GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

การทำงานของภาคประชาชนเพื่อขับเคลื่อนงานพัฒนาในจังหวัดนครศรีธรรมราช

การพัฒนาภาคประชาชนจากการอ่านและการฟังของผม ผมเข้าใจว่าคือการที่ให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ริเริ่มคิดทำอะไรได้ด้วยตัวเอง แต่จะทำดังกล่าวได้ ต้องอาศัยปัจจัยเสริมหนุนมากมาย โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไปกระตุ้น เร่งเร้า ตั้งคำถาม เอื้ออำนวยให้กระบวนการพัฒนาของชุมชนมันมันเดินต่อไปได้ ปราศจากวาระซ่อนเร้นของกลุ่มคนที่ไปทำกระบวนการนี้

อันเนื่องจากบันทึกที่แล้วที่ผมเขียนเรื่องภาคประชาชนและภาคราชการทำ KM เสริมหนุนซึ่งกันและกัน  ลิ้งค์ ท่านอาจารย์ ดร.แสวง รวยสูงเนิน จากมหาวิทยาลัยขอนแก่น ท่านสนใจในประเด็น ภาคประชาชนนี่หมายถึงใครบ้าง แล้วผลจะส่งระดับครัวเรือนชาวบ้านพื้นล่างได้มากน้อยแค่ไหน และท่านอาจารย์ ดร.แสวง รวยสูงเนิน ท่านอยากเห็นบทบาทของ กศน.ต่อเรื่องนี้โดยอาจารย์ใช้คำว่า "ผมยังอยากจะฝันที่จะค้นหาร่องรอยของ กศน. ว่าในโลกแห่งความเป็นจริงคืออะไร"

ผมเลยนำข้อคำถามของอาจารย์มาเป็นบทความเสียเลย หากทีมงานจากหน่วยประสานความร่วมมือการพัฒนาภาคประชาชนจังหวัดนครศรีธรรมราช จะร่วมตอบร่วมแจมความเห็นเข้ามาด้วยก็จะดีไม่น้อย พื้นที่แลกเปลียนนี้จะได้เพิ่มเกลียวการทำงานให้มันถูกทิศทางและมีประสิทธิภาพเสริมหนุนกันและกันตามที่เราตั้งเป้าหมายไว้มากยิ่งขึ้น

ก็ให้บังเอิญว่า อ.ภีม ภคเมธาวี จาก มวล. ซึ่งเป็นจับเรื่องนี้มาก่อน เป็นแกนหลักสำคัญ และที่สำคัญคือคุณอำนวยในเวทีเรียนรู้ในวันนั้นได้เขียนบทความเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปสองบทความแล้ว คือ หน่วยประสานความร่วมมือคืออะไร ? ลิ้งค์ และ หน่วยประสานความร่วมมือ 2  ลิ้งค์ ทำให้ความภาพการทำงานของหน่วยประสานฯนี้ได้ไม่น้อย

ผมเองได้อ่านเอกสารประกอบการประชุมเสวนา เขียนโดยคุณทวี สร้อยศิริสุนทร (คุณอำนวยอีกท่านหนึ่งในวันนั้น) ทำให้เข้าใจถึงที่มาของการพัฒนาภาคประชาชน ซึ่งคุณทวีสรุปไว้ว่า ....จังหวัดนครศรีธรรมราชเป็นอีกจังหวัดหนึ่งที่มีความชัดเจนและเข้มข้นของกลุ่มองค์กรเครือข่ายชุมชนภาคประชาชนและภาคประชาสังคม ขยับขับเคลื่อนสังคมและงานพัฒนาในระดับชุมชนท้องถิ่น ทั้งจากนโยบายของรัฐบาล ยุทธศาสตร์ของแต่ละกระทรวง แต่ละกรมแต่ละกอง โครงการจากองค์กรพัฒนาเอกชน/เอ็นจีโอ โครงการต่างๆจากองค์กรอิสระตามเจตนารมย์ของรัฐธรรมนูญ โครงการศึกษาวิจัยจากสถาบันการศึกษาต่างๆ โครงการพระราชดำริ รวมถึงโครงการที่ชุมชนริเริ่มและดำเนินการกันเอง................แต่การขยับขับเคลื่อนสังคมและงานพัฒนาจากข้างต้นยังเป็นแบบต่างคนต่างทำ หน่วยงานใครหน่วยงานมัน โดยเอาชุมชนเอาท้องถิ่นเป็นเป้าหมายในการกระทำหรือแค่รับรู้ โดยผ่านบุคลากรของรัฐระดับล่างสุดคือกำนันและผู้ใหญ่บ้าน...ที่ผ่านมากลุ่มองค์กรเครือข่ายชุมชนที่เป็นภาคประชาชน ไม่สามารถรวมตัวเป็นเอกภาพและมีเสถียรภาพได้ ด้วยความหลากหลายของกิจกรรม ความหลากหลายของประเด็นเรื่อง  ...ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีหน่วยประสานการพัฒนางานภาคประชาชน เพื่อทำหน้าที่ประสานเชื่อมโยงบูรณาการกับภาคส่วนอื่นๆของสังคมอย่างเท่าเทียมและมีศักดิ์ศรี

