"วันเสียงปืนแตก"

ไม่มีคำอธิบายรูปภาพ
เปิด “บ้านนาบัว” หมู่บ้าน OTOP เพื่อการท่องเที่ยวแห่งเรณูนคร ย้อนรำลึก วันเสียงปืนแตก

  “วันที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2508 เป็นวันที่กองกำลังของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) ปะทะด้วยกำลังอาวุธปืนเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นครั้งแรกที่บ้านนาบัว อ.เรณูนคร จังหวัดนครพนม เป็นข่าวใหญ่ของประเทศในเวลานั้น”

  -ความเป็นมาของพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย เดิมใช้ชื่อ พรรคคอมมิวนิสต์สยาม เริ่มก่อตั้งโดย โฮจิมินห์ ชาวเวียดนาม

 *ประชุมครั้งแรกที่ โรงแรมตุ้นกี่ หน้าสถานีรถไฟหัวลำโพง เมื่อ 20 เมษายน พ.ศ. 2473
 -หลี หรือ โงจิ๊งก๊วก เป็นเลขาธิการพรรคคนแรก

   -1 ธันวาคม 2485 มีการประชุมสมัชชาพรรคครั้งที่ 1 ที่กรุงเทพ ประกาศจัดตั้ง พรรคคอมมิวนิสต์ไทย หลี่ฮวา เป็นเลขาธิการพรรคคอมมิวนิสต์ไทยคนแรก มีสมาชิกก่อตั้ง 57 คน

  -ออกนโยบาย 10 ข้อ สร้างแนวร่วมต่อต้านญี่ปุ่นและรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงครามซึ่งร่วมมือกับญี่ปุ่น เน้นงานในเมือง โดยมุ่งเข้าเคลื่อนไหวกรรมกรในโรงงาน

  *ประชุมสมัชชาพรรคครั้งที่ 2 ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2495 เปลี่ยนชื่อเป็น พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย (พคท.) มีเลขาธิการพรรคคนที่ 2 คือ ทรง นพคุณ (2495-2504)
  -ผ่านมติให้สนใจชนบทมากขึ้น จัดตั้งชาวนา เพราะถือว่าชาวนาเป็นพลังสำคัญที่สุดของการปฏิวัติ การปฏิวัติจะดำเนินไปได้ต้องสร้างพันธมิตรกันระหว่างกรรมกรและชาวนา

  *ประชุมสมัชชาพรรคครั้งที่ 3 มีขึ้นในปีพ.ศ. 2504 ขึ้นที่กรุงเทพมหานคร เลขาธิการพรรคคนที่สาม คือ ‘มิตร สมานันท์’ หรือ เจริญ วรรณงาม ดำรงตำแหน่งระหว่าง 2504-2525

( หลังจาก มิตร สมานันท์ เสียชีวิต การประชุมสมัชชาพรรคครั้งที่ 4 ในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2525 เลขาธิการคนที่ 4 คือ ‘ประชา ธัญญไพบูลย์’ หรือ ธง แจ่มศรี ซึ่งภายหลัง ออกมาใช้ชีวิตปกติในเมืองในปี 2533 )

“ธง แจ่มศรี”

   “รวม วงศ์พันธ์” สมาชิกกรมการเมืองถูกจับและถูกประหารชีวิตโดยจอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในเดือนเมษายน 2504 พคท. ถอนผู้ปฏิบัติงานของพรรคเข้าสู่ชนบทมากขึ้น และตระเตรียมที่จะย้ายศูนย์การนำไปสู่ชนบท ที่ภูพาน อีสานเหนือ

  -ปลุกระดมชาวนาเตรียมการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ บ่มเพาะผู้ปฏิบัติงานในด้านต่างๆโดยเฉพาะในด้านการทหาร
  *วันที่ 17 พ.ค. 2505 อเมริกาส่งทหารเข้ามาในประเทศไทย

  *เดือนสิงหาคม 2506 กรมการเมือง พคท. มีมติให้เริ่มดำเนินการตระเตรียมสร้างฐานที่มั่นในเขตป่าเขา ฝ่ายรัฐบาลได้พยายามติดตามและปราบปรามอยู่ตลอดเวลา

   *ในที่สุด วันที่ 7 สิงหาคม 2508 เสียงปืนนัดแรกระเบิดขึ้นที่บ้านนาบัว ต.เรณูนคร อ. ธาตุพนม จ.นครพนม

  -เมื่อหน่วยเคลื่อนไหวของพรรค จำนวน 8 คน ประกอบด้วย 

นายหนูลา จิตมาตย์, 

นายหนูทอง นามวุฒิ, 

นายคำทา จิตมาตย์, 

นายลำเงิน จิตมาตย์, 

นายกายน ดำบุดดา, 

นายสนไชย มูลเมือง, 

นายยวน จิตมาตย์ 

และนายกองสิน จิตมาตย์ 

  ได้ปะทะกับกำลังของตำรวจ เกิดยิงต่อสู้กันขึ้น

  * “สหายเสถียร” หรือ ” กองสิน จิตมาตย์ ” ได้ยิงคุ้มกันให้สหายถอยออกไปได้ แต่ตนเองตกอยู่ในที่ล้อม จนมุมอยู่คันนากลางทุ่งและเสียชีวิต ณ ที่นั้น ด้วยวัย 25 ปี

