ต่อจาก ตอนที่ ๑๖๒ ที่เสนอโจทย์วิจัยไว้ ๕ โจทย์ บัดนี้สะท้อนคิดจากการเข้าร่วมประชุมวิชาการ“Education Journey 50 ปี การศึกษาไทย” ได้เพิ่มขึ้น เป็น ๑๐ โจทย์ ที่แตกเป็นโจทย์ย่อยได้เป็นร้อย
โจทย์ที่หก
การวัดผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน และคำนวณ ES – Effect Size ที่เกิดจาก intervention รูปแบบต่างๆ ที่มีการคิดค้นและทดลองมากมาย เช่นที่ใช้โดยแต่ละ node ของโครงการ TSQP (ที่เรียกกันว่านวัตกรรม) น่าจะมีการวิจัยวัดว่าแต่ละมาตรการนั้น เมื่อโรงเรียนนำไปใช้ ก่อผลต่อ CLO – Core Learning Outcome มากน้อยแค่ไหน โดยวัดแต่ละ LO – Learning Outcome ของนักเรียนแต่ละคน นำมาคำนวณ ES ของทั้งกลุ่ม และของนักเรียนแต่ละคน เพื่อตรวจสอบว่า มาตรการใดได้ผลจริง มาตรการใดได้ผลน้อย หากมาตรการใดให้ ES ต่ำกว่า 0.40 ในการดำเนินการ ๑ ปีการศึกษา ควรเลิกใช้
แต่ผล ES ขึ้นกับรายละเอียดวิธีใช้ intervention ของแต่ละโรงเรียนด้วย การวิจัยหา ES จะพบว่าผลของแต่ละโรงเรียนแตกต่างกัน เป็นโอกาสให้ได้วิจัยลงลึกว่า แต่ละโรงเรียนมีวิธีประยุกต์ใช้ “นวัตกรรม” นั้นๆ อย่างไร สำหรับสังเคราะห์เป็นข้อแนะนำวิธีใช้ “นวัตกรรม” นั้นๆ ให้เกิดผลต่อนักเรียนอย่างแท้จริง
โจทย์ที่เจ็ด
มีแนวทางใช้เงินแผ่นดิน ให้เกิดผลลัพธ์การเรียนรู้ คุณภาพสูง ความเสมอภาคสูง กว่าในปัจจุบันได้อย่างไร
เป็นที่รู้กันว่า ประเทศไทยอยู่ในกลุ่มที่ลงทุนด้านการศึกษาสูง อยู่ในกลุ่มสูงสุดของโลก แต่ผลลัพธ์ของการศึกษาคุณภาพต่ำ อยู่ในกลุ่มต่ำสุดของโลก บอกเราว่ามีการใช้เงินที่ไม่ก่อประโยชน์ต่อเด็กจำนวนมากมาย จึงเป็นโจทย์วิจัยที่ดียิ่งสำหรับหา root cause ของความสูญเปล่านี้
จากโจทย์ใหญ่นี้ สามารถตั้งโจทย์ย่อยได้มากมาย โดยอ่านแนวทางตั้งโจทย์ย่อยได้จาก WDR 2018 ที่ผมตีความเขียนเสนอความเห็นไว้ที่ (๑) และในหนังสือ การศึกษาคุณภาพสูงระดับโลก
โจทย์ที่แปด
วิจัยสร้างระบบผลิตครูสู่ระบบปิด และคุณภาพสูง
โจทย์ข้อนี้อยู่ในใจผมมานาน และมาผุดขึ้นอีกในวันที่ ๒๐ สิงหาคม นอกจากนั้น ดร. คุณหญิลกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ยังเสนอในการประชุมสะท้อนคิดผลงานวิจัยและประเมินผลโครงการ TSQP เมื่อวันที่ ๒๙ กันยายน ๒๕๖๕
เพราะกล่าวกันว่า คุณภาพการศึกษาไม่มีทางสูงกว่าคุณภาพของครู และ หนังสือ การศึกษาคุณภาพสูงระดับโลก บอกว่า ๕ ประเทศที่คุณภาพการศึกษาสูงมาก ผลิตครูในระบบปิดทั้งสิ้น สะท้อนว่า ระบบผลิตครูของประเทศไทยเดินมาผิดทาง
โจทย์ที่เก้า
หลักการ All for Education กำลังดำเนินการในภาคปฏิบัติในสังคมไทยอย่างไรบ้าง และมีแนวทางส่งเสริมให้แข็งแรงยิ่งขึ้นได้อย่างไร
จากผลการติดตามความก้าวหน้าของโรงเรียนในโครงการ TSQP พบว่าแทบทุกโรงเรียนใน ๖๓๖ โรงเรียนในโครงการ ประยุกต์ใช้หลักการนี้ ทำให้ได้รับการสนับสนุนจากภาคีเครือข่ายของโรงเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ให้แก่นักเรียน ก่อผลดีเป็นอันมาก
จึงน่าจะมีการวิจัยภาพรวมของประเทศไทย ว่าหลักการนี้ก้าวหน้าไปแค่ไหนในทางปฏิบัติ และมีทางส่งเสริมให้แข็งแรงยิ่งขึ้น ก่อผลดีต่อผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียนยิ่งขึ้น ได้อย่างไร
โจทย์ที่สิบ
จะส่งเสริมให้โรงเรียนมีความสามารถในการหมุนวงจรการเรียนรู้ของตนเองได้อย่างไร
นี่คือโจทย์สำคัญที่สุดใน ๑๐ ข้อที่เสนอ เพราะเป็นเงื่อนไขสู่การยกระดับผลลัพธ์การเรียนรู้ของนักเรียน และสู่ความเสมอภาคของการเรียนรู้ในชั้นเรียน ได้ดีที่สุด
โจทย์นี้ก็เช่นเดียวกัน เป็นโจทย์ใหญ่ ที่สามารถแตกย่อยเป็นโจทย์เล็กๆ ทำเป็นชุดโครงการวิจัยได้มากกว่าสิบโครงการย่อย และเมื่อเย็นวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๕ ในวงประชุมประเมินข้อเสนอโครงการ PISA for School ทีมประเมินได้เสนอแนะให้หาทางพัฒนาขีดความสามารถของวงการศึกษาไทย ให้ออกข้อสอบสไตล์ PISA เป็น และถ่ายทอดความรู้ให้แก่โรงเรียน ให้โรงเรียนประเมิน V-A-S-K ของนักเรียนของตนเป็น สำหรับใช้เป็น feed forward ให้โรงเรียนหมุนวงจรเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้
วิจารณ์ พานิช
๑ ต.ค. ๖๕