………เมื่อเราโตขึ้น เราจะเผชิญกับสถานการณ์ที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น และต้องเผชิญกับคำถามชีวิตที่ใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ หลายสถานการณ์มักเป็นที่มาของประโยคที่ว่า “สู้ชีวิต แต่ ชีวิตสู้กลับ” อย่างไรก็ตามนั่นคงไม่ใช่ปรากฏการณ์เดียวที่เกิดขึ้นในชีวิต เมื่อผมมาใคร่ครวญชีวิตผมในปัจจุบันนี้ ผมได้พาตนเองเข้ามาเวียนว่ายอยู่ในคลื่นความคิดที่เกิดจากการเร้าและยั่วยุของสถานการณ์ บางครั้งก็เป็นเหยื่อ บางครั้งต้องเป็นผู้ล่า บางครั้งต้องเป็นผู้เล่น บางครั้งก็ต้องเป็นผู้ชม นี่เป็นบททดสอบของชีวิตการเรียนปริญญาเอกของผม ใช่แล้วครับ มันซับซ้อน มันยุ่งยาก แต่เวลาผ่านไปมันทำให้ผมรู้ว่าสิ่งที่ซับซ้อน ยุ่งยาก ไม่ใช่สถานการณ์ แต่เป็น “ความคิด” ที่เกิดจากความเชื่อและความทรงจำเดิม ๆ ของเราต่างหากครับ…

………..ผมพยายามที่จะนำ “สัญญา” เดิม ๆ (ภาษาทางพุทธให้ความหมายว่าเป็นความจำได้หมายรู้ของเรา) อันที่จะเป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ ออกจากวงจรของความคิด เพื่อไม่ให้ปิดกั้นโอกาสในครั้งนี้ เพราะต้องเผชิญกับประสบการณ์ใหม่ ๆ ดังเช่น การไปศึกษาดูงานที่ประเทศสิงคโปร์ ร่วมกับคณะนักศึกษาหลักสูตรครุศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา และคณาจารย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ….อย่างไรก็ตาม โจทย์ที่คิดได้แบบหยาบๆ จากสถานการณ์ครั้งนี้ คือ เรามีอะไรแล้ว…และเราจะไปเอาอะไรที่สิงคโปร์  

…….แฮร่ ๆ ด้วยเวลาที่มีจำกัด จึงขอจบตอนที่ 1 ไว้ที่โจทย์ข้อนี้ ผมยืนยันว่าจะรีบกลับมาแลกเปลี่ยนในตอนต่อไปอีกให้เร็วที่สุดครับ