่งต่างบริบทกับที่ “ประเวศ วะสี” เผชิญเมื่อค่อนศตวรรษที่แล้ว
เท่ากับผมมองคุณค่าของ “หอจดหมายเหตุประเวศวะสี” ที่การเรียนรู้จากประสบการณ์ ใช้การเรียนรู้จากประสบการณ์ (experiential learning) ของ ชีวิต “ประเวศ วะสี” เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้นำมาใช้ สร้างแรงบันดาลใจ อุดมการณ์ และการเรียนรู้จากประสบการณ์ชีวิตของตนเอง
ผมตีความว่า อุดมการณ์ “ประเวศ วะสี” เป็นอุดมการณ์สร้างสรรค์สังคม อุทิศชีวิตเพื่อผลประโยชน์ของสังคม ผ่านกลไก เรียนรู้จากประสบการณ์ (experiential learning) ตรงในชีวิต โดยผมตีความว่า ชีวิตของ “ประเวศ วะสี” เป็นชีวิตของ problem-based learning
ท่านไวมากต่อการเรียนรู้จากชีวิตจริง ที่ได้สัมผัสเรื่องราวในสังคม หรือปัญหาของสังคม ปัญหาของสังคมได้ทำหน้าที่กระตุ้นการเรียนรู้จากประสบการณ์ของท่าน และท่านสนองตอบด้วยการลงมือปฏิบัติ ในลักษณะทำไปเรียนรู้ไป หนังสือ บนเส้นทางชีวิต เรื่องราวชีวิต การงาน การต่อสู้ ความใฝ่ฝันของคนบ้านนอกคนหนึ่ง ที่เกี่ยวข้องกับคนหลายคน ประเวศ วะสี บอกเราอย่างชัดเจนเรื่อง problem-based learning ของท่าน ผมตีความว่า หนังสือเรื่องนี้เผย problem-based learning ในชีวิตจริงของคนคนหนึ่ง ที่นำโดยอุดมการณ์ “ชีวิตนี้เพื่อสังคม”
คำถามของพวกเราคือ เราจะใช้ “หอจดหมายเหตุประเวศวะสี” หนุนให้คนรุ่นใหม่ สร้างอุดมการณ์ของตน และสร้างชีวิตที่เรียนรู้จากประสบการณ์ ในบริบทสมัยใหม่ในปัจจุบัน ตามแนวทางของ “ประเวศ วะสี”ได้อย่างไร
ผมตอบว่า ต้องใช้ โครงการศึกษาเส้นทางความคิด... จัดกิจกรรม ตีความความคิดและพฤติกรรม “ประเวศ วะสี” โดยคนรุ่นใหม่ สู่เส้นทางชีวิตของคนรุ่นใหม่ที่มีอุดมการณ์เพื่อสังคม
ทำอย่างไร ทีมงานของบริษัทคิดเปลี่ยนเรียนรู้ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ชำนาญอยู่แล้ว
ผมขอเสนอให้นำ DE – Developmental Evaluation เป็นเครื่องมือเรียนรู้ เพื่อการเรียนรู้จากการปฏิบัติของทีมงานของบริษัทคิดเปลี่ยนเรียนรู้ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด โดยศึกษาหลักการของ DE ได้จาก (๑) เน้นที่บันทึกแรกๆ ที่เสนอการตีความเชิงทฤษฎีของ DE
แนวทางประยุกต์ใช้ DE เพื่อการนี้ หัวใจอยู่ที่ความเป็น systems thinker, complexity approacher, และความเป็น agentic citizen ของอาจารย์หมอประเวศ เราสามารถใช้คุณสมบัติพิเศษสามประการนี้ของอาจารย์ ประกาศให้คนรุ่นใหม่อายุ ๒๐ - ๔๐ ปีสมัครมาเข้าร่วมกิจกรรม DE เพื่อเรียนรู้จาก ศ. นพ. ประเวศ วะสี รับครั้งละไม่เกิน ๒๐ คน โดยเลือกคละอายุ คละประสบการณ์ เพื่อให้เกิด synergy ของความแตกต่าง มีเอกสารหรือวิดีทัศน์ที่สะท้อนคุณสมบัติทั้งสามของ อ. หมอประเวศให้อ่านหรือชมก่อนล่วงหน้า และร่วมกันคิดและตกลงประเด็นล่วงหน้า ว่าเมื่อมาพบกันจะคุย (สานเสวนา/สุนทรียสนทนา) เรื่องอะไรบ้าง เพื่อกลับไปทำอะไร
แล้วมาเข้าวง สุนทรียเสวนา ที่มี facilitator ชั้นยอด อาจเป็นวงออนไชต์เพื่อพบตัวกันในครั้งแรก หรืออาจเป็นวงออนไลน์ตั้งแต่ต้นก็ได้
วิจารณ์ พานิช
๑๔ พ.ย. ๖๕