GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ครูที่ดี มีหลายมุมมอง

ครูที่ดีนั้น ก็คงจะต้องรักลูกศิษย์ ช่วยเหลือลูกศิษย์ ด้วยจิตบริสุทธิ์ สะอาด เพื่อให้ศิษย์ เป็น "คนดีของสังคม"
 เมื่อสองเดือนก่อน ผมได้เขียนเรื่อง ครูที่ดี ไว้แล้ว ซึ่งผมได้อิงหลักธรรมะ ซึ่งผมใช้อยู่ทุกวัน คือ
  1. บอกให้รู้
  2. ทำให้ดู
  3. อยู่ให้เห็น
  4. เย็นให้สัมผัส
 ซึ่งเป็นหลักการสำคัญ แต่หลักการนี้ก็ยังมีความหลากหลายที่ทำให้เกิดมุมมองและตัวอย่างที่แตกต่างกันว่า ใครเป็นครูที่ดีบ้าง ผมพยายามประมวลออกมาได้ดังนี้
  1. เป็นครูแห่งแสงสว่าง  ดังคำกล่าวที่พูดถึงครูว่า เป็นแสงเทียน แต่ครูบางคนก็อาจจะถึงแสงอาทิตย์นะครับ ครูลักษณะเช่นนี้จะเป็นผู้ให้เกิดความรู้ ทำให้เกิดสว่างไสวในความรู้ จนเกิดปัญญาในการทำงาน เพื่อตนเอง สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งสมควรแก่การยกย่องเป็นอย่างยิ่ง
  2. ครูผู้สร้าง เป็นครูที่ทำตัวเสมือนพ่อแม่ คอยดูแล ตักเตือน สั่งสอน นักเรียนหรือผู้เรียนให้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง หรืออีกนัยหนึ่ง ทำตัวเป็น พรหม ให้กับนักเรียน โดยใช้หลักการของ พรหมวิหาร ๔ อันมี เมตตา กรุณา มุทิตา และอุเบกขา ครูเหล่านี้จะเป็นที่รักใคร่ของนักเรียน ที่อ้างอิงถึงความสำเร็จที่มาจากผลงานของครูบ่อย ๆ
  3. ครูผู้เป็นเพื่อน เป็นครูที่ร่วมเรียนรู้กับผู้เรียน พัฒนาความรู้ไปพร้อม ๆ กัน ร่วมทุกข์ร่วมสุข เป็นทั้งผู้ให้และผู้รับความรู้ในระดับที่ตนเองรับผิดชอบอยู่ ครูเหล่านี้จะคบผู้เรียนเป็นเพื่อน ไปมาหาสู่หรือคบกันแบบเพื่อน จึงทำให้นักเรียนจะผูกพันกับครูค่อนข้างยาวนาน
  4. ครูผู้รับใช้  เปรียบเสมือนเรือจ้าง ที่ถูกนำมาเปรียบเปรย ในอาชีพครู เป็นคนที่คอยรับนักเรียนจากฝั่งหนึ่งของความรู้ พาไปส่งถึงอีกฝั่งหนึ่งของความรู้ พาไปได้ดีหรือไม่ดี ก็แล้วแต่ความสามารถของการพาย หรือกระบวนการสอนนั่นแหล่ะครับ

  นอกจากนี้ อาจยังมีครูแบบ ลูกผสมหลายๆอย่าง และอาจมีรูปแบบอื่นที่ผมยังคิดไม่ออก ซึ่งก็ เป็นครูที่ดีเช่นกัน

ซึ่งหวังว่า สมาชิกทั้งหลายจะได้ร่วมแลกเปลี่ยนมาให้ผมได้รับทราบเพิ่มเติมมากขึ้น   

แต่พื้นฐานของความเป็นครูที่ดีนั้น ก็คงจะต้องรักลูกศิษย์ ช่วยเหลือลูกศิษย์ ด้วยจิตบริสุทธิ์ สะอาด เพื่อให้ศิษย์ เป็น "คนดีของสังคม"

