Occupational Formulation 

 

Case scenario 1

ข้อมูลส่วนตัว : น้องน้ำ 

General appearance : ผิวขาว มีเส้นผมเล็กน้อย เปลือกตาเปิดได้ไม่เต็มที่ น้ำลายไหล ใส่สายบริเวณจมูก ศีรษะมีขนาดใหญ่ แขนขาและลำตัวไม่สมส่วน 

อาการแสดง :  แสดงอาการไม่ถูกใจ ร้องไห้เมื่อถูกกระตุ้นด้วยเสียงที่มากเกินไป 

  • มองตามสิ่งกระตุ้นในระยะไม่เกิน 20-30 เซนติเมตรจากดวงตา  เนื่องจากภาวะสายตาสั้นโดยเป็นของเล่นที่มีแสงอย่างเดียว 
  • ตอบสนองต่อการสัมผัส ด้วยการเปล่งเสียง ออกเสียงเบาๆ เมื่อใช้ถุงมือถูบริเวณแขนและขา


 

  • ข้อมูลที่ต้องการทราบเพิ่มเติม
  • ข้อมูลทั่วไป : อายุ , เพศ , ศาสนา
  • ประวัติการรักษา : ผลการวินิจฉัย,severity ผลการประเมินพัฒนาการ, sensory profile, ประวัติการคลอด,พื้นอารมณ์,ระดับความตื่นตัว, ประวัติการเลี้ยงดู
  • ตารางกิจวัตรประจำวัน : พยาธิสภาพกระทบกับการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตใดบ้าง areaไหนที่เป็นปัญหาที่ครอบครัวกังวลมากที่สุด
  • ความสัมพันธ์ในครอบครัว : คุณแม่เป็นคนพามารับบริการ, ใครเป็นผู้ดูแลหลัก, ระยะเวลาในการดูแลเด็กในแต่ละวัน, บทบาทของคนในครอบครัว 
  • ความต้องการของผู้รับบริการและครอบครัว 
  • สิ่งแวดล้อมภายในบ้าน 


 

1. Occupational Influence

  • Occupational Identity
  • Past to present roles : เป็นลูก คาดว่าอาศัยอยู่กับพ่อแม่ 
  • Relationships and interests : คาดว่าแม่เป็นผู้ดูแลหลัก มีความเอาใจใส่ พยายามพูดคุยกับลูกตลอดเวลา 
  • Volitional context 
  1. Satisfaction : visual stimuli, tactile stimuli 
  2. Personal causation to goals : คาดว่าผู้ปกครองต้องการให้น้องสามารถตอบสนองการรับความรู้สึกได้เหมาะสม สามารถหันหาเสียงเรียกจากแม่ขณะที่แม่กระตุ้นด้วยของเล่นได้ (Play)
     

2. Occupational Presentation

  • Routines : ADL. = Total Assistance 
  • Performance skills : 

Motor skill ไม่สามารถทรงท่าขณะนั่งได้ด้วยตนเอง, ไม่สามารถควบคุมการเคลื่อนไหวศีรษะและลำคอให้หันไปตามทิศทางของสิ่งกระตุ้นได้เอง, สามารถเอื้อมมือพยายามจับของเล่นที่ชอบได้, สามารถกลอกตาตามสิ่งกระตุ้นได้บางครั้ง

  • Supportive environment : มีผู้ดูแลช่วยเหลือทุกกิจกรรม / ในห้องคลินิกของเล่นกระตุ้นการรับความรู้สึกที่หลากหลายให้ผู้รับบริการได้เรียนรู้ (sensory experience)

 

3. Occupational Focus 

Occupational goal : ผู้รับบริการสามารถตอบสนองหันหาเสียงเรียกชื่อของแม่ได้ 3 ใน 5 ครั้งเมื่อถูกกระตุ้นในบริบทการเล่นแบบ sensorimotor play  ภายใน 15 สัปดาห์  