การพัฒนาภาคประชาชนจากการอ่านและการฟังของผม ผมเข้าใจว่าคือการที่ให้ประชาชนในแต่ละพื้นที่ริเริ่มคิดทำอะไรได้ด้วยตัวเอง แต่จะทำดังกล่าวได้ ต้องอาศัยปัจจัยเสริมหนุนมากมาย โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ไปกระตุ้น เร่งเร้า ตั้งคำถาม เอื้ออำนวยให้กระบวนการพัฒนาของชุมชนมันมันเดินต่อไปได้ ปราศจากวาระซ่อนเร้นของกลุ่มคนที่ไปทำกระบวนการนี้ ชาวบ้านจะพัฒนาอะไรก็ใช้กลไกของรัฐ ของชาวบ้านเอง ของหน่วยงานต่างๆ เป็นเครื่องมือในการพัฒนาชุมชนของตนเอง ซึ่งในจังหวัดนครศรีธรรมราชมีกลุ่มคน คณะบุคลที่เคลื่อนงานแบบนี้อยู่มาก กลุ่มคนกลุ่มนี้จึงคิดมารวมตัวแบบคนคอเดียวกัน ไม่เกี่ยงว่าจะเป็น อบต.ราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กลุ่มอาชีพ สวัสดิการชาวบ้าน สื่ออาสา ราชการ เอ็นจีโอ สสส. สกว.ฯลฯ ทุกคนถอดหมวกเดิมหมด แล้วใส่หมวกใบใหม่หมวกคนนครศรีธรรมราช แล้วคุยกันอย่างเสมอหน้ากัน ภาคประชาชนจึงคือการทำงานในแนวนี้ และประชาชนจะได้แสดงกันเอง คงจะเกิดประโยชน์อย่างแน่นอน พื้นที่รูปธรรม 50 ตำบลคือสิ่งท้าทายของคณะผู้ร่วมงานทุกคน

ขอบคุณ อาจารย์ ดร.แสวง มากครับ

ยังมีต่อครับ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 69824
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 6
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (6)

  • ขอพระคุณมากครับ
  • แวะมาทักทายครับ
ผลงานของครูนงเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เลยนะคะ ขอชื่นชมค่ะ

อยากถามต่อไปอีกว่า

  • แล้วเจ้านายเขามองครูนงอย่างไร
  • ชุมชนที่ทำเป็นเชิงพิ้นที่หรือเชิงกลุ่ม หรือเชิงตัวแทน

โทษครับ ผมดูไม่ค่อยออก

น้องสิงห์ป่าสัก ครับ

         ขอบคุณที่เข้ามาให้ชื่นใจ เชื่อไหมว่าบางคนเพียงเข้ามาขอบคุณ ไม่ต้องเขียนอะไร ก็ชื่นใจได้ครับ เหมือนเห็นชื่อก็อ่านความรู้สึกกันได้อย่างไรอย่างนั้นครับ หังว่าน้องสิงห์ป่าสักก็คงจะรับรู้อะไรจากพี่ได้เช่นกัน ขอบคุณครับ

คุณหมอนนทลี แห่งเพื่อนร่วมทาง ครับ

            เราคือเพื่อนร่วมทางกันจริงๆเลยนะครับ เดินงานคล้ายๆกัน แต่คุณหมอนำหน้าไปลิ่วๆแล้วครับ สำหรับคุณหมอที่ผมอยากเขียนถึงก็ข้อความเดียวกับน้องสิงห์ป่าสักข้างบนครับ...สวัสดีปีใหม่ครับคุณหมอ

ท่าน อ.ดร.แสวง ครับ

            ชุมชนที่ทำยึดพื้นที่เป็นหลัก ประเด็นเรียนรู้ใดก็ได้ครับ อยู่ที่ทุนเดิมและฐานคิดของชุมชนครับ...อีกคำถามหนึ่งขออนุญาตไม่ตอบครับ...เรื่องความคืบหน้าจะทะยอยเล่าให้อาจารย์ทราบเป็นระยะๆ เพราะผมแอบตั้งอาจารย์เป็นที่ปรึกษางานนี้ในใจอยู่นานแล้วครับ ....อาจารย์อย่างปฏิเสธนะครับ