มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินการวิจัยเรื่อง generation gap ในประชากรของมหาวิทยาลัย    โดยมีบทสรุปข้อค้นพบ ()  เป็นงานวิจัยที่น่าสนใจและมีคุณค่ามาก ต่อการสร้างสังคมน่าอยู่  สังคมสุขภาวะ

ผมคิดว่า ความแตกต่างระหว่างรุ่น  ระหว่างวัย เป็นของจริง เป็นธรรมชาติ   ในทำนองว่าคนเราเกิดมาก็ต้องผ่านวัยต่างๆ    ตัวเราเองในต่างวัยก็คิดต่างภายในตัวคนคนเดียวกัน   

ความแตกต่างจึงเป็นเรื่องที่เราต้องยอมรับ    ต้องตระหนัก    และต้องเคารพ และให้คุณค่า     

ประเด็นจึงอยู่ที่ เราจะช่วยกันทำให้ความแตกต่างเป็นสิ่งที่มีคุณค่า มีประโยชน์ได้อย่างไร   ทำอย่างไรความแตกต่างจึงจะไม่นำไปสู่ความขัดแย้ง   

ผมคิดว่ามี ๓ ปัจจัย ที่จะช่วย คือ  (๑) บุคคล  (๒) วัฒนธรรม (๓) กติกาสังคม (หรือกฎหมาย)   

ผู้กำหนดกติกาสังคมไทย เชื่อในคุณค่าของความแตกต่างหลากหลายน้อยไป   ท่านเหล่านี้จึงควรได้อ่านรายงานผลงานวิจัยชิ้นนี้   นำมาใคร่ครวญว่า จะกำหนดกติกาให้ความแตกต่างเป็นพลังขับเคลื่อนสังคมไทยสู่อนาคตได้อย่างไร    โดยต้องไม่ลืมว่า พลัง disruption กำลังทำหน้าที่ของเขาอย่างไม่มีวันลดละ   

วัฒนธรรมไทย สั่งสมกันมาในแนววัฒนธรรมแนวดิ่ง และ bilateral  ในขณะที่โลกกำลังขับเคลื่อนไปในทางที่ความสัมพันธ์เป็นแนวราบและ multi-lateral มากขึ้น    ระบบการศึกษา โดยเฉพาะอุดมศึกษา จะทำหน้าที่สร้างการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไร

ในระดับปัจเจก การศึกษามีหน้าที่สร้างระบบนิเวศ และระบบการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนได้เห็นคุณค่าของความแตกต่างหลากหลาย   รู้จักฟังความเห็นที่ต่างจากความเชื่อหรือความคิดของตนเอง เพื่อพัฒนาตนเองให้เป็นคนเปิดกว้าง   มนุษย์ที่ดำรงชีวิตอยู่ใน “ห้องแห่งเสียงสะท้อน” (echo chamber) ยากที่จะมีชีวิตที่ดีและเจริญก้าวหน้า 

ทำอย่างไร  มหาวิทยาลัยจึงจะทำหน้าที่เปลี่ยน “ช่องว่างระหว่างรุ่น”  เป็น “พลังของความแตกต่างระหว่างรุ่น”      

คำตอบของผมคือ มหาวิทยาลัยรู้จักใช้พลังของ Kolb’s Experiential Learning Cycle   นำเอา abstract conceptualization ของคนต่างรุ่น จากการผ่านประสบการณ์ หรือข้อมูลเดียวกัน   นำมาคุยกันแบบ “สานเสวนา” (dialogue) เพื่อรับฟังการตีความที่ต่าง    และร่วมกันคิดว่า จะร่วมกันพัฒนาหรือยกระดับเรื่องนั้นๆ เพื่อประโยชน์ของสังคมอย่างไร   

จากปรากฏการณ์ช่องว่างระหว่างรุ่น    เปลี่ยนให้เป็นช่องทางสร้างอุดมการณ์เพื่อสังคมของคนรุ่นใหม่    

ท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ฯพณฯ อานันท์ ปันยารชุน บอกว่า ท่านเป็นคนชอบคบค้าและฟังคนรุ่นหลัง (๒) 

วิจารณ์ พานิช

๒๔ ก.ค. ๖๕