-> แก้ปัญหาการรับความรู้สึกและการตอบสนองให้เหมาะสมกับสิ่งกระตุ้น ส่งเสริมสัมพันธภาพอันดีระหว่างผู้รับบริการและผู้ดูแล

 

TICKS 

 

Timeframe : ตั้งเป้าประสงค์ภายใน 15 สัปดาห์ 

เหตุผล : อ้างอิงจากบทเรียนวิชากิจกรรมบำบัดในเด็กและวัยรุ่นและคำแนะนำจากประสบการณ์ของนักกิจกรรมบำบัดฝ่ายเด็กเกี่ยวกับการให้ตั้งเป้าประสงค์การรักษาให้แก่เด็กที่มีความบกพร่องทางภาษา

 

Individual : Area of occupation => Sensorimotor play 

 

Change Expected : ผู้รับบริการสามารถตอบสนองหันหาเสียงเรียกชื่อของแม่ได้ 3 ใน 5 ครั้งเมื่อถูกกระตุ้นเรียกขณะเล่น 

เหตุผล : การกำหนดเกณฑ์การวัดการตอบสนอง ทำได้ 3 ใน 5 ครั้ง เพื่อให้ผู้ดูแลมั่นใจได้ว่าเป็นการตอบสนองต่อการเรียกชื่อโดยตั้งใจของผู้รับบริการ เพื่อสื่อสารระดับความคาดหวังให้เข้าใจตรงกัน จนเกิด Occupational engagement ระหว่างผู้ดูแลและผู้รับบริการในระดับ Participation (passively or actively) 

 

Key issue to supports :  

สาธิตวิธีการที่ถูกต้องภายในห้องฝึกและให้ Home program ดังนี้ 

  • ให้คำแนะนำและสาธิตผู้ดูแลเกี่ยวกับวิธีการกระตุ้นการรับความรู้สึกกับลูกผ่านกิจกรรม เช่น ใช้ของเล่นร่วมด้วยขณะอาบน้ำ 
  •  แนะนำสถานที่จำหน่ายของเล่นหรือวิธีการประยุกต์ของเล่นกระตุ้นพัฒนาการต่างๆ เช่น ถุงถั่ว สมุดภาพที่มีเสียง 
  • แนะนำวิธีปรับสิ่งแวดล้อมที่บ้านให้ลูกเกิด sensory experience ที่หลากหลายผ่านอุปกรณ์ในชีวิตประจำวัน เช่น เบาะนอน เครื่องใช้ที่มีสีสัน,พื้นผิวที่หลากหลาย,ห้องนอนมีแสงสว่างที่เพียงพอ 

 
 

Case scenario 2

ข้อมูลส่วนตัว : น้องมินนี่ 

General appearance : ผิวเหลือง ผมสั้น ร่างกายสมส่วน 

อาการแสดง :  มีพฤติกรรมปฏิเสธอาหาร  (Food refusal and selective behavior)

อายุ : 5 ปี (พ.ศ.2553)

  • ข้อมูลที่ต้องการทราบเพิ่มเติม
  • ข้อมูลทั่วไป : ศาสนา
  • ประวัติการรักษา : ผลการวินิจฉัย, ผลการประเมินพัฒนาการ, sensory profile (โดยเฉพาะ oral sensory processing), ประวัติการคลอด,พื้นอารมณ์, ประวัติการเลี้ยงดู, ประวัติการรับประทานอาหาร(การสำลัก)
  • ความกังวล ความเครียดขณะรับประทานอาหาร : สภาวะจิตใจกับการรับประทานอาหาร 
  • ตารางกิจวัตรประจำวัน : พยาธิสภาพกระทบกับการทำกิจกรรมการดำเนินชีวิตใดบ้าง มากน้อยเพียงใด, สัดส่วนอาหารที่รับประทานในแต่ละมื้อ ว่าได้รับสารอาหารครบ5หมู่หรือไม่ 
  • ความสัมพันธ์ในครอบครัว : คุณแม่เป็นคนพามารับบริการ, ใครเป็นผู้ดูแลหลัก, ระยะเวลาในการดูแลเด็กในแต่ละวัน, บทบาทของคนในครอบครัว 
  • ความต้องการของผู้รับบริการและครอบครัว : คาดว่าต้องการให้สามารถรับประทานอาหารได้หลากหลายเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัย 
  • สิ่งแวดล้อมทางสังคมที่บ้าน :  ประเภทอาหารที่พ่อแม่รับประทาน วิถีชีวิตการรับประทานอาหารภายในครอบครัว, เศรษฐานะของครอบครัว


