ต้นเดือนกุมภาพันธ์  .. 2549    ผมได้รับคำสั่งให้มาดำรตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเม็กดำ   พร้อมกับ สำนักงานกองทุนสนั[สนุนการวิจัย  สำนักงานภาคได้ให้ความไว้วางใจในการทำหน้าที่ผู้ประสานงานชุดโครงการประสานงานวิจัยการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น   จังหวัดมหาสารคาม   ซึ่งผมตกลงใจรับภารกิจทั้งสองนี้ด้วยความเต็มใจและรู้ทันทีว่ามันเป็นสิ่งที่ท้าทายพอสมควร
      ความรับผิดชอบในหน้าที่ผู้อำนวยการโรงเรียนควบคู่กับการทำงานในฐานะผู้ประสานงานชุดโครงการประสานงานวิจัยการศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น  ทำให้ผมต้องถามตัวเองว่าจะเรียนรู้อย่างไร  มันเป็นเรื่องใหญ่สำหรับคนตัวเล็กๆอย่างผม   ด้วยภารกิจเช่นนี้ผมคิดได้ว่าเราต้องหา วิชาดีๆกับครูดีๆ    และต้องเริ่มเรียนรู้ทันที ที่นี่เดี๋ยวนี้  ดังนั้นวิชาดีที่ผมมีความเชื่อเบื้องต้นว่าจะเป็นสิ่งเสริมพลังการเรียนรู้คือ การจัดการความรู้ จึงกล่าวได้ว่าการศึกษาศาสตร์ด้านการจัดกาiความรู้ ในเชิงลึก จริงจังแบบหวังผล  ได้เริ่มขึ้นที่….เม็กดำ
     เวทีเสวนาทางวิชาการ เรื่อง  การศึกษาเพื่อพัฒนาท้องถิ่น : ฐานคิด ทิศทาง สู่การปรับกระบวนการบริหารและจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน      เมื่อ  วันที่  4  กุมภาพันธ์  2549     โรงเรียนบ้านเม็กดำ    จึงเป็นเวทีใหญ่ที่มีผู้ทรงคุณวุฒิ   นักบริหารการศึกษา   นักพัฒนา  นักเรียน   นักศึกษา   ผู้นำชุมชน ประชาชน  ได้เข้าร่วมเสวนาที่เริ่มเปิดประเด็นที่หลายคนเห็นว่า การศึกษาไทยตายแล้ว   ผู้ทรงคุณวุฒิในเวทีนี้ ได้แก่ ศ. ดร.ปิยวัฒน์  บุญหลง    รศ.ดร.เปรื่อง   กิจรัตน์ภรณ์ รศ ดร. สมเจตน์   ภูศรี   ท่านทองใบ   ทองเปาว์   ท่านครูบาสุทธินันท์    ปรัชญพฤทธิ์   ดร.สุรัตน์  ดวงชาทม   ท่านไตรภพ  ผลค้า    ท่านบัวเลียน   วาปีสา  และท่านประพจน์  ภู่ทองคำ เป็นผู้ดำเนินรายการ   ซึ่งสาระสำคัญสรุปได้ว่า ถ้าหากการศึกษาจะเป็นไปเพื่อการพัฒนาท้องถิ่นอย่างแท้จริง ฐานคิดสำคัญน่าจะอยู่ที่  การจัดการศึกษาที่ใหhชุมชนได้มีส่วนร่วมและการจัดการศึกษาจะต้องเหมาะสมกับความเป็นท้องถิ่น ประกอบกับสิ่งสำคัญที่จะนำไปสู่จุดหมายนั้ได้ คือ  การเรียนรู้ร่วมกันของคนทุกคน  การก้าวใหม่ในมิติที่ผสมผสานระหว่างการทำงานในห้วงระยะเวลาที่ผ่านมากับก้าวที่จะเป็นไปในอนาคต กำหนดการให้มี เวทีสนทนาเล็กๆที่เม็กดำจึงเกิดขึ้น เกิดขึ้นด้วยพลังที่พวกเราได้รับจากครูดีๆ 
    
เมื่อ
  4  กุมภาพันธ์   2549   การพูดคุย   แลกเปลี่ยน   และเรียนรู้ก่อให้เกิดการรวมตัวของกลุ่มผู้รู้ในท้องถิ่น ที่วันนี้พวกเราได้ตั้งชื่อว่า กลุ่มช้างน้าว    ได้ตกลงใจที่จะเป็นช้างผู้โน้มน้าวให้คนทุกคนเห็นว่า   การจัดการศึกษากับการพัฒนาท้องถิ่น  คือสิ่งที่จะต้องทำควบคู่กันไป
    
กระบวนการเรียนรู้เชิงบูรณาการ ที่ผู้คนกล่าวขานกันมานาน จึ;ได้รับหน้าที่เป็นแกนที่จะทำให้เกิดการประสาน และเชื่อมโยงชุดความรู้ในระบบโรงเรียนกับชุดความรู้ในท้องถิ่น   ณ   วันนี้ที่เม็กดำ  จึงใช้ทุกวันศุกร์ของทุกสัปดาห์  ให้เป็นวันที่ ครู   นักเรียน  ชุมชน  ได้เรียนรู้ร่วมกันผ่านพื้นที่การเรียนรู้ที่สำคัญ  4  ฐาน ได้แก่   ป่าหญ่โคกจิก   เถาวัลย์กับวิถีชีวิต   วรรณกรรมท้องถิ่น   วิถีชีวิตชุมชนคนเม็กดำ  ดังนั้นวิบากกรรมของพวกเราจะไปในทิศทางใดทุกอย่างอยู่ที่ใจ  ใจที่มุ่งมั่นให้การศึกษากับการพัฒนาท้องถิ่นเดินคู่กันไปและที่ยิ่งใหญ่กว่านั้นคือการมุ่งมั่นที่จะทำให้การศึกษาได้เป็นไปเพื่อการพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ .          
    
     กว่า…..จะเรียนรู้ร่วมกันได้   จึงเป็นเรื่องเล่าชาวเม็กดำ ที่ทำงานร่วมกันมา ในรอบหนึ่งปี                     

  พวกเราตระหนักเสมอว่ายังมีอะไรที่ต้องเรียนรู้อีกมากมาย