UNESCO, UNICEF, รัฐบาลญี่ปุ่น และประเทศไทย ร่วมกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม 2nd Asia-Pacific Regional Education Minister’s Conference (APREM II) ที่โรงแรมแชงกริลา กรุงเทพ และทางออนไลน์ ระหว่างวันที่ ๕ – ๗ มิถุนายน ๒๕๖๕ โดยทางธนาคารโลกได้เผยแพร่รายงานวิจัยเรื่อง Learning Poverty Measures and Simulations ที่ออกเผยแพร่เดือนตุลาคม ๒๕๖๓ เป็นงานวิจัยแบบเร่งด่วนเพื่อแก้ปัญหาการระบาดของโควิด
ผมชอบใจที่เขาใช้คำว่า ความยากจนด้านการเรียนรู้ – learning poverty และให้ตัวเลขประมาณการว่า ในประเทศยากจนและประเทศรายได้ปานกลาง ในยุคโควิดมีเด็กเพียงร้อยละ ๓๗ เท่านั้นที่ไม่ยากจนด้านการเรียนรู้
ที่ยากจนสุดๆ คือไม่ได้เข้าโรงเรียน แม้ไม่มีโควิดระบาดก็มี ราวๆ ร้อยละ ๙ อีกร้อยละ ๔๔ เรียนได้ไม่เต็มที่ นี่คือตัวเลขก่อนโควิดนะครับ เมื่อโควิดมา ความยากจนทางการเรียนรู้เพิ่มขึ้นเพียงร้อยละ ๑๐ เป็นร้อยละ ๖๓ (เกือบสองในสาม) ของเด็ก มีความยากจนด้านการเรียนรู้
กล่าวอย่างนี้อาจก่อความเข้าใจผิด จริงๆ แล้ว โควิดมาซ้ำเติมให้เด็กร้อยละ ๔๔ ที่เดิมเรียนได้ไม่เต็มศักยภาพ ยิ่งมีผลการเรียนด้อยลงไปอีก
ตัวเลขเหล่านี้ ช่วยยืนยันการนำเสนอของผม ในการประชุมวิชาการนวัตกรรมและแนวทางฟื้นฟูการเรียนรู้ถดถอยจากผลกระทบโควิด-19 วันศุกร์ที่ 29 เมษายน 2565 ที่ได้เล่าไว้ที่ (๑) ว่าการเรียนรู้ถดถอยในระบบการศึกษาไทยมีมานาน และเด็กไทยจำนวนมาก (ส่วนมาก) ได้รับผลร้ายนี้โดยไม่รู้ตัว
ส่วนที่ผมสนใจในรายงานนี้คือ วิธีวัดความยากจนด้านการเรียนรู้ ที่วงการศึกษาไทยควรได้วัดทุกปี ประกาศออกมาเป็นดัชนีคุณภาพการศึกษาของประเทศ ที่จะต้องฟื้นให้ได้ภายใน ๑๐ ปี
แล้วก็ต้องผิดหวัง เพราะรายงานนี้เน้นศึกษาแบบสมมติตัวเลข (simulation) ไม่ได้วัดจริง ไม่มีงานภาคสนาม เป้าหมายเรียนรู้เทคนิควัดความยากจนด้านการเรียนรู้ จึงไม่สมหวัง ไม่ทราบว่าผมอ่านเอกสารนี้แล้วตีความผิดหรือเปล่า เพราะอ่านผ่านๆ ไม่มีเวลาลงรายละเอียด
จึงขอเสนอต่อนักวิชาการด้านการศึกษาของไทย ให้เรียนรู้และพัฒนา วิธีวัดความยากจนด้านการศึกษา ขึ้นใช้ในประเทศไทย สำหรับให้โรงเรียนไทยเอาไปใช้ เพื่อได้ตัวเลข feedback สู่การปรับปรุงคุณภาพของโรงเรียนตน ซึ่งจะช่วยลดความไม่เสมอภาคทางการศึกษาไปในตัว
ไม่รู้จะเสนอใครโดยตรง ขอเสนอต่อ วสศ. ก็แล้วกัน เป็นโจทย์ D&R ที่จะส่งผลกระทบต่อการแก้ปัญหา education quality และ education inequity สูงมาก
วิจารณ์ พานิช
๕ มิ.ย. ๖๕
“ตะลึง!! น.ร.เกือบ 6 แสน เสี่ยงบกพร่อง รองฯ สพฐ.ชี้เฉพาะ ‘แอลดี’ กว่า 3.6 แสนราย” https://www.matichon.co.th/education/news_3445664 12 July 2565
–ปัจจุบันมีนักเรียนอยู่ในโครงการเรียนรวมกว่า 5.8 แสนคน ซึ่งมีภาวะเสี่ยงต่อการบกพร่องทางการเรียนรู้รูปแบบต่างๆ เช่น เป็นเด็กกลุ่มเสี่ยงที่จะบกพร่องทางการเรียนรู้ หรือเด็กแอลดี กว่า 3.6 แสนคน..
LD: Learning Deficiency?