 

  1. Occupational Influence
  • Occupational Identity
  • Past to present roles : เป็นลูก คาดว่าอาศัยอยู่กับพ่อแม่ 
  • Relationships and interests : คาดว่าแม่เป็นผู้ดูแลหลัก, ผู้รับบริการชอบทานอาหารจำพวกนม เคี้ยวไม่นาน เป็นอาหารที่กลืนง่ายจากความข้นของนม แต่หากเป็นอากหารที่ชื่นชอบ เช่น ขนมผิงก็จะสามารถเคี้ยวได้ และพร้อมอยากเรียนรู้วิธีการรับประทานอาหาร 
  • Volitional context 

Personal causation to goals : คาดว่าต้องการให้สามารถรับประทานอาหารได้หลากหลายเพื่อให้ได้รับสารอาหารที่เหมาะสมกับช่วงวัย 

 

2. Occupational Presentation

  • Routines :  กิจวัตรการรับประทานอาหาร => Minimal assistance 
    • รับประทานมื้อหลัก 3 มื้อ/วัน; เช้า(8:00-8:20) มื้อกลางวัน (11:00-11:20) มื้อเย็น (18:00-18:20) 
    • มื้อว่างระหว่างวัน 2-3ครั้ง/วัน (น้ำลูกพรุน,นม, โยเกิร์ต) 
  • Performance skills : 
    • Motor skill สามารถคงท่าขณะทานอาหารได้ บางครั้งจับช้อนไม่ถนัด, ตักอาหารยังไม่ค่อยถนัด มักตักคำเล็กมากๆ มักทานอาหารที่เคี้ยวง่าย แต่หากเป็นอาหารที่ชอบแม้จะแข็งก็ทานได้ เช่น ขนมผิง 
    • Process skill : วอกแวก ลุกออกจากเก้าอี้ขณะทำกิจกรรมทานอาหารในบางครั้ง แม่ต้องหลอกล่อด้วยอาหารที่ชอบถึงจะนั่งทานต่อได้จนครบเวลา
  • Supportive environment : มีผู้ดูแลช่วยเหลือขณะรับประทานอาหาร ในขั้นตอนการจัดเตรียมอาหาร (Meal preparation)หลากหลายและตรงกับความชอบต่อผิวสัมผัสของอาหารของผู้รับบริการ เช่น ไข่ดาวนิ่มๆ, Feeding ผู้ดูแลตัดอาหาร ตักอาหารให้อยู่ในช้อน (Minimal assistance), ผู้ดูแลนวดกระพุ้งแก้ม พูดกระตุ้น (Verbal cues) นั่งทานอาหารไปพร้อมกับผู้รับบริการ   
     

3. Occupational Focus 

Occupational goal : ผู้รับบริการสามารถรับประทานอาหารที่ประกอบด้วย ต้มจืดผักกาดขาว 1 ถ้วย (ทานทั้งน้ำซุปและผักกาดขาว), ไก่ทอด 4 คำ, ข้าวสวย 3 คำ  โดยไม่คายออก ภายในระยะเวลา  4 สัปดาห์  

* มีการบอกเด็กก่อนรับประทานอาหารว่า หากมื้อนี้สามารถทานได้โดยไม่คายออก จะได้รับขนมที่เด็กชอบเป็นรางวัลหลังจบมื้ออาหาร เช่น ขนมผิง ไอศกรีม นมโอวัลติน

