บทความเทคนิคการเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ ในปัจจุบันโรงเรียนต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นระดับประถมศึกษา หรือ ระดับ <p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">มัธยมศึกษา ต่างส่งเสริมให้นักเรียนทำโครงงานวิทยาศาสตร์กันอย่างแพร่หลาย ทั้งนี้</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">ด้วยสาเหตุที่ว่า เป็นกิจกรรมที่นักเรียนสามารถพัฒนาตนเองได้ และสอดคล้องกับ</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">พระราชบัญญัติการศึกษาฉบับปัจจุบัน ที่มุ่งเน้นให้นักเรียนมีการพัฒนาโดยให้รู้จัก คิดเป็น ทำเป็น และแก้ปัญหาได้ และให้จัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ การให้นักเรียนทำโครงงานวิทยาศาสตร์ก็เป็นแนวทางหนึ่งที่สามารถตอบสนองพระราชบัญญัติการศึกษาดังกล่าวได้ ซึ่งในปัจจุบันเรามักจะได้ยินข่าวอยู่เสมอว่าการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรียนได้ค้นพบเทคโนโลยีระดับพื้นฐานราคาถูกที่สามารถนำไปใช้ได้อย่างแพร่หลาย ซึ่งการทำโครงงานวิทยาศาสตร์นี้เป็นการฝึกให้นักเรียนคิดเป็น ทำเป็นและใช้ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหา ฝึกการทำงานเป็นกลุ่ม ฝึกการใช้อุปกรณ์และเครื่องมือทางวิทยาศาสตร์นักเรียนได้มีโอกาสศึกษาในเรื่องที่ ลึกกว่าหลักสูตร ทำให้มีความรู้มากกว่าเรียนปกติในห้องเรียน นอกจากนี้ยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์อีกด้วย และที่สำคัญอีกประการหนึ่งก็คือทำให้มีจิตใจเป็น นักวิจัย ไม่เชื่ออะไรง่าย ๆ ดังนั้นการที่นักเรียนได้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์จึงนับว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการฝึกให้นักเรียนรู้จักการแก้ปัญหาต่าง ๆ โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์และยังสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติในปัจจุบันที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นสำคัญอีกด้วยขณะเดียวกันการที่นักเรียนสามารถทำ โครงงานวิทยาศาสตร์ได้นั้น จะต้องได้รับคำแนะนำ ดูแลเอาใจใส่จากอาจารย์ที่ปรึกษาในโครงงานวิทยาศาสตร์ด้วย</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> บทบาทของอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์นั้น เป็นสิ่งจำเป็น</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">อย่างยิ่งในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ของนักเรียน ผู้ที่เป็นอาจารย์ที่ทำหน้าที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ต้องเป็นบุคคลที่ให้ความรู้เกี่ยวกับการทำ</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">โครงงานวิทยาศาสตร์แก่นักเรียน คอยกระตุ้นให้นักเรียนมองเห็นปัญหาจนกระทั่ง</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">เกิดความคิดที่จะทำโครงงานวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ยังคอยดูแลให้เกิดความปลอดภัย</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">ให้กำลังใจแก่นักเรียนตลอดระยะเวลาที่ทำโครงงานวิทยาศาสตร์จนกระทั่งสำเร็จ </p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">ดังนั้นอาจารย์ที่ปรึกษาจึงเป็นบุคคลที่มีความสำคัญต่อนักเรียนอย่างยิ่งในการให้</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">คำแนะนำในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ </p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> บุคคลที่มีคุณสมบัติเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ได้แก่</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">ครูผู้สอนวิชาวิทยาศาสตร์ทุกรายวิชา เพราะครูวิทยาศาสตร์ทุกคนย่อมมีความรู้และ</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งเป็นแนวคิดหลักในการทำงานโครงงาน-</p><p class="MsoBodyText">วิทยาศาสตร์อยู่แล้ว เพียงแต่ครูวิทยาศาสตร์บางคนยังไม่มีความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ให้ละเอียด ซึ่งสามารถศึกษาได้จากการเข้ารับการอบรม การศึกษาด้วยตนเองจากเอกสารต่าง ๆ ผู้ที่จะเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ ควรรู้ ขั้นตอนในการทำโครงงาน ซึ่งแบ่งเป็นขั้นตอนได้ดังนี้</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> ขั้นที่ 1 การคิดหัวเรื่องโครงงานวิทยาศาสตร์ โดยทั่วไปหัวเรื่องของ</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">โครงงานวิทยาศาสตร์มักจะได้จากปัญหา คำถาม หรือความอยากรู้อยากเห็นเรื่องราวต่าง ๆของนักเรียน</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> ขั้นที่ 2 การศึกษาจากเอกสารที่เกี่ยวข้อง ซึ่งช่วยทำให้นักเรียนได้แนว</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">ความคิดและกำหนดขอบเขตการทำโครงงานได้เหมาะสม</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> ขั้นที่ 3 การเขียนเค้าโครงของโครงงานวิทยาศาสตร์ เป็นการออกแบบ</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">วางแผนกำหนดรายละเอียดทั้งวัสดุอุปกรณ์ วิธีการและตารางปฏิบัติการทำโครงงาน</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">วิทยาศาสตร์ เป็นขั้นตอนที่นักเรียนจะต้องนำเค้าโครงให้อาจารย์ที่ปรึกษาพิจารณา</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> ขั้นที่ 4 ลงมือปฏิบัติการ เป็นขั้นตอนที่นักเรียนต้องลงมือปฏิบัติการเก็บ</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">ข้อมูล วิเคราะห์ และสรุปผลเพื่อรวบรวมทำเป็นรายงานต่อไป</p><p style="margin-right: -7.7pt; tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> ขั้นที่5 การทำรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์ รายงานโครงงานวิทยาศาสตร์</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">เป็นเอกสารที่บอกรายละเอียดเกี่ยวกับการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ทั้งหมด แบ่งเป็น</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">3 ส่วน คือ ส่วนหน้า ส่วนเนื้อความ และส่วนท้าย</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> ขั้นที่ 6 การแสดงโครงงานวิทยาศาสตร์ เป็นขั้นตอนที่แสดงผลการผลิตของความคิด ความพยายามของคณะผู้จัดทำโครงงานให้ผู้อื่นรับรู้ ส่วนมากนำเสนอในรูปแบบของแผงแสดงโครงงาน</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> จากขั้นตอนดังกล่าวทั้ง 6 ขั้นตอนนี้อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ต้องเข้าใจ และให้ความสนใจ มุ่งมั่นที่จะกระตุ้นให้นักเรียนทำงานให้สำเร็จและที่สำคัญคือต้องคอยดูแลนักเรียนอย่างเป็นขั้นตอนสม่ำเสมอต้องพยายามศึกษากลวิธีต่าง ๆ ที่จะทำให้นักเรียนเข้าใจในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> กลวิธีของอาจารย์ที่ปรึกษาที่จะทำให้นักเรียนเข้าใจในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ทำได้หลายวิธีดังนี้</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> 1. การพานักเรียนเข้าชมการประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ทำให้นักเรียนได้เห็นโครงงานวิทยาศาสตร์อย่างหลากหลาย และได้เห็นบรรยากาศทางวิชาการ</p><p style="margin-right: -3.2pt; tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> 2. การเชิญวิทยากรมาอบรมให้ความรู้เกี่ยวกับการทำโครงงานวิทยาศาสตร์</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">เป็นวิธีที่นักเรียนสามารถรับรู้ข้อมูลได้ละเอียด จัดว่าเป็นวิธีการที่สะดวกและได้ผลดี</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> 3. การให้รุ่นพี่หรือผู้ที่เคยผ่านการทำโครงงานวิทยาศาสตร์มาเล่า</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">รายละเอียด และประสบการณ์ต่าง ๆ ให้ฟัง</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> 4. การจัดค่ายฝึกทำโครงงานวิทยาศาสตร์ เป็นการฝึกให้นักเรียนรู้จัก</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">ช่วยเหลือซึ่งกันและกันได้ทั้งความรู้ กระบวนการทำงาน และกิจกรรมทางนันทนาการอีกด้วย</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> 5. การพานักเรียนไปทัศนศึกษาสถานที่ประกอบการจริงทำให้นักเรียนได้ข้อมูลแนวคิดกว้างไกล มีเจตคติทางวิทยาศาสตร์</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> 6. เปิดสอนวิชาเลือกเสรีวิชาวิทยาศาสตร์รายวิชา ว 014 เริ่มต้นกับ</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">โครงงานวิทยาศาสตร์ และ ว 017 โครงงานวิทยาศาสตร์กับคุณภาพชีวิต ขึ้นในโรงเรียน</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> 7. ขยายผลจากการเรียนหรือการทดลองในห้องเรียนในรายวิชาต่าง ๆ</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> 