  *สำหรับหน่วยดังกล่าว อยู่ภายใต้ “ ขุนรมย์ จิตมาตย์” ผู้ปฏิบัติงานพรรค

*กองสิน จิตมาตย์ ภาพจากเพจเฟซบุ๊ก บ้านนาบัว หมู่บ้านเสียงปืนแตก

  -การปะทะครั้งนั้น ทางด้านเจ้าหน้าที่รัฐ สูญเสีย ส.ต.อ. ชัยรัตน์ สิงห์ด้วง ถูกกระสุนปืนเสียชีวิต ส.ต.ต. มนต์ชัย โพธิดอกไม้ บาดเจ็บถูกยิงขาทะลุ
พ.ต.อ. สงัด โรจนภิรมย์ ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดนครพนม ได้รับบาดเจ็บสาหัส ด้วยกระสุน 3 นัด ที่ขาขวาท่อนล่าง เหนือราวนมขวา 1 นัด หลังเท้าขวา 1 นัด นำตัวขึ้น ฮ.เข้ารักษาที่กรุงเทพฯ

  -เดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2508 พคท. เปิดการประชุมคณะกรรมการกรมการเมืองขยายวงขึ้นที่ภูพาน และได้มีมติ 2508 ให้ประกาศการต่อสู้ด้วยอาวุธในเขตชนบทอย่างเป็นทางการ
 จากนั้นประกาศให้วันที่ 7 สิงหาคม เป็น “วันเสียงปืนแตก” และเป็นวันเริ่มต้นของสงครามประชาชนในประเทศไทย

  -เสียงปืนดังต่อๆมาอีกอย่างไม่ขาดสาย

สำหรับบ้านนาบัว อันเป็นพื้นที่เสียงปืนแตก อ.เรณูนคร ให้รายละเอียดที่มา มีสาระบางตอนว่า
  “บ้านนาบัว ตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2434 โดยประชาชน 90 % อพยพมาจากบ้านโพนสาวเอ้ 10 % จากบ้านโนนสังข์”
   ก่อตั้งครั้งแรกที่โนนหนองบัว ปัจจุบันอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหมู่บ้าน (หนองแวง ) โดยการนำของ นายจันทร์สอน จิตมาตย์ ซึ่งมีพี่น้องร่วมท้องเดียวกันถึง 9 คน น้องคนที่ 2 มีบุตรมากถึง 10 คน เมื่อไม่มีที่ทำกินจึงได้พาน้องขี่ม้ามาหาจับจองที่ทำกินบริเวณหนองบัวในปัจจุบัน 

   -ปี พ.ศ. 2445 ยกฐานะเป็นหมู่บ้าน ตั้งผู้ใหญ่บ้านขึ้น เป็นคนแรก คือ นายจิตปัญญา แสนมิตร ( นายเชียงมัง )

  และสร้างวัดบัวขาวขึ้นในปี พ.ศ. 2445 โดยการนำของ พระเทศ นามพลแสน
  -ปี พ.ศ. 2454 ผู้ใหญ่บ้านคนแรกได้ถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา 

  -ผู้ใหญ่บ้านคนที่ 2 คือ นายวรรณทอง นามพลแสน ขณะนั้นบ้านนาบัวมี 30 ครอบครัว แต่ถูกน้ำท่วม จึงได้ย้ายมายังที่ตั้งปัจจุบัน
 - ผู้ใหญ่วรรณทอง เกษียณอายุ แต่งตั้งผู้ใหญ่กรม แสนมิตร แทน
  -การสัญจรไปมามีความยากลำบาก ขณะนั้นบ้านนาบัวขึ้นต่อตำบลเรณูนคร เป็นหมู่ที่ 14 ของตำบลเรณู อำเภอธาตุพนม พาหนะใช้เกวียนโคกระบือลาก
  -พ.ศ. 2493 ผู้ใหญ่กรม แสนมิตร เกษียณอายุ การเลือกตั้งโดยใช้วิธีการยกมือ 

  -ผู้ใหญ่บ้านคนที่ 4 ของบ้านนาบัวคือ นายเกียรติ นามพลแสน
  -ปีพ.ศ.2498 นายบุญทัน จิตมาตย์ เป็นผู้ใหญ่บ้านคนที่ 5 