* ในกรณีที่เด็กต้องการคายอาหารออก : ให้เด็กคายออกมาก่อน แล้วกระตุ้นชวนให้กลับมาทานอาหารต่อ โดยชวนจากอาหารที่เด็กชอบที่สุดในมื้อก่อน เช่น ไก่ทอด แล้วจึงค่อยๆชวนเด็กทานอย่างอื่นในจานต่อ  ในกรณีนี้ เมื่อเด็กทานอาหารเสร็จหมดก็ให้ขนมที่เด็กชอบเป็นรางวัลด้วยเช่นกัน


 

TICKS 

 

Timeframe : ตั้งเป้าประสงค์ภายในระยะเวลา 4 สัปดาห์ 

เหตุผล : การปรับพฤติกรรมใช้เวลาอย่างน้อย 21 วัน เพื่อให้สมองเกิดการเรียนรู้และปรับตัว โดยอ้างอิงทฤษฎีอุปนิสัย 21 วัน (21-Day Habit Theory) ของ Dr. Maxwell Maltz และด้วยสาเหตุที่เป็นผู้รับบริการเด็กที่มีปัญหาความตึงเครียดจากการทานอาหาร จำเป็นต้องมีวันเพิ่ม เพื่อเตรียมความพร้อมด้านจิตสังคม จัดการความวิตกกังวล ความเครียดในการรับประทานอาหารที่ไม่คุ้นเคย สามารถมีช่วงเวลาที่ยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนตามความพร้อมของผู้รับบริการได้ และ มีช่วงเวลาหลังจาก 21 วันสำหรับการคงพฤติกรรมการรับประทานอาหารนี้ 

 

Individual : Area of occupation => ADL.  :  Feeding และ Swallowing/Eating 

 

Change Expected : ผู้รับบริการสามารถรับประทานอาหารที่ประกอบด้วย ต้มจืดผักกาดขาว 1 ถ้วย (ทานทั้งน้ำซุปและผักกาดขาว), ไก่ทอด 4 คำ, ข้าวสวย 3 คำ  โดยไม่คายออก 

เหตุผล : โดยให้ความสำคัญกับอาหารที่มีเนื้อสัมผัสที่หลากหลาย เพื่อให้เด็กเกิดการเรียนรู้ และให้เด็กได้รับสารอาหารที่ควรจะได้รับในแต่ละมื้อ เป็น Therapeutic Engagement 

 

Key issue to supports : 

  • นักกิจกรรมบำบัดอธิบายและสาธิตวิธีการให้ oromotor exercise ทั้งแบบทางตรงและผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น กิจกรรมศิลปะเป่าสี การเป่าหนังยาง เป่าลูกบอลโฟม เป่าฟองสบู่ขณะอาบน้ำ เป็นต้น  โดยแนะนำให้ผู้ดูแลเข้าร่วมกิจกรรมการฝึกด้วย เพื่อให้เห็นวิธีการให้ intervention แก่ลูก แล้วนำไปปรับใช้ในบริบทจริงที่บ้าน  
  • แนะนำการกระตุ้นให้เด็กรับประทานอาหาร ผ่านการสร้างเงื่อนไขทางบวกและแรงจูงใจ(positive reinforcement) เช่น ให้ขนมที่เด็กชอบเป็นรางวัล 
  • แนะนำให้ครอบครัวมีกิจกรรมบนโต๊ะอาหารร่วมกัน เช่น ทานข้าวเย็นพร้อมกัน : ผู้ดูแลเป็นRole modelในการรับประทานอาหารที่หลากหลาย 

     

จัดทำโดย

กลุ่ม7

นางสาว วิดา       ใสบริสุทธิ์      6223002

นางสาว นิชาภา  ฤชุทัศน์สกุล 6223011

นางสาว อานีตา  โต๊ะจิ          6223034