ชีวิตที่มีคุณค่า
ศ. ดร. นพ. สุรศักดิ์ บูรณตรีเวทย์ แชร์ socio-emotional reflection ของท่านให้ผมได้เรียนรู้ความรู้สึกของคนที่มีความละเอียดอ่อนสูง จึงขออนุญาตนำมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ดังนี้
“สิ้นเดือน กค. 64 ผมและครอบครัวย้ายจากคอนโดแถวสะพานควายที่เช่าอยู่ตั้งแต่ลูก ๆ มาเรียน ม. ต้น ใน กทม. ทั้ง 2 คน มาอยู่คอนโดแถวสะพานใหม่ ซึ่งซื้อเองโดยซื้อเป็น 2 ห้องติดกัน และใช้ชื่อลูก ๆ คู่กับผมหรือภรรยาเป็นเจ้าของร่วม เพื่อที่เวลามอบให้ลูก ๆ ต่อไปจะได้ไม่ต้องทำเรื่องโอนยุ่งยาก
ก่อนย้ายไม่กี่วันมีเรื่องระทึก ตอนดึกประมาณเที่ยงคืน ผมออกจากห้องนอนได้ยินเสียงเหมือนฝนตกในห้อง เปิดไฟดูเห็นน้ำไหลออกมาจากใต้อ่างน้ำห้องครัว เปิดดูก็เห็นสายน้ำดีขาด ปิดวาวล์แล้วผมและภรรยาก็เช็ดน้ำที่ท่วมห้องและไหลออกไปโถงนอกห้อง โชคดีไม่ไหลไปที่ลิฟท์ คอนโดนั้นเคยมีประวัติน้ำรั่วจากห้องที่ไม่มีคนอยู่ออกมานอกห้อง ไหลลงไปในลิฟท์ ทำให้ลิฟท์ใช้ไม่ได้ไปหลายวัน
ช่วงเวลาเดียวกับที่ย้ายที่อยู่ คุณพ่อผมก็ล้มป่วยและกว่าจะฟื้นมาก็ใช้เวลาเดือนกว่า กลับบ้านแล้วก็มีหลงลืมบ้างแต่อย่างอื่นปกติดี และช่วงเดียวกันการลงทุนในตลาดหุ้นของผมจากที่กำไรอยู่ 25% กลับกลายเป็นขาดทุนลงเรื่อย ๆ ด้วยความโลภของผม ทั้ง 2 เหตุการณ์ทำให้ผมหดหู่มาก ช่วงนั้นขนาดพยามตั้งสติ ตามลมหายใจตนเองก็ทำได้ยาก หลุดตลอด คิดวนอยู่ในหัว ในช่วงดังกล่าวมีคนวนเวียนมาให้ผมช่วยอยู่ตลอด แต่ไม่มีใครสังเกตและถามผมบ้างว่าต้องการความช่วยเหลือบ้างไหม โชคดีที่ผมมีภรรยาและลูก ๆ อยู่เคียงข้างผมอยู่ตลอด และ อ ชุมพจต์นอกจากช่วยดูดวงให้ผมยังทำให้ผมตระหนักว่า เฮ้ย ผมถามเรื่องเมื่อไรผมจะได้เงินที่เสียไปคืน อ ชุมพจต์ก็บอกยังไม่ใช่ช่วงนี้ แต่ก็ทำให้ผมคิดได้ว่าเงินทองเป็นของที่ไม่ยั่งยืน และเงินที่เสียไปก็ไม่ได้ทำให้ผมเดือดร้อน เพียงแต่ทำให้เจ็บใจ ผมหวังเข้าถึงความสงบแต่ยังโลภเรื่องเงินอยู่ ย้อนแย้งกันน่าดู อ. ชุมพจต์บอกว่าดวงผมเปลี่ยนแปลงเป็นรายวันจึงให้ผมบันทึกว่าแต่ละวันผมเป็นอย่างไรบ้าง เป็นข้อดีทำให้ผมได้สังเกตตัวเองว่าแต่ละวันที่มีอารมณ์แบบนั้นมันเกิดจากอะไร
ใช้เวลา 5 เดือนครึ่ง กลางเดือน มค. 65 ผมรู้สึกกลับมาปกติ คะแนน 5 จาก 5 แต่ผมยังไม่เลิกที่จะเอาเงินที่ผมเสียไปคืน ทำให้ผมร้อนรุ่มตลอด จนกระทั่งเมื่อต้นเดือนนี้ผมตัดสินใจเด็ดขาดว่า หากไม่ตัดที่ต้นเหตุคงไม่มีทางจะสงบแน่นอน จึงเลิกเล่นหุ้น จากนั้นมาจิตใจสงบลงมาก มีเวลามากขึ้นในการทำงานและงานบ้าน อ่านหนังสือ
จนถึงปัจจุบันก็ยังมีคนรอบข้างมาขอความช่วยเหลือตลอดเวลา ผมมองว่าการที่มีคนมาให้ผมช่วยเหลือได้เป็นการดีที่ทำให้ผมเห็นว่าตนเองมีคุณค่า
ขอบคุณภรรยาและลูก ๆ ที่อยู่เคียงข้างเป็นกำลังใจให้เสมอมา ขอบคุณเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ทำให้รู้ถึงทุกข์และวิธีจัดการกับมัน
ขอบคุณมากครับ”
Thank you for this post and to ศ. ดร. นพ. สุรศักดิ์ บูรณตรีเวทย์ for another valuable (free) reflection on life.- I read and summed it up : การลงทุนในตลาดหุ้น ..จากที่กำไร..กลับกลายเป็นขาดทุน ทำให้..คิดวนอยู่ในหัว .ร้อนรุ่มตลอด..เลิกเล่นหุ้น จากนั้นมาจิตใจสงบ. (with my apology for the cut-and-paste to project my view.)- I would also compare his reflection to ‘playing’ on social media (with have goals and tools to keep people ‘hooked’), politics (same as social media plus many ‘dirty and corrupt tactics’.)