ชีวิตตามแนววิถีพุทธ หมายถึง ชีวิตที่ประกอบด้วยทักษะกิน ดู อยู่ และฟัง เป็น เพราะเชื้อไวรัส โควิด 19 และโอมิครอนได้แพร่ระบาดมาก ขึ้นแบบก้าวกระโดด อย่างเช่นข้อมูล ณ วีนที่ 9 มกราคม 2565 เมื่อเวลา 07.30 น. ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยตัวเลขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า ล่าสุด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ในไทยวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่ 8,511 ราย ยอดติดเชื้อรวมระลอกเมษายน 2,240,687 ราย รวมยอดติดเชื้อสะสม 2,261,039 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 12 ราย เสียชีวิตสะสม 21,825 ราย หายป่วยเพิ่ม 2,605 ราย หายป่วยรวมระลอกเมษายน 2,166,441 ราย ผู้ป่วยกำลังรักษา 53,858 ราย การใช้ชีวิตตามแนววิถีพุทธเพื่อป้องกันโควิด 19 และโอมิครอน ชีวิตตามแนววิถีพุทธ คือชีวิตที่ประกอบด้วยทักษะกิน ดู อยู่ และฟัง เป็น 1. กิน เป็น กินอาหารร้อน ๆ ใช้ช้อนกลาง ล้างมือให้สะอาด ไม่ประมาทเวลา พบปะผู้คน สวมแมสก์เสมอ 2. ดู เป็น การจะไปเที่ยวทัศนศึกษาหรือรวมกลุ่มกัน ให้เว้นระยะห่าง และ ไม่ควรรวมคนหมู่มากที่ไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะผู้อาจจะยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน ไม่ควรเข้าร่วมกิจกรรมรับชมรับฟังอย่างเด็ดขาด 3. อยู่เป็น ให้อยู่บ้านของตนเอง ไม่ควรเที่ยวเตร่ไปไหนช่วงโควิด 19 และ โอมิครอนระบาดหนัก 4.. ฟังเป็น การที่จะไปรับชมรับฟ้งดนตรี หมอลำ หรือเพลงก็ตาม จะต้อง ได้รับการตรวจประเมินก่อนว่า ได้รับการฉีดวัคซีนมาครบกำหนดหรือยัง เช่น อย่างน้อย 2 เข็ม และมีการเว้นระยะห่าง สวมแมสก์ตลอดเวลา

การใช้ชีวิตตามแนววิถีพุทธเพื่อป้องกันโควิด 19 
และโอมิครอน

 

การใช้ชีวิตตามแนววิถีพุทธเพื่อป้องกันโควิด 19 และโอมิครอน

ดร.ถวิล  อรัญเวศ

      ชีวิตตามแนววิถีพุทธ  หมายถึง ชีวิตที่ประกอบด้วยทักษะกิน ดู อยู่

และฟัง เป็น เพราะเชื้อไวรัส โควิด 19 และโอมิครอนได้แพร่ระบาดมาก

ขึ้นแบบก้าวกระโดด อย่างเช่นข้อมูล ณ วีนที่ 9 มกราคม 2565 เมื่อเวลา

07.30 น. ศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เผยตัวเลขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในประเทศไทย ว่าล่าสุด สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ในไทยวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่  8,511 ราย ยอดติดเชื้อรวมระลอกเมษายน 2,240,687 ราย รวมยอดติดเชื้อสะสม 2,261,039 ราย เสียชีวิตเพิ่ม 12 ราย เสียชีวิตสะสม 21,825 ราย หายป่วยเพิ่ม 2,605 ราย หายป่วยรวมระลอกเมษายน 2,166,441 ราย ผู้ป่วยกำลังรักษา 53,858 ราย

       เริ่มบังคับใช้แล้ว พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 41 คุมโควิดสายพันธุ์โอมิครอน

       ราชกิจจานุเบกษา ประกาศ ข้อกำหนดตามความใน ม.9 แห่ง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับ ที่ 41 ใช้คุมสถานการณ์โควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอน ที่กำลังแพร่ระบาดในไทย ให้มีผลบังคับใช้ 9 ม.ค.2565 เป็นต้นไป

      วันที่ 8 มกราคม 2565 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ข้อกำหนดออกตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 (ฉบับที่ 41) ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักรตั้งแต่วันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2563 และต่อมาได้ขยายระยะเวลาการบังคับใช้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินดังกล่าวออกไป เป็นระยะอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2565 นั้น