โดยไม่หวังลาภยศสรรเสริญใดๆ จึงจะถือว่าเป็นครูที่ดี  

อันนี้ก็อาจจะมากไปนิดหนึ่งนะครับ

เราคงไม่คาดหวังว่า ครูจะเป็นผู้เสียสละในทุกเรื่อง และไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

แล้วครูจะอยู่ได้อย่างไรครับ  

หรือมีใครอยากจะมาเป็นครูในรูปแบบนั้นบ้างครับ   

ฉะนั้น การเป็นครูที่ดี

ยังจะต้องได้รับการตอบแทนอย่างสมเหตุสมผล ทำให้เขาอยู่ได้ในสังคมอย่างมีศักดิ์ศรี

เพราะคนมีศักดิ์ศรีเท่านั้นแหล่ะครับ ที่จะช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างไม่เอาเปรียบใคร   

แต่ถ้าตราบใด ครูยังปากกันตีนถีบอยู่ ก็อย่าหวังเลยว่า เราจะมีครูที่ดี มาจากระบบที่ยังลำบากเช่นนั้น

แต่ก็อาจจะมีครูบางคนที่ถึงแม้จะลำบาก ก็ยังทำตัวเป็นครูที่ดีได้อยู่  

อันนี้ขอน้อมคารวะ อย่างสุดซึ้งครับ  

ใครมีข้อมูลอื่น ๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้ เชิญเลยครับ    

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 70520
เขียน:
แก้ไข:
ดอกไม้: 2
ความเห็น: 18
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (18)

เรียน..ท่านอาจารย์ดร.แสวง กำลังมีความรู้สึกสับสนกับการเป็นครูที่ดีค่ะ เพราะรู้สึกผิดหวังกับสิ่งที่เราพยายามทุ่มเทให้กับลูกศิษย์ไป แต่ดูเหมือนว่าเขาไม่ยอมตอบสนองสิ่งที่เราตั้งใจจะมอบให้กับพวกเขาเลยค่ะ พอดีแวะเข้ามาเห็นบล็อกเรื่องครูที่ดีเลยเข้ามาเติมกำลังใจให้กับตัวเองค่ะ ครูที่ดีนี่ต้องเสียสละมากเลยนะคะ เห็นด้วยกับอาจารย์เป็นอย่างมากเลยค่ะว่า การอยู่อย่างมีศักดิ์ศรีและได้รับผลตอบแทนอย่างสมเหตุสมผลก็เป็นเหมือนกำลังใจให้เราได้ทำงานครูของเราได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ต้องมานั่งกังวลกับสารพัดปัญหาทางด้านค่าใช้จ่าย อย่างไรก็ตามหว้าก็ยังอยากเป็นครูที่ดีนะคะ แวะเข้ามาแล้วรู้สึกมีกำลังใจขึ้นค่ะ บางเวลาคนเราก็ท้อเป็นเหมือนกันนะคะ ขอบคุณมากค่ะ

  ครูดี นี่นะท่านเล่าฮู

ครูดี คือครูที่ตระหนักรู้ว่าตัวเองเป็นครูทั้งตัวและหัวใจ ทนทำหน้าที่ครูอย่างยากแสนสาหัส ไม่มีหน้าที่ใดในโลกนี้สำคัญและใช้ความมานะพยายามอย่างสูงเท่ากับการเป็นครูที่ดี

ครูบางส่วนทนแรงกดดันไม่ไหวจึงผละ

ออกไปเป็นพวกรับจ้างสอน

แต่ก็ยังเหลือครูตัวจริงเสียงจริงยืนหยัดทำหน้าที่อย่างทรหด ต่อสู้กับพายุกระแสสังคมเถื่อน วิกฤตเรื่องหัวอกครูไม่ค่อยมีใครคำนึงถึงเท่าไหร่นัก คนที่เป็นครูจริงๆบางที่ขอเพียงแด่สังคมมองเห็นหัวครู เข้าใจความเหนื่อยยากของครูบ้าง ก็พอไหว แต่ถ้ามองไปถึงหัวใจครูด้วยก็ต้องขอบใจ มีพลังใจที่จะตายคาอาชีพครู ไม่เออรี่เออเร่ออกไปเอออวย กินเต้าฮวยกับน้ำใบบัวบก

