วันที่ ๙ ธันวาคม ๒๕๖๔ ผมเข้าประชุมคณะกรรมการเล็กๆ ของหน่วยราชการแห่งหนึ่ง ที่ผมคาดว่าน่าจะประชุมเสร็จภายในครึ่งชั่วโมง เพราะสาระสำคัญของเรื่องมีการประชุมตกลงกันไปก่อนแล้วเมื่อเกือบสองเดือนก่อน แต่ต้องเอาไปผ่านกระบวนการทางราชการ แล้วให้รองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่งเซ็นประกาศ เสียเวลาไปเกือบสองเดือน
การประชุมนี้จบภายใน ๔๐ นาที แบบงานไม่เสร็จ เพราะเจ้าหน้าที่เอาไปเขียนให้เข้ารูปแบบราชการจนเปรอะ และหัวหน้าผู้รับผิดชอบก็ไม่มาประชุม มอบให้ลูกน้องมาประชุมแทน แก้เอกสารไปพักใหญ่ ประธาน (ซึ่งไม่ใช่คนในราชการ) เห็นว่าต้องแก้กันเป็นการใหญ่อย่างนี้ เสียเวลากรรมการโดยใช่เหตุ จึงรับไปทำงานกับฝ่ายเลขา แล้วอีเมล์เวียนแก้ไขกัน หากจำเป็นค่อยนัดประชุมอีกครั้งหนึ่ง
ผมนึกในใจว่า หากเป็นหน่วยงานที่ผมรับผิดชอบ หัวหน้าท่านนั้นต้องโดนผมเล่นงาน ว่าทำไมไม่อ่านตรวจสอบเอกสารก่อนเสนอเข้าที่ประชุม เพราะตัวหัวหน้าเป็นกรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการชุดนี้ การทำงานแบบไม่รับผิดชอบอย่างนี้ รับไม่ได้ และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ท่านนี้ โดยที่มีคนบอกว่าผู้ใหญ่ท่านนี้นับว่าเป็นข้าราชการชั้นดีของกระทรวงนี้ ทำให้ผมตั้งข้อสงสัยว่า แล้วข้าราชการโดยเฉลี่ยของกระทรวงนี้จะมีคุณภาพระดับไหน แล้วประเทศไทยจะก้าวหน้าไปเป็นประเทศพัฒนาแล้วได้ย่างไร
เพราะกระทรวงนี้รับผิดชอบเรื่องคุณภาพของคนไทย
กว่าสิบปีมาแล้วผมเรียนถามท่านอดีตนายกชวน ในฐานะที่ท่านเคยเป็นรัฐมนตรีมาหลายกระทรวงมาก ว่ากระทรวงไหนที่ข้าราชการคุณภาพสูงสุด ได้คำตอบว่ากระทรวงการต่างประเทศ การสนทนาเลยไปถึงอันดับท้าย คือกระทรวงนี้
นี่คือ transformation agenda ของราชการไทย ใช่หรือไม่
วิจารณ์ พานิช
๙ ธ.ค. ๖๔