       โดยที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในหลายประเทศทั่วโลกได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมและทวีความรุนแรงขึ้น เนื่องจากปรากฏกรณีไวรัสโคโรนา 2019 กลายพันธุ์สายพันธุ์โอมิครอน (Omicron) ที่สามารถแพร่กระจายได้เร็ว และมีโอกาสทำให้ติดเชื้อได้ง่ายกว่าสายพันธุ์อื่น ๆ ขณะที่ประเทศไทยเริ่มตรวจพบผู้ติดเชื้อไวรัสสายพันธุ์ดังกล่าวมากขึ้นเป็นลำดับ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ดังกล่าว โดยการปรับพื้นที่สถานการณ์ และปรับปรุงมาตรการป้องกันและควบคุมโรคเพิ่มเติมจากข้อกำหนดและคำสั่งที่ได้ประกาศไว้ก่อนหน้า ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 9 แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548 และมาตรา 11 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2548

        นายกรัฐมนตรีจึงออกข้อกำหนดและข้อปฏิบัติแก่ส่วนราชการทั้งหลายตามคำแนะนำของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) (ศบค.) ดังต่อไปนี้

        ข้อ 1 การปรับปรุงเขตพื้นที่จังหวัดตามพื้นที่สถานการณ์และการกำหนดพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวเพิ่มเติม

        ข้อ 2 การขยายเวลาการบังคับใช้มาตรการควบคุมและป้องกันโรค ให้บรรดามาตรการควบคุมแบบบูรณาการ ข้อห้าม ข้อยกเว้น และข้อปฏิบัติสำหรับพื้นที่สถานการณ์ระดับต่าง ๆ รวมทั้ง มาตรการเตรียมความพร้อมตามข้อกำหนด (ฉบับที่ 37) ลงวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2564 อาทิ การห้ามจัดกิจกรรมที่มีความเสี่ยงต่อการแพร่โรค กิจกรรมการรวมกลุ่มของบุคคลที่สามารถจัดได้ โดยไม่ต้องขออนุญาต การปฏิบัติงานนอกสถานที่ของเจ้าหน้าที่หน่วยงานต่างๆ มาตรการควบคุมแบบบูรณาการจำแนกตามพื้นที่สถานการณ์ และมาตรการควบคุมแบบบูรณาการในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว รวมถึงบรรดามาตรการ หลักเกณฑ์ หรือแนวปฏิบัติที่พนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่นอกสถานที่ตั้งหน่วยงาน หรือสถานประกอบการ (Work From Home) ตามความเหมาะสมเพื่อการเฝ้าระวังป้องกันการระบาดของโรค โดยให้ดำเนินมาตรการนี้ต่อเนื่องไป จนถึงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2565

           ข้อ 3 การปรับปรุงมาตรการควบคุมแบบบูรณาการในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว การบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยว จะเปิดให้บริการได้เฉพาะร้านที่ผ่านการตรวจประเมินตามมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย ในระดับ SHA PLUS ของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หรือผ่านการตรวจมาตรฐานความสะอาดปลอดภัยป้องกันโรค COVID-19 รองรับสุขภาพดีวิถีใหม่ (Thai Stop Covid 2 Plus) ของกระทรวงสาธารณสุขโดยกรมอนามัยแล้วเท่านั้น และให้บริการได้ไม่เกินเวลา 21.00 นาฬิกา

