การทำวิจัยในงานประจำเป็นเรื่องไม่บังคับ เป็นเรื่องของความสมัครใจ 100% ที่ต้องการจะพัฒนางาน

     หากมองว่าการทำวิจัยในงานประจำเป็นเรื่องไม่บังคับ ก็จะถูกเพียงครึ่งหนึ่ง เพราะสำหรับผมแล้วไม่ถูกบังคับโดยองค์กร เป็นเรื่องของความสมัครใจ 100% ที่ต้องการจะพัฒนางาน เช่น R2R เพื่อประเมินผลโครงการสร้างเสริมสุขภาพและป้องกันโรค ในส่วนที่ใช้งบ P&P ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UC) ประจำปี 2549

     ในเบื้องต้นเราได้ข้อสรุปร่วมที่เป็นทางออกของปัญหาที่พบคือ การขาดผู้รับผิดชอบโดยตรงในภาพรวม (เจ้าภาพหลัก) และผู้ทำหน้าที่ประเมินผลโครงการ ในระดับเครือข่ายหน่วยบริการ จนเป็นที่มาของการออกคำสั่งสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพัทลุง (คลิ้ก ดาวน์โหลด) ที่ 177 /2549 เรื่อง  แต่งตั้งให้เจ้าหน้าที่เป็นผู้จัดการและผู้ประเมินผลการดำเนินงานส่งเสริมและป้องกันโรค ในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (UC) ระดับจังหวัดและระดับเครือข่ายหน่วยบริการ (CUP) เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ที่ผ่านมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากมองว่าประสบความสำเร็จระดับหนึ่งแล้วในการจัดการกับสภาพของปัญหาที่เกิดขึ้น

     แต่ความภาคภูมิใจดังกล่าวยังไม่จบลง มีความภาคภูมิใจเพิ่มขึ้นอีกคือ ท่านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (น.พ.วิเชียร แก่นพลอย) ได้มอบหมายให้ไปเข้าร่วมประชุมแทนท่าน ณ มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ ที่จะจัดการประชุมระดมสมองเรื่องการจัดการงบประมาณหมวดนี้ ในวันที่ 8 มกราคม 2550 ที่จะถึง โดยท่านขอให้ได้นำเสนอให้ที่ประชุมทราบในเรื่องผลการดำเนินงานของ สสจ.พัทลุง ด้วย ทั้งนี้ในวันที่ 5 ที่จะถึงนี้ก็ให้นำรายงานสรุปนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการวางแผนและประเมินของ สสจ.ก่อน เพื่อที่ประชุมได้เติมเต็มให้อีกครั้ง

     ความภาคภูมิใจต่อไปอีกคือ สปสช.สาขาพื้นที่สงขลา ก็ได้แจ้งประสานมาเพื่อให้จังหวัดพัทลุงได้ไปบอกเล่าเรื่องการจัดการกับงบประมาณหมวดดังกล่าวนี้ ในวันที่ 17 มกราคม 2550 งานนี้ผมรับหน้าที่ไปเล่าให้ทีมงานจากอีก 6 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างทราบ ก่อนจะได้ร่วม ลปรร.กัน

     โดยสรุปความภาคภูมิใจที่ได้พัฒนางาน และอีก 2-3 ประการต่อมา เนื่องจากผลพวงของการทำงานปกติให้เป็นงานวิจัย (R2R: Routine To Research) แล้วหมุนวนเอามาปรับใช้ในการแก้ปัญหาได้แล้ว จริง ๆ ก็ภาคภูมิใจพอแล้ว ก็มีเหตุให้ภาคภูมิใจเพิ่มขึ้นอีก ตรงที่มีผลให้มีเวทีในการนำเสนอ ซึ่งนักวิชาการที่ทำวิจัยก็ต้องการเวทีตรงนี้เพื่อเติมเต็มและแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพิ่มอยู่แล้วเป็นธรรมดา สำคัญอยู่ที่ความภาคภูมิใจได้มาพร้อม ๆ กับความยุ่งเพิ่มขึ้นนี่สิ แต่ยอมครับถึงยุ่งเพิ่มยังไงหากได้รับโอกาสเช่นนี้ย่อมยอมยุ่งครับ ตรงนี้แหละที่จั่วไว้ย่อหน้าแรกว่าถูกเพียงครึ่งเดียว เพราะอีกครึ่งหนึ่งแม้ไม่ถูกบังคับโดยองค์กร แต่ก็ถูกบังคับโดยโอกาสที่ได้รับมา

     สำหรับรายงานวิจัยรออีกนิด 1-2 วันนี้ จะนำมาให้ดาวน์โหลดเพื่อ ลปรร.กันต่อนะครับ