8. จัดตั้งชุมนุมวิทยาศาสตร์แล้วมีการเลือกทำโครงงานวิทยาศาสตร์ใน</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">คาบชุมนุมนั้น</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> 9. การแนะนำให้ดูรายการโทรทัศน์ที่มีสาระเกี่ยวกับการทำโครงงาน</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">วิทยาศาสตร์ เช่น รายการ ไอคิว180 รายการจุดประกาย เป็นต้น</p><p style="tab-stops: .75in" class="MsoNormal"> 10. สนับสนุนให้การศึกษาค้นคว้าความรู้จากแหล่งความรู้ต่าง ๆ เช่น </p><p style="tab-stops: .75in" class="MsoNormal">ห้องสมุดต่าง ๆ หรือแหล่งความรู้ในท้องถิ่นของตน </p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> จากกลวิธีดังกล่าวข้างต้นนี้เป็นหน้าที่ของอาจารย์ที่ปรึกษาที่จะต้องจัดให้เกิดขึ้นไม่ว่าวิธีใดวิธีหนึ่งที่คิดว่าเหมาะสมเพื่อจุดประกายและช่วยเหลือนักเรียนให้</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">เข้าใจถึงเทคนิคและวิธีการในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> เมื่อนักเรียนทำโครงงานวิทยาศาสตร์สำเร็จสมบูรณ์แล้ว ควรเปิดโอกาสให้นักเรียนได้แสดงผลงานการศึกษาของตนเอง ซึ่งการเผยแพร่ผลงานโครงงาน-</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">วิทยาศาสตร์นิยมทำกัน 2 รูปแบบคือ</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> 1. การประชุมวิชาการเชิงวิทยาศาสตร์ การเสนอผลงานแบบนี้มักใช้</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">แผ่นโปร่งใสประกอบการบรรยาย ใช้เวลาประมาณ 15 นาที</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> 2. การประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ ซึ่งแบ่งเป็นหลายระดับคือ</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal"> 2.1 ระดับกลุ่มโรงเรียน</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal"> 2.2 ระดับจังหวัด</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal"> 2.3 ระดับภาค</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal"> 2.4 ระดับประเทศ</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal"> ไม่ว่าจะเป็นการประกวดโครงงานระดับใดก็ตามจะเป็นจุดนัดพบให้นักเรียนจากโรงเรียนต่าง ๆ ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เปรียบเทียบความแตกต่าง </p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal">ทำให้เกิดการปรับปรุงพัฒนาการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ผู้เข้าชมจะได้เห็นบรรยากาศทางวิชาการด้านวิทยาศาสตร์ ได้ความรู้และจุดประกายความคิดให้ตนเองที่จะทำ</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal">โครงงานวิทยาศาสตร์ขึ้นมาบ้าง ส่วนนักเรียนผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ได้มีโอกาส</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal">เล่าให้ผู้ชมฟังว่า คณะของตนเองคิดอย่างไร ทำอย่างไร และได้ผลอย่างไรจึงเกิด</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal">โครงงานวิทยาศาสตร์ขึ้นมา ดังนั้นการที่นักเรียนจะนำโครงงานวิทยาศาสตร์ออกเผยแพร่จึงต้องได้รับการพิจารณาจากอาจารย์ที่ปรึกษา จากโรงเรียนของตนว่าเป็นโครงงาน</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal">วิทยาศาสตร์ที่มีลักษณะที่ดี มีการทำงานตามขั้นตอนกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ </p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">ขั้นตอนของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ และมีการใช้ต้นทุนที่ไม่สูงเกินไป มีการ</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">ประยุกต์ความรู้จากห้องเรียน และรู้จักดัดแปลงอุปกรณ์มาใช้ให้เกิดประโยชน์ มีความระมัดระวังในการนำสัตว์มาใช้ในการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ไม่ทำให้</p><p style="margin-right: 1.3pt" class="MsoBodyText2">สิ่งแวดล้อมเสียหาย ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลกระทบต่อการนำผลงาน โครงงานวิทยาศาสตร์ ของตนเองมาเผยแพร่ทั้งสิ้น</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal"> ขณะเดียวกันการพานักเรียนไปประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์นั้น </p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal">อาจารย์ที่ปรึกษาจะต้องศึกษาระเบียบการและกำหนดการ การประกวดโครงงานวิทยา-ศาสตร์ให้ละเอียด