คนที่ทำอะไรสำเร็จได้ด้วยตัวเอง เรียนรู้ด้วยตนเองแล้วภาคภูมิใจ บางทีอาจมีที่มาที่ไปแล้วหลงลืมก็เป็นได้ สำหรับผมมีบุคคลต้นแบบหรือไอดอล ที่เป็นแรงบันดาลใจอย่างมากมาย..ช่วยผลักดันให้ผมรักงานเกษตร โดยเฉพาะการปลูกผัก..เป็นอะไรที่ชอบมาก
นึกขอบคุณบุคคลที่อยู่ในใจมาตลอด..เพื่อนที่เคยเป็นครูมาด้วยกัน ปัจจุบันเป็นผอ.หญิงที่เก่งที่สุดของจังหวัดตาก พัฒนา ร.ร.ขนาดเล็ก(มาก)จนกลายเป็นร.ร.คุณภาพดีที่สุดของอ.เมืองตาก
เธอชื่อ..ผอ.อัญชัน ครุฑแก้ว เป็นลูกชาวนาชาวไร่มาแต่กำเนิด และสามีของเธอก็เชี่ยวชาญด้านงานเกษตรด้วย ก็เลยทำให้ผอ.อัญชันกับนักเรียนปลูกผักในโรงเรียนได้งดงามตลอดปี
สิ่งที่ผอ.บอกให้ผมจดจำฝังใจก็คือ ปลูกพืชต้องเตรียมดิน ปรับปรุงดินให้ดีเสียก่อน ไม่ใช่นึกจะปลูกอะไรก็ปลูก..ผมทดลองทำดู จากนั้นก็คุ้นชินและไม่เคยผิดหวังเลย
บุคคลท่านต่อมา..ครูนิรุต ดวงสูงเนิน ย้ายไปเป็น รอง ผอ.รร.ที่บุรีรัมย์ ท่านผู้นี้คร่ำหวอดอยู่กับเกษตรอินทรีย์มาตลอดชีวิต วันที่เป็นครูอยู่ด้วยกัน ผมได้แต่เฝ้ามองการทำงานของครูนิรุต
ผมชื่นชมในความมานะอดทน เรียนรู้สู้งานของครู และคิดเสมอว่าถ้ามีครูไทยแบบครูนิรุตในทุกโรงเรียน เด็กคงได้เรียนรู้ทักษะชีวิตอย่างแท้จริงและ “เศรษฐกิจพอเพียง” ก็คงมิใช่เป็นเรื่องยากแต่ประการใด ที่จะทำให้มั่นคงและยั่งยืน
วันนี้..จึงมีความรู้สึกคิดถึงครูทั้งสองท่าน...ในวันที่ต้องประมวลผลงานว่า ผมปลูกผักอะไรได้บ้าง แบบที่ทำสำเร็จเป็นรูปธรรม นำมาเป็นบทเรียนหรือสื่อช่วยสอนนักเรียนของผมในทุกวันนี้
เริ่มจากพริก กระเพรา โหระพา ไปจนถึงผักกาด ผักกวางตุ้ง ผักบุ้งจีน ที่รู้สึกว่าเยี่ยมยอดสุดๆก็เห็นจะเป็น บวบและมะเขือเทศ ปลูกคราวใดเก็บกินและแจกจ่ายไม่หวาดไม่ไหว
ฝันเอาไว้ว่า ถ้าได้นำความรู้และประสบการณ์นี้ไปใช้ในโคกหนองนา...ผักต่างๆนานาอยู่ในแปลงที่มีรูปลักษณ์อันหลากหลาย ผักปลอดสารพิษคงจะพลิ้วไหวชูช่อใบอร่ามตา พาให้ได้อารมณ์สุนทรีย์มิใช่น้อย
แค่คิดก็มีความสุขแล้ว แต่ถึงอย่างไร? เมื่อถึงตอนนั้น ชีวิตหลังเกษียณ คงจะคาดหวังอะไรไม่ได้มากนัก แต่ก็ต้องเชื่ออยู่อย่างหนึ่งเหมือนกัน เพื่อให้กำลังใจตัวเองว่า “ศิษย์มีครู” ยังไงก็รอด
ชยันต์ เพชรศรีจันทร์
๗ มีนาคม ๒๕๖๕