ประเทศนี้มีวิธีบริหารบุคลากรทางการศึกษาฮ่วยแตก การที่จะขยายความเรื่องนี้ จะต้องได้คำอธิบายจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง มองมุมหนึ่งมุมใดหรือส่วนหนึ่งส่วนใดไม่ได้ เพราะแต่ละมุมก็จะยกการ์ดปกป้องตัวเอง จนมองไม่เห็นกรรมการเขาให้สัญญานพักยก

ดังนั้นโจทย์เรื่องครูดีคงไม่จบง่ายๆจนกว่าโรงเรียนในประเทศไทยจะถูกเผาหมดประเทศ หรือไม่ปล่อยให้คนมายิงครูทิ้งหมดประเทศ สังคมครูถึงจะได้คิด

  จะทำเพียงแค่เสียใจ

  เห็นใจครูที่ขวัญผวา

  ไม่รู้ว่าลูกปืนจะมาทางไหนอย่างนั้นหรือ?

   เอาดอกไม้จันท์นไปกราบศพสะอื้นร่ำเปิ้มจะ 

  ขาดใจตายอย่างนั้นหรือ

 ครูไทยที่สอนอยู่ในที่ดีๆไม่มีปัญหาภายนอกมาแทรกแทรง ก็อย่าสร้างเรื่องมาตอแยกันเองเลย รวมพลังตั้งมั่นช่วยกันคิดว่าจะสังคายนาเรื่องอนาคตครูกันอย่างไร

  ประเด็นนี้ยังไม่เห็นโผล่ออกมาจากครูอย่างทรงพลัง มีแต่ข่าวครูเยาะๆแยะๆ สะท้อนถึงตัวเองตัวใครตัวมัน เรื่องพลังของครูที่เกิดขึ้นระดับจุดระเบิด มีการรื้อฟื้นแผนแม่บทที่ว่าด้วยอนาคตครูของแผ่นดินเป็นการเฉพาะ  ไปหลายเวทีทุกระดับแล้ว แม้แต่อาจารย์ใหญ่ผมบางท่านก็ได้แต่สะท้อนคิดว่าอยากได้อยากเห็นอย่างนั้นอย่างนี้  แต่ไม่มีพลังที่จะไปสต๊าส์อะไรนอกเหนือไปจากนี้ได้

เรื่องครูเดินทางมาถึง จุดอึ้งกิมกี่ แต่ก็จะไม่เห็นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ลงตัวได้ ทั้งๆที่สังคมครูอลหม่านมากขึ้นๆ ผู้มีอำนาจใช้วิธีให้ยาหม่อง ยาดม เป็นครั้งคราว รวมทั้งออกมาตรการมาบรรเทาแบบเลี้ยงไข้ไปวันๆ

  • การเออรี่
  • ทำอาจารย์ 3
  • ผู้บริหารคุณภาพ
  • ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ
  • ไม่เพิ่มจำนวนครู
  • ครูอัตราจ้าง
  • บุคคลากรของรัฐ
  • ออกนอกระบบ
  • โยนระเบิดCEO.มาให้ฟัดกันเอง
  • ครูดีเด่น ครูแห่งชาติ
  • โรงเรียนในฝัน
  • โรงเรียนในนรกทางใต้
  • ครูถูกยิงทิ้งยิงขว้าง
  • ถูกย้ายด่วน เผลอให้โรงเรียนโดนเผา
  • ครูไฟฟ้าซ๊อท
  • เขตพื้นที่
  • หนี้สินครู
  • มาตรการทางวิชาการ
  • ใบประกอบวิชาชีพ

