หลักฐานทางประวัติศาสตร์ (Historical Sources) คือ ร่องรอยการกระทำของมนุษย์หรือร่องรอยของอดีต
ประเภทของหลักฐานทางประวัติศาสตร์ แบ่งได้เป็น
๑. หลักฐานที่จำแนกตามความสำคัญของหลักฐาน เพื่อประเมินความสำคัญของหลักฐานได้ง่ายแบ่งออกเป็น
๑.๑ หลักฐานชั้นต้น (Primary Sources ) หมายถึง หลักฐานที่สร้างขึ้นในเวลานั้นหรือจากคำบอกเล่าของผู้ร่วมเหตุการณ์
โดยไม่คำนึงถึงว่าจะเป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ หลักฐานชั้นต้นถือเป็นหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือสูงสุด
หลักฐานชั้นต้นไม่จำเป็นต้องเป็นต้นฉบับเดิม แต่รวมถึงฉบับสำเนาด้วย
|
หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น จารึก ปูม ตำนาน จดหมายเหตุ บันทึกส่วนบุคคล จดหมายเอกสารการปกครอง หนังสือพิมพ์รายวัน นิตยสารร่วมสมัย วารสารร่วมสมัย |
หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น โครงกระดูก แผ่นศิลา โลหะ เจดีย์ ใบลาน สิ่งก่อสร้างร่วมสมัย คำบอกเล่า นาฏศิลป์ ดนตรี เพลงพื้นบ้าน |
๑.๒ หลักฐานชั้นรอง [ Secondary Sources ] หมายถึง ผลงานที่เขียนขึ้นหรือเรียบเรียงขึ้นภายหลังจากการเกิดเหตุการณ์ โดยอาศัยคำบอกเล่าของผู้อื่นหรือจากหลักฐานชั้นต้นต่างๆ เช่น
|
หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น บทความ งานพิมพ์ทางประวัติศาสตร์ พจนานุกรม สารานุกรม แบบเรียน |
หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร เช่น พระบรมราชานุสาวรีย์ พระอนุสาวรีย์ ภาพยนต์
|
๒. หลักฐานที่จำแนกตามลักษณะของหลักฐาน
๒.๑ หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรหรือหลักฐานสมัยประวัติศาสตร์ เช่น จารึก ถือเป็นหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรที่เก่าแก่ที่สุดของไทย มีทั้งที่เป็นแผ่นหิน แผ่นเงิน ทอง ดีบุก และบนปูชนียสถานและปูชนียวัตถุ จุดมุ่งหมายมักทำเพื่อบันทึกการทำบุญ
ตำนาน เป็นเรื่องเล่าที่หาจุดกำเนิดไม่ได้ มักจะแสดงถึงค่านิยมในอดีตที่มีความเชื่อที่เกี่ยวพันกับศาสนา
พระราชพงศาวดาร หนังสือราชการที่รวบรวมเรื่องมาจากเอกสารสำคัญที่กษัตริย์ทรงแต่งขึ้นหรือให้แต่งขึ้น ซึ่งรวบรวมมาจากจดหมายเหตุ ปูมโหร ใบบอก เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับกษัตริย์และเหตุการณ์สำคัญ การเขียนพงศาวดารเริ่มการเขียนขึ้นในสมัยกรุงศรีอยุธยาจนถึงสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระราชพงศาวดารที่เก่าแก่ที่สุดและน่าเชื่อถือ
มากที่สุด คือ พระราชพงศาวดารกรุงเก่าฉบับหลวงประเสริฐ ถือเป็นหลักฐานชั้นรองเพราะแต่งขึ้นหลังเหตุการณ์ผ่านไปแล้ว
๒.๒ หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร หมายถึง หลักฐานที่ต้องนำมาวิเคราะห์ หรือการตีความจากนักวิชาการสาขาอื่นๆ เช่น นักมานุษยวิทยา นักโบราณคดี นักภูมิศาสตร์
หลักฐานทางโบราณคดี เช่น ภาพเขียนสีถ้ำผาแดง หลุมศพ เครื่องปั้นดินเผา
แหล่งที่อยู่อาศัย เจดีย์ สถูป พระพุทธรูป ใบเสมา
หลักฐานทางศิลปกรรม เช่น สถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม
หลักฐานทางด้านศิลปะ เช่น ภาพจิตรกรรมฝาผนัง ดนตรี นาฏศิลป์
|
หลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษร จารึก ตำนาน พงศาวดาร เอกสารปกครอง บันทึกส่วนบุคคล จดหมาย ชีวประวัติ หนังสือพิมพ์ นิตยสาร วารสาร กฎหมาย ฯลฯ |
หลักฐานที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร หลักฐานทางโบราณคดี กำแพงเมือง คูเมือง คูเมือง วัด วัง โบสถ์ มัสยิด ประเภทโบราณวัตถุ เครื่องปั่นดินเผา ลูกปัด กำไล หลักฐานทางศิลปกรรม สถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม คำบอกเล่า เป็นต้น |
๓. หลักฐานที่กำหนดตามจุดมุ่งหมายของการผลิต
๓.๑ หลักฐานที่มนุษย์ตั้งใจสร้างขึ้น หมายถึงหลักฐานที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการดำรงชีวิต หรือตามความคิดความเชื่อของตน เช่น เครื่องมือ เครื่องใช้ สิ่งก่อสร้าง
๓.๒ หลักฐานที่มิได้เป็นผลผลิตที่มนุษย์สร้างหรือตั้งใจสร้าง หมายถึง หลักฐานสมัยก่อนประวัติศาสตร์ และสมัยประวัติศาสตร์ เช่น บรรดาซากสิ่งมีชีวิต สถานที่ซึ่งมนุษย์เคยอาศัยของมนุษย์
คุณค่าของหลักฐานทางโบราณคดีต่อการศึกษาประวัติศาสตร์
๑. ใช้ตรวจสอบยืนยันหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ประเภทเอกสารให้ชัดเจนยิ่งขึ้น
๒. ใช้ศึกษาเรื่องราวการตั้งถิ่นฐาน และแหล่งที่อยู่อาศัยในอดีตจากการสำรวจแหล่งชุมชนโบราณ และซากสิ่งก่อสร้าง
๓. ใช้ศึกษาความเป็นมาของมนุษย์ การทำมาหากิน คติ ค่านิยม ความเชื่อศาสนา และลัทธิต่างๆของคนในสังคมนั้นๆ
๔. ใช้เป็นหลักฐานกำหนดอายุของแหล่งโบราณสถานที่มีลักษณะเฉพาะ