และต้องปฏิบัติตามอย่างครบถ้วน โดยเริ่มตั้งแต่การส่งรายงาน ซึ่งกรรมการตัดสินจะต้องพิจารณาเป็นอันดับแรก ดังนั้นรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์จึงควรทำให้ประณีต เนื้อหาสาระครบถ้วนตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รายงานโครงงานวิทยาศาสตร์เขียนได้หลายแบบแต่ที่เขียนกันนั้นประกอบด้วยหัวข้อต่าง ๆ ดังนี้</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal"> 1. ปกนอก (ให้เขียนตามแบบฟอร์มที่สมาคมวิทยาศาสตร์กำหนดไว้)</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal"> 2. ปกใน (ให้เขียนตามแบบฟอร์มที่สมาคมวิทยาศาสตร์กำหนดไว้)</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal"> 3. คำขอบคุณ</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal"> 4. บทคัดย่อ</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal"> 5. สารบัญ</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal"> 6. บทที่ 1 บทนำ</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal"> 7. บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal"> 8. บทที่ 3 วัสดุอุปกรณ์และวิธีการทดลอง</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal"> 9. บทที่ 4 ผลการศึกษาทดลอง </p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal"> 10. บทที่ 5 สรุปผลและอภิปรายผล</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal"> 11. บรรณานุกรม</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal"> 12. ภาคผนวก</p><p style="margin-right: -7.7pt; tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal"> จากหัวข้อทั้ง 12 หัวข้อนี้จะเห็นได้ว่าการเขียนรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal">นั้นได้ยึดแนวการเขียนรายงานแบบงานวิจัย ซึ่งอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์จะต้องแนะนำให้นักเรียนทราบในเรื่องนี้ด้วย</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal"> หลังจากที่ส่งรายงานโครงงานวิทยาศาสตร์แล้วอาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์จะต้องให้นักเรียนได้เตรียมตัวเพื่อที่จะนำอุปกรณ์ต่าง ๆ ไปติดตั้งตามผัง</p><p style="tab-stops: 63.0pt 81.0pt" class="MsoNormal">ที่จะต้องจัดแสดง ซึ่งการแสดงโครงงานวิทยาศาสตร์นั้นนิยมทำเป็นผังโครงงานซึ่งประกอบด้วย 3 ส่วนดังนี้</p> <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td><div><p class="MsoNormal">60 Cm</p></div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td><div><p class="MsoNormal">120 Cm</p></div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td><div><p class="MsoNormal">60 Cm</p></div></td></tr></tbody></table>
<table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt"><p class="MsoNormal">60 Cm</p></div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt"><p class="MsoNormal">60 Cm</p></div></td></tr></tbody></table> <table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt"><h1 style="text-align: center" align="center">ค</h1></div></td></tr></tbody></table><table border="0" cellspacing="0" cellpadding="0" width="100%"><tbody><tr><td><div class="shape" style="padding-right: 7.2pt; padding-left: 7.2pt; padding-bottom: 3.6pt; padding-top: 3.6pt"><h1 style="text-align: center" align="center">ก</h1></div></td></tr></tbody></table> ข
<p style="text-align: center; tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal" align="center">ภาพที่ 1 ผังมาตรฐานที่ใช้จัดแสดงผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์</p> <p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> ส่วน ก มีความกว้าง 60 เซนติเมตร และด้านยาว 60 เซนติเมตรภายใน</p><p style="margin-right: -3.2pt; tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">เนื้อที่นี้ประกอบด้วย ชื่อโรงเรียน ชื่อผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์ ชื่ออาจารย์ที่ปรึกษา</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">และจุดมุ่งหมายของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ในเรื่องนั้น</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> ส่วน ข มีความกว้าง 60 เซนติเมตร