  เรื่องทั้งหมดนี้ เป็นการจูงให้ครูเข้าไปอยู่ในมุมจำกัด การรวมพลังของครูในระดับผ่าตัดยังเปิดหน้าสารบัญไม่ได้ พลังส่วนหนึ่งไม่แสดงอะไร เอาไหนเอาด้วยแต่ขอช่วยนั่งดูเฉยๆ ใครเป็นหัวศอกก็เป็นไป ยุกันไป พอเหลียวกลับมาขนหัวลุก ยิ่งกว่าถูกผีหลอก ผู้นำครูจริงๆจึงหายาก เพราะพลังส่วนหนึ่งหนีไปรับจ้างสอน ตัดช่องน้อยแต่พอตัวไปแล้ว บางส่วนก็วิ่งตามก้นนักการเมือง หันไปเอาดีทางด้านชะเลียร์มากกว่าการทำผลงานทางวิชาการ

การโยนหินถามทางเรื่องครูดี จึงเป็นไม้ขีดก้านหนึ่งเท่านั้น ไม่ทราบว่ามันจะไหม้ขยะในสังคมครูได้แค่ไหน เว้นแต่จะมีไม้ขีดหลายๆก้านจุดเข้ามาอย่างหนุนเนื่อง

  ท่านเล่าฮูก็มีโลกของตัวเองแล้วนี่  ครูมีชีวิตที่ดีก็คือครูที่ทำนา  มีวัวเลี้ยง  มีปลาต้ม  มีผักริมรั้ว 

  อ้อ! ตอนนี้มีแม่ไก่ไข่พันธุ์ดีที่คิดค้นได้ครั้งแรกในประเทศไทย ถ้าพอมีมุมว่าง อยากจะมอบให้ท่านเล่าฮูเลี้ยงสัก 10 แม่ ไว้เก็บไข่กินวันละ 7-8 ฟอง เล่าฮูจะได้มีร่างกายที่อุดมไปด้วยวิตตามิน มีพลังกายพลังใจสู้ต่อไป ผมช่วยครูได้เท่านี้จริงๆ ทำไงได้ละน้ำยามีนิดเดียว ขอเวลาทำเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงให้มีน้ำมีนวลกว่านี้ จึงจะช่วยครูได้มากขึ้น เอาตามนี้ไหมครู.

หมายเหตุ

เอกสารอ่านประกอบ

บางส่วนอยู่ในเรื่องที่เม็กดำ 1 เขียน

  ไม่รู้ใครนะ เปรียบครูเหมือนเรือจ้างเรือแจว

ถ้าเปรียบเป็นเรือประจัญบาน เรือดำน้ำ

เรือติดขีปนาวุธ  ป่านนี้ระเบิดเทิดเทิงไปแล้ว

ขอบคุณครับอาจารย์ลูกหว้า ที่มาเป็นกำลังใจจริงๆ

ที่ทำให้ผมรู้สึกว่า ได้ทำตัวให้เป็นประโยชน์บ้าง

ครูบาครับ

อย่างมากผมก็เป็นแค่ ก้านไม้ขีดไฟนั่นแหละครับ

ไม่ทราบจะหาฟืนมาต่อเชื้อได้ที่ไหน

  • หรือ ต้องรวบรวม "ขี้ฝอย" มาเป็นเชื้อเพลิงบ้าง
  • มีแต่ "ไม้ท่อน ไม้ซุง" ติดไฟยากเหลือเกิน
  • ก็พยายามเอา "เปลือกไม้"มาก่อ ก็ไม่ค่อยติด
  • อาจจะเป็น "ไม้เนื้อแข็ง" ที่ติดไฟยาก แบบไม้กันเกรา (ไม้มันปลา)
  • ต้อง "ไฟแรง" จริงๆจึงจะติด
  • หรือเป็นไม้ "เปียกน้ำ"
  • หรือเป็นไม้ "จมน้ำ"
  • หรือเป็นไม้ "จมโคลน"
  • หรือเป็นไม้ "กลายเป็นหิน"
  • หรือ ฯลฯ