  -และบ้านนาบัวได้แยกออกเป็นบ้านหนองกุงและมีนายบัวลำ ราชสินธ์ เป็นผู้ใหญ่บ้านคนแรก

  -ปี พ.ศ. 2500 มีการเคลื่อนไหวทางการเมือง ฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาลนำโดยนายภูมิ ชัยบัณฑิต เคลื่อนไหวครั้งแรกที่บ้านหนองกุง มีการต่อสู้กันขึ้นที่เถียงนาพ่อสี ราชสินธ์
  -พ.ศ. 2504 ได้มีการจับกุมราษฎรในหมู่บ้าน ข้อหาอันธพาล นำไปขังลืมไว้ที่อำเภอธาตุพนม จังหวัดนครพนม จังหวัดอุดรธานี และย้ายนักโทษไปขังไว้ที่เรือนจำนครบาล กรุงเทพ ฯ
  -ครั้งสุดท้ายได้นำนักโทษไปขังไว้ที่เรือนจำลาดบัวขาว จังหวัดนครราชสีมา มีราษฎรในหมู่บ้านนาบัวและหนองกุงถูกจับไปด้วย 9 คน
  -ปี พ.ศ. 2507 ราษฎรที่ถูกจับในข้อหาอันธพาลก็ถูกปล่อยตัวพ้นจากการเป็นนักโทษกลับมาสู่ภูมิลำเนาของตัวเอง มีประชาชนที่เห็นขัดแย้งกับราชการถูกยิงเสียชีวิต
  -รัฐบาลได้ส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและอาสาสมัคร มาเคลื่อนไหวปราบปรามราษฎรที่มีความคิดขัดแย้งกับรัฐบาลในเขตบ้านนาบัวและบ้านใกล้เคียง ราษฎรในพื้นที่บ้านนาบัวได้ทยอยกันเข้าป่า ร่วมกับพรรคคอมมิวนิสต์มากขึ้น
ระยะนั้นผู้ใหญ่บ้าน คือ นายอัมลา นามพลแสน (คนที่ 6)

  -วันที่ 7 สิงหาคม 2508 ทางการได้ส่งตำรวจทหารปราบปรามคอมมิวนิสต์อย่างหนัก ในพื้นที่รอยต่อสามอำเภอ คือ 

-อำเภอธาตุพนม 

-อำเภอเมือง 

-อำเภอนาแก 

-พื้นที่ระหว่างบ้านนาบัว บ้านหนองฮี บ้านดงอินำ
 -เกิดการปะทะขึ้นระหว่างเจ้าหน้าที่ตำรวจกับสมาชิกพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย นานประมาณ 45 นาที
  -ปรากฏว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1 นาย บาดเจ็บ 4 นาย ฝ่ายคอมมิวนิสต์เสียชีวิต 1 นาย คือ นายกองสิน จิตมาตย์ หรือ สหายเสถียร ซึ่งเรียกเหตุการณ์ในครั้งนี้ว่า “ วันเสียงปืนแตก ”
  -ปี พ.ศ. 2509 ทางราชการยิ่งปราบปรามมากยิ่งขึ้น ผู้ใหญ่อัมลา นามพลแสน พร้อมกับราษฎรหลายคนในหมู่บ้าน ถูกจับในข้อหากระทำการอันเป็นคอมมิวนิสต์ จึงได้มีการเลือกตั้งผู้ใหญ่ขึ้นมาใหม่เป็นคนที่ 7 คือ นายบุษบา แสนมิตร

  -ทางการยิ่งเร่งการปราบปรามมากยิ่งขึ้น สั่งให้ราษฎรทำรั้วรอบหมู่บ้านอย่างแน่นหนา สั่งให้ชาวบ้านไปรายงานตัวก่อนออกไปทำไร่ทำนา และช่วงกลับมาบ้านอย่างเคร่งครัด ถ้าคนไหนฝ่าฝืนจะถูกลงโทษอย่างหนัก เช่น เตะ ตี และนำไปคุมขังที่ค่ายทหารบ้านหนองฮี และส่งไปที่ค่ายทหารกองทัพภาคที่ 2 จังหวัดมุกดาหาร
  -เมื่อทางราชการเร่งมือปราบปราม ราษฎรก็ยิ่งหลั่งไหลเข้าร่วมต่อสู้กับพรรคคอมมิวนิสต์มากยิ่งขึ้น

  *นั่นคือบางส่วนที่บันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์ของหมู่บ้าน

(ภาพจากเมืองลุงดอทคอม )

  ในภาพรวม การต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธระหว่างพคท.กับรัฐบาลยืดเยื้อ และเพิ่มความรุนแรงมากขึ้นหลัง 6 ตุลาฯ 2519 เมื่อ นักศึกษาประชาชนที่ถูกปราบปรามจากในเมืองเข้าร่วมกับพรรค
   -อย่างไรก็ตาม เกิดปัญหาภายใน และรัฐบาลออกนโยบาย 66/23 ทำให้เกิดการทยอยเข้ามอบตัวเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย และยุติการเคลื่อนไหวในที่สุด ตัวกับทางการเป็นระยะ ๆ

  -ในระยะหลัง มีการศึกษา ตรวจสอบประวัติศาสตร์ เกิดการโต้แย้งว่า เหตุการณ์เสียงปืนแตก น่าจะตรงกับเช้าตรู่ของวันที่ 8 สิงหาคม 2508 มากกว่า โดยมีหลักฐานสำคัญคือ หนังสือพิมพ์รายวันที่รายงานข่าวดังกล่าวในฉบับวันที่ 9 สิงหาคม 2508

 

*“เสียงปืนแตกที่บ้านนาบัว”