และด้านยาว 120 เซนติเมตร ภายในเนื้อที่นี้ประกอบด้วยชื่อโครงงานวิทยาศาสตร์ ที่มา และความสำคัญของโครงงาน อุปกรณ์ ทฤษฎีและหลักการ วิธีปฏิบัติการ ตารางบันทึกผล และสรุปผล</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> ส่วน ค มีความกว้าง 60 เซนติเมตร และด้านยาว 60 เซนติเมตร ภายใน</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">เนื้อที่นี้ประกอบด้วยประโยชน์ของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์ และ ข้อเสนอแนะ</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> ถ้าผลงานจากการทำโครงงานวิทยาศาสตร์มีปริมาณมากทางสมาคม</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">วิทยาศาสตร์ได้อนุญาตให้ขยายเฉพาะส่วน ข เพิ่มขึ้นไปทางด้านบนได้อีกโดยกำหนดให้มีความกว้าง 60 เซนติเมตร และความยาว 120 เซนติเมตร</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> ดังนั้นบทบาทของอาจารย์ที่ปรึกษาจึงต้องทราบขนาดของผังที่ใช้จัดแสดง</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">และต้องบอกกล่าวให้นักเรียนเตรียมตัวในการเขียนข้อความให้กระชับและเข้าใจง่าย</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">ที่สุดภายใต้พื้นที่ที่กำหนดไว้</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> อย่างไรก็ตามในระหว่างที่มีการแสดงผลงานโครงงานวิทยาศาสตร์อยู่นั้น ผู้จัดทำโครงงานวิทยาศาสตร์จะต้องอยู่ประจำผังโครงงานเพื่อคอยอธิบายให้ผู้สนใจ</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">ได้รับความรู้อย่างไม่เห็นแก่ความเหน็ดเหนื่อย ซึ่งขณะนั้นคณะกรรมการตัดสิน</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">โครงงานวิทยาศาสตร์จะเข้าทำการสัมภาษณ์นักเรียนผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">ในขั้นตอนนี้ อาจารย์ที่ปรึกษาโครงงานวิทยาศาสตร์ควรปล่อยให้นักเรียนได้บรรยาย และตอบคำถามได้อย่างอิสระ การมาร่วมประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ อาจารย์ที่-</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">ปรึกษาและนักเรียนผู้ทำโครงงานวิทยาศาสตร์ควรจะทำความเข้าใจกันล่วงหน้าว่า ควรมุ่งหาความรู้ ประสบการณ์ชีวิตมากกว่ามุ่งหวังผลแพ้ชนะ เพราะทุกโครงงานที่เข้า</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">ประกวดจะได้รับเกียรติบัตรจากคณะกรรมการการจัดประกวดแล้ว</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal"> จากสิ่งต่าง ๆ ที่ได้กล่าวมานี้ชี้ให้เห็นว่าบทบาทของอาจารย์ที่ปรึกษานั้นจะต้องเป็นผู้มีความรู้ กลวิธีต่าง ๆ มีความพร้อม มีการเตรียมตัวตลอดเวลา ต้องทันโลก</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">ทันเหตุการณ์และต้องมั่นศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมอยู่ตลอดเวลาและนอกจากนี้การทำโครงงานวิทยาศาสตร์ยังเป็นกิจกรรมที่ฝึกให้นักเรียนรู้จักคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาเป็น</p><p style="margin-right: -3.2pt; tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">และอาจารย์ที่ปรึกษายังได้ประโยชน์ต่อการพัฒนาการเรียนการสอนอีกด้วยการได้พบปะ</p><p style="tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">สนทนากับเพื่อนครูวิทยาศาสตร์ต่างโรงเรียน การได้สอบถามนักเรียนโรงเรียนต่าง ๆ ทำให้ครูมีความคิดแปลกใหม่ สามารถคิดค้นรูปแบบการเรียนการสอนได้ดีขึ้น ใจกว้าง รับฟังความคิดเห็นมากขึ้น จากการที่อาจารย์ที่ปรึกษาใช้ความเพียรพยายามส่งเสริมสนับสนุน และแนะนำช่วยเหลือ จนกระทั่งนักเรียนมีความรู้ความสามารถ รู้จักคิด รู้จักทำ และรู้จักการแก้ปัญหา ซึ่งถูกแสดงให้เห็นออกมาในรูปของการทำโครงงานวิทยาศาสตร์นั้นย่อมส่งผลต่อนักเรียนให้มีเจตคติที่ดีต่อวิชาวิทยาศาสตร์ คิดอยากจะประกอบอาชีพด้านวิทยาศาสตร์ในภายภาคหน้าซึ่งส่งผลดีอย่างใหญ่หลวงต่อการพัฒนาคน พัฒนาชาติและยังสามารถตอบสนองพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติฉบับปัจจุบันที่มุ่งเน้นให้ผู้เรียนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้เป็นสมองของประเทศชาติเสมือดังคำขวัญที่ว่า พัฒนาคน พัฒนาชาติ ด้วยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี</p> <p style="margin-right: -7.7pt; tab-stops: 63.0pt" class="MsoNormal">เพื่อปรับปรุงการเขียนให้ดีขึ้นในโอกาสต่อไป</p>
วิทยาศาสตร์
โครงงานวิทยาศาสตร์
ความเห็น
ยังไม่มีความเห็น