”ข้าวคำสุดท้าย”


เมื่อคุณผู้อ่านเห็นประโยคนี้ แว๊บแรก คุณนึกถึงอะไร

หลายคนนึกถึงช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต...

.... ความหมายในบทเพลงลูกทุ่งเพลงนี้  คือ ช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตรักระหว่างคน 2 คน

นี่คือหนึ่งในบทเพลงที่เข้าชิงรางวัล มาลัยทอง รางวัลเกียรติยศที่ทางสมาคมลูกทุ่ง FM ได้พิจารณาคัดเลือก ผลงานเพลงลูกทุ่งคุณภาพ เพื่อเป็นกำลังใจให้คนลูกทุ่งสร้างสรรค์บทเพลงดีๆต่อไป

มีเพลงลูกทุ่งหลายเพลง ที่ไพเราะ ความหมายดี แต่ไร้สื่อโฆษณา นายทุนมีงบจำกัด ทำให้หลายบทเพลง เป็นที่รู้จักน้อย

รางวัลมาลัยทอง ได้วางกรอบในการพิจารณาคัดเลือกงานเพลงประเภทต่างๆอย่างเข้มข้น จนได้รับการยอมรับ

”ข้าวคำสุดท้าย”   ผลงานแต่งของครูลพ บุรีรัตน์ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลประเภทคำร้อง และทำนองยอดเยี่ยมในรางวัลมาลัยทอง ประจำปี 2549

ผลงานเพลงของศิลปินลูกทุ่งที่ชื่อ จอมขวัญ กัลยา สังกัดค่ายรถไฟดนตรี ในชื่ออัลบั้ม “จอมขวัญ มาแว้ว..ว..ว”

เดิม จอมขวัญ กัลยา อยู่ค่ายเดียวกับ ไมค์ ภิรมย์พร, ต่าย อรทัย ฯลฯ คือ แกรมมี่โกลด์


”กินข้าวกลางวัน กับฉันสักมื้อได้ไหม
จะแยกทางไป ขอจากกันไปด้วยดี
เลิกกินข้าวเย็น ให้ใจมันเย็นกว่านี้
เลิกหาทางออกที่ดี ก่อนไปจากฉัน”

”.......กับข้าวคนจน มีพริกป่นคลุกน้ำปลา
ปลาทูเมื่อ 2 วันกว่า ยังห่อมาแบ่งปันกันกิน......”


นั่นคือ เนื้อร้องส่วนหนึ่งของเพลง ข้าวคำสุดท้าย

แม่ผ่องศรี วรนุช หนึ่งในคณะกรรมการตัดสิน ให้ความเห็นต่อเพลง ข้าวคำสุดท้าย ว่า เป็นเพลงที่มีเนื้อหาลึกซึ้ง ข้าวคำเดียวก็มีความหมาย เปรียบความรักกับการทานข้าว และการครองคู่

ชีวิตรักที่เริ่มต้นด้วยความเข้าใจ อดทนให้อภัย หนักนิดเบาหน่อย ยอมให้กันได้

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความไม่เข้าใจมีมากขึ้น เพลงข้าวคำสุดท้าย จึงสื่อความหมายถึง ความพยายามพูดคุยปรับความเข้าใจกันระหว่างคู่รัก

เมื่อพยายามปรับความเข้าใจกันแล้ว แต่ไม่มีทางคืนดีกันได้เลย
ก็ไม่ควรที่จะยื้อยุด พยายามกันต่อไปอีก เพราะรังแต่จะเสียความรู้สึกดีๆที่เคยมีมา...

อาหารที่ทานด้วยกันมื้อนี้ จึงสมควรเป็นมื้อสุดท้าย...

”กินข้าวกลางวันกับฉันอีกซักวันนึง.....

.... ข้าวคลุกน้ำปลา เริ่มกินคำแรกสบาย
ยิ่งนึกก็ยิ่งใจหาย คำสุดท้ายมันเคล้าน้ำตา.....”