การเรียนการสอน ไม่มีสูตรสำเร็จแต่อย่างใด ขึ้นอยู่กับพื้นฐานของผู้เรียนและบริบทโรงเรียน ซึ่งหมายรวมถึงผู้บริหารและครูประจำชั้น จะทุ่มเทมากน้อยแค่ไหน
ในสภาวะปัจจุบันอันเป็นที่ทราบกันดี ที่นักเรียนส่วนใหญ่ อยู่ในภาวะการเรียนรู้ถดถอย อธิบายแบบง่ายๆก็คือเด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้นั่นเอง เป็นเหมือนกันหมดทั้งประเทศ
เมื่อนโยบายมากมายไหลเข้าสู่โรงเรียน ทำอย่างไรบุคลากรทุกคนทุกตำแหน่งจะตั้งหลัก แล้วมุ่งเน้น “วิชาการ”ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพื่อโรงเรียน ผู้ปกครองและนักเรียนเป็นสำคัญ
ผมคิดและดำเนินการมาโดยตลอด แต่ใช่ว่าจะประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตามเมื่อได้พัฒนา”การอ่าน”มาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ปัญหาที่หนักก็กลับกลายเป็นเบาลงทันที
ปีการศึกษานี้ยังคงยึดมั่นอยู่เสมอว่าการอ่าน คือพื้นฐานการเรียนรู้ในทุกสรรพสิ่ง ครูและเด็กจะมีความสุขที่ได้มาโรงเรียน ถ้าการอ่านในห้องเรียน บรรลุซึ่งสัมฤทธิผล
ผมกำลังทดลองวิธีสอน”การอ่าน” ให้นักเรียนชั้น ป.๑ –ป.๓ ขอนำรูปแบบมาเขียนเป็นบันทึกและแบ่งปัน จากนั้น...ผลเป็นอย่างไร จึงค่อยมาเล่าสู่กันฟังต่อไป
ข้อค้นพบอย่างแรกก็คือ การสอนอ่านในเบื้องต้น หนังสือเรียนที่ชื่อ ภาษาพาทีและวรรณคดีลำนำ ของกระทรวงศึกษาธิการ เพียง ๒ เล่มนี้ ไม่เพียงพอแน่นอน
ป.๑....ผมป้อนสื่อและเครื่องมือ ให้นักเรียนแม่นยำเรื่องพยัญชนะและสระ เน้นย้ำให้นักเรียนอ่านสะกดตัวผสมคำทุกวัน ทั้งคำที่มีตัวสะกดและไม่มีตัวสะกด
ฝึกให้นักเรียนคุ้นชินกับสระ ด้วยการให้อ่านแจกลูก คำใหม่ในบทเรียนหรือคำพื้นฐานนักเรียนจะต้องสะกดก่อนที่จะอ่านเป็นคำ และสอนให้สะกดในใจแล้วอ่านเป็นคำออกมา
ผมพยายามให้นักเรียนแต่ละคนได้แสดงออก ต้องอดทนรอเพื่อให้เขากล้าพอที่จะตอบคำถาม ต้องคอยทบทวนพยัญชนะและสระกันทุกวัน ท้ายที่สุดเมื่อนักเรียนกลับไปอ่านเรื่องราวในหนังสือภาษาพาที จะอ่านได้อย่างคล่องแคล่วมาก
นักเรียนแต่ละคนมีความแตกต่างกัน เด็กเก่งจะอ่านเร็ว โดยไม่ยอมรอเพื่อน ผมต้องใช้กรับไม้ คอยเคาะให้จังหวะ เพื่อให้เวลาเด็กบางคนได้นึกคิดและทำความเข้าใจก่อน การเรียนจึงจะไปด้วยกันได้ ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
ทุกวัน..นักเรียนจะต้องได้เขียน ผมจะไม่เร่งรัด แต่จะฝึกและสังเกตไปทีละคน เพื่อให้ลายมือมีความเรียบร้อยและสวยงาม ประการสำคัญก็คือผมจะสื่อสารกับผู้ปกครองในไลน์อยู่เสมอ
ป.๒ มองตาก็รู้ใจ เพราะผมสอนเขามาตั้งแต่ปีที่แล้ว ต้องข้ามเรื่องพยัญชนะและสระไปได้เลย หันมาเน้นย้ำเรื่องการอ่านเป็นเรื่องเป็นราว นำคำที่พบเห็น มาเขียนตามคำบอกแล้วแต่งประโยค จากนั้นผมจะกำหนดคำพื้นฐานให้นักเรียน นำไปใช้แต่งเรื่องสั้นๆ เพื่อฝึกให้เขียนบ่อยๆแล้วมาอ่านให้ครูฟัง
ตอนนี้ ผมกำลังใช้หนังสืออ่านเพิ่มเติมหรือหนังสืออ่านนอกเวลา เพื่อให้นักเรียนได้อ่านอย่างหลากหลายและมีประสบการณ์ในการอ่านเพิ่มขึ้น
ป.๓ อันนี้สอนง่ายมาก เพราะนักเรียนส่วนใหญ่อ่านได้ จุดใหญ่ใจความ ผมต้องรองรับการสอบ NT แบบที่หนีไม่พ้น ดังนั้น..สื่อ นวัตกรรม รวมทั้งหนังสือเรียนของกระทรวงฯ ที่ผมใช้สอนการอ่านการเขียนในทุกวันนี้ จึงต้องมีอย่างหลากหลาย
เวลาสอนต้องคอยตั้งคำถาม เพื่อให้นักเรียนสังเกต ใช้เหตุผล และหาคำตอบด้วยตัวเอง ขณะเดียวกันก็ต้องฝึกการเขียน เพื่อให้เขียนคำได้ถูกต้อง เขียนเป็นประโยคและเขียนบรรยายได้
ผมคิดว่า ขอเวลาสัก ๓ เดือน...นักเรียนชั้น ป.๑ – ป.๓ น่าจะมีประสิทธิภาพในการอ่านการเขียนที่ดีขึ้น พร้อมที่จะเรียนรู้สู้สิ่งยากในชั้นต่อไป เคล็ด(ไม่)ลับของผมก็มีเพียงเท่านี้ ครับ
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๑๙ กันยายน ๒๕๖๕