ไม้ขีดจึงจุดไม่ติด

หรือต้องทำตัวเป็น

  • ไฟเชื่อมเหล็ก จี้จุด
  • ไฟไหม้ฟาง แผ่วงกว้าง
  • ไฟสุมขอน ทนเผาย้ำตลอด
  • ไฟเตาแกส เปิดปิดได้เร็ว
  • ไฟถ่าน ระอุได้นาน
  • ไฟไม้ฟืน ที่พึ่งตนเองได้ (ถ้าจะทำ)
  • ไฟแบบแบบหินละลายจากภูเขาไฟ ที่ไม่มีอะไรต้านทานได้
  • ฯลฯ

ผมไม่ทราบหรอกครับว่าทำอย่างไร จะทำให้ประกายไฟ "ครูที่ดี" ติด และลุกลามไปได้นานๆ

ยังคิดไม่ออกจริงๆครับครูบา

  เห็นหาตัวช่วย ส่งข่าวไปถึงรัฐมนตรีแล้วนาครับ

ยังหวังไม่ได้อีกหรือครับ

อาจจะฝากข่าวไปถึงพระสยามเมวาธิราชกระมัง

โอ้ย... ท่านก็คงไม่ว่างหรอก แค่เรื่องคนไปขอให้ท่านช่วยให้ได้ "เก้าอี้" และ "เลื่อนตำแหน่ง" เพื่อชื่อเสียง วงศ์ตระกูล ท่านก็หมดเวลาที่จะไปคิดเรื่องอื่นแล้วครับ

ทำเท่าที่ทำได้นี่แหละครับ

   มองหลายๆมุมแล้ว .. ความเป็นครูดีก็หนีไม่พ้นการมี พรหมวิหาร ๔ เป็นฐาน เพียงแต่ขอให้มีอย่างเข้าใจ และเกิดจาก ศรัทธา ที่ถูกต้อง 
    เมื่อกระทำหน้าที่ก็ยึดหลัก อิทธิบาท ๔ เป็นเครื่องช่วย และใช้ให้ครบหมวด ทั้ง ฉันทะ วิริยะ จิตตะ และ วิมังสา 
   
ทำได้อย่างนี้ อาชีพครูก็จะยังคงเป็นอาชีพแห่งความรัก และความสุข ต่อไปอีกนานเท่านานครับ
  ครูดีมักไม่ละเลยการปลูกฝังเรื่อง คุณธรรม-จริยธรรม .. แต่คงไม่ใช่อย่างที่นิยมทำกัน แบบปากเปียก ปากแฉะ นะครับ
   เสริมสร้างคุณธรรม ถ้าเพียงการ พร่ำบ่น สิ่งที่ได้ผลคือ การได้สอน เท่านั้น
   ต่อเมื่อครูสามารถ สร้างกิจกรรมการเรียนรู้ที่มีชีวิต มีความหมาย และแฝงไว้ด้วยโอกาสที่ผู้เรียนจะได้พัฒนาคุณธรรมในตน โดยไม่รู้ตัว เมื่อนั้นก็เป็นอันหวังได้ ว่าจะบังเกิดผล ส่วนจะมาก-น้อย ช้า-เร็ว ก็ขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย  แต่หนึ่งในนั้นที่ขาดไม่ได้ คือครูต้อง ทำ หรือ เป็นแบบอย่าง ในเรื่องที่จะปลูกฝังเขา  แม้จะไม่สมบูรณ์ที่สุด ก็ขอให้เด็กเห็นว่าเราพยายามเป็นอย่างนั้น ก็ยังดี .. เปรียบได้กับพระที่สอนเรื่อง นิพพาน ไม่จำเป็นต้องบรรลุธรรมขั้นสูง แต่อย่างน้อยท่านก็ควรจะหันหน้าไปทางนั้น และกำลังเดินทางอยู่

เจริญพร จ้า

หลายปีก่อน อาตมาสอนภาษาบาลีชั้น ป.ธ.๔ ในวันขึ้นปีใหม่ กลุ่มนักเรียนก็ได้ถวายของขวํญปีใหม่ (ครั้งเดียวในชีวิตเป็นครู) สิ่งที่ถวายมามี ๓ อย่าง คือ

๑. เทียนไขแกะสลัก

๒. นาฬิกาตลับ

๓. พระหลวงพ่อทวด

อาตมาก็รับด้วยความพูมใจ ...คิดในใจว่านักเรียนคงต้องการให้ถามเรื่องปริศนาของขวัญ...แต่อาตมาก็ไม่ได้ถาม ..คิดเอาเองว่า

เทียน หมายถึง ให้แสงสว่างคือปัญญา

นาฬิก หมายถึง เที่ยงตรง ตรงต่อเวลา

พระหลวงพ่อทวด หมายถึง น่าเคารพบูชา

...แต่ยังสงสัยอยู่ว่า อาตมาเป็นครูแบบนี้ หรือนักเรียนต้องการให้อาตมาปรับปรุงให้เป็นไปทำนองนี้...

เทียน นาฬิกา และหลวงพ่อทวด ..น่าจะเป็นอีกมุมมองหนึ่งของความเป็นครูที่ดี

เจริญพร 

อาจารย์พินิจครับ

วันไหนอาจารย์ไม่มาเยี่ยม รู้สึกเหงาๆพิกลครับ

ผมก็หนีไปไหนไม่รอด วนอยู่แถวๆนี้แหละครับ

ไม่พรหมวิหาร ก็อิทธิบาท หรือไม่ก็ อริยสัจ

วนมาไม่รู้กี่รอบก็ยังไม่แตกฉานสักที

คงต้อง "ลอง" ต่อไปเรื่อยๆแหละครับ

แต่ครูที่ดี ๔ ประการก็ยังทำอยู่นะครับ

ขอบคุณมากครับ

นมัสการ ท่านพระมหาชัยวุธ

เป็นครั้งแรกที่ blog ผมมีเกียรติได้การเยี่ยมและนำเสนอจากท่าน

ผมตามอ่านงานที่ท่านให้คำจำกัดความต่างๆ ตลอดมาด้วยความซาบซึ้งในการตีความ

หลักสามประการที่ท่านเสนอมานั้น ผมยังทำไม่ค่อยได้ครับ

กระท่อนกระแท่นเต็มที

คงต้องขอโอกาสสนทนาธรรมบ่อยๆ จะได้ปรับปรุงตัวเองได้บ้าง

สาธุ

คุณครูพรภรรณ

กราบสวัสดีค่ะอ.แสวง

           ณ วันที่่อาจารย์เขียนบันทึกนั้นราณี ยังไม่ได้เป็นสมาชิกโกทูโน  วันนี้ถือเป็นวันดีที่สุดที่ได้พบบันทึกที่ดีที่สุดในการเขียนถึงวิชาชีพครู  เห็นด้วยทุกประการ เราต้องเป็นทั้งพ่อ แม่ พี่ เพื่อน ในทุกสถานการณ์ค่ะ ขอบคุณที่ให้ราณีอ่านบันทึกดี ๆอย่างนี้ค่ะ สุดท้ายนี้ราณีขอให้อาจารย์ดร.แสวง เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับราณีและชาวโกทูโน ตลอดไปค่ะ สุขสันต์วันสงกรานต์ และวันครอบครัวค่ะ ขอให้อาจารย์มีสุขภาพกาย และสุขภาพใจที่แข็งแรงตลอดไป

ครูดี

 

           ขอเป็นกำลังใจให้ครูทุกท่านครับ

กราบเรียน อ.แสวง

ได้อ่านบทความอาจารย์และข้อความสนทนาต่าง ๆ แล้วมีกำลังในการสอนนักเรียนมากขึ้นครับ จะพยายามทำตัวเป็นครูที่ดีตามที่ท่านอาจารย์เขียนและตามที่ท่านต่าง ๆ กล่าวไว้ในบทสนทนาครับ

ด้วยความยินดีครับ