           ข้อ 4 การเตรียมความพร้อมของสถานบริการหรือสถานที่เสี่ยงต่อ

การแพโรคทั่วราชอาณาจักร สถานบริการ สถานประกอบการที่มีลักษณะคล้ายสถานบริการ สถานบันเทิง ผับ บาร์ คาราโอเกะ หรือสถานที่อื่นที่มีลักษณะคล้ายกันทั่วราชอาณาจักรยังคงมีความจำเป็นให้ปิดดำเนินการไว้ก่อน หากผู้ประกอบการหรือผู้มีหน้าที่รับผิดชอบสถานที่ตามวรรคหนึ่งได้มีการเตรียมความพร้อม เพื่อปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขแล้ว และประสงค์จะปรับรูปแบบของสถานที่ดังกล่าวเพื่อการให้บริการในลักษณะที่เป็นร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม จะต้องได้รับการตรวจสอบและประเมินความพร้อมของสถานที่ บุคลากร และการจัดการตามมาตรการป้องกันและควบคุมโรคที่กำหนดและต้องได้รับอนุญาตจากคณะกรรมการโรคติดต่อกรุงเทพมหานครหรือคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดแล้วแต่กรณี ภายในวันที่ 15 มกราคม พ.ศ. 2565 ก่อนเปิดให้บริการได้ภายใต้การกำกับติดตามของพนักงานเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด การให้บริการบริโภคสุราหรือเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ในสถานที่ตามวรรคหนึ่งที่ได้ปรับรูปแบบเป็นร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่นำร่องด้านการท่องเที่ยวจะต้องดำเนินการ ตามมาตรการที่กำหนดไว้ในข้อ 3 ด้วย

            ข้อ 5 การปรับแนวปฏิบัติเพื่อการดำเนินการตามมาตรการป้องกันโรคสำหรับผู้เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรเพิ่มเติม ให้ ศบค. มีคำสั่งเพื่อปรับปรุงหรือเพิ่มเติมแนวปฏิบัติเพื่อให้หัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินและพนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรการป้องกันโรคที่เหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์การแพร่ระบาด

            ข้อ 6 การยกระดับการปฏิบัติงานเพื่อรองรับสถานการณ์การแพร่ระบาด ด้วยการประเมินสถานการณ์แพร่ระบาดที่จำนวนผู้ติดเชื้อมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่และทุกหน่วยงานยกระดับการปฏิบัติงานตามที่ได้มีคำสั่งมอบภารกิจไว้แล้วในคำสั่งศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ที่ 14/2564

           ให้กรุงเทพมหานครและจังหวัดต่างๆ เตรียมความพร้อมโดยจัดให้มีระบบศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (Emergency Operations Center : EOC) เพื่อการปฏิบัติงานของหน่วยงานทุกภาคส่วนในพื้นที่อย่างบูรณาการ โดยอาจขอรับการสนับสนุนจากศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ศปม.) และให้หน่วยงานที่รับผิดชอบยกระดับการปฏิบัติงานของศูนย์ประสานงานข้อมูล (call center) ในทุกระบบเพื่อการดำเนินงานอย่างสอดคล้อง พร้อมรองรับการให้ความช่วยเหลือและบริการแก่ประชาชน

 ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป

              ประกาศ ณ วันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2565

                  พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา

                         นายกรัฐมนตรี

  การใช้ชีวิตตามแนววิถีพุทธเพื่อป้องกันโควิด 19 และโอมิครอน

          ชีวิตตามแนววิถีพุทธ คือชีวิตที่ประกอบด้วยทักษะกิน ดู อยู่

และฟัง เป็น

1.    กิน เป็น

    กินอาหารร้อน ๆ ใช้ช้อนกลาง ล้างมือให้สะอาด ไม่ประมาทเวลา

พบปะผู้คน สวมแมสก์เสมอ

2.    ดู เป็น

   การจะไปเที่ยวทัศนศึกษาหรือรวมกลุ่มกัน ให้เว้นระยะห่าง และ

ไม่ควรรวมคนหมู่มากที่ไม่ปลอดภัย โดยเฉพาะผู้อาจจะยังไม่ได้รับการฉีดวัคซีน

ไม่ควรเข้าร่วมกิจกรรมรับชมรับฟังอย่างเด็ดขาด

3.    อยู่เป็น

ให้อยู่บ้านของตนเอง ไม่ควรเที่ยวเตร่ไปไหนช่วงโควิด 19 และ

โอมิครอนระบาดหนัก

       4.. ฟังเป็น

           การที่จะไปรับชมรับฟ้งดนตรี หมอลำ หรือเพลงก็ตาม จะต้อง
 ได้รับการตรวจประเมินก่อนว่า 
ได้รับการฉีดวัคซีนมาครบกำหนดหรือยัง เช่น อย่างน้อย 2 เข็ม
และมีการเว้นระยะห่าง สวมแมสก์ตลอดเวลา

 

 

 

 

 

แหล่งข้อมูล

https://www.posttoday.com/politic/columnist/660601

https://www.thairath.co.th/news/local/2077600

https://www.thairath.co.th